8 กฎ ข้อห้าม ความเชื่อโบราณของคนไทย

ความเชื่อโบราณของคนไทย

ถ้าจะคุยกันถึง “ความเชื่อ” ที่พวกเราต้องเคยได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนโต ความเชื่อนี้เป็นคำบอกเล่าตั้งแต่บรรพบุรุษ ปู่ย่าตายายบอกเล่ากันมารุ่นสู่รุ่น ความเชื่อโบราณนี้ถือเป็นข้อปฏิบัติ ข้อห้ามที่คนโบราณห้ามไม่ให้ลูกหลานทำเดี๋ยวมันจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีตามมาจึงไม่ควรที่จะทำ ความเชื่อนี้ถือว่ามีเหตุผลที่มารองรับถ้าคิดให้ดีแล้วเป็นกุศลโลบายอย่างหนึ่งที่ไว้สอนให้เราได้ใช้ชีวิตได้ตรงแนวทางที่ควรจะเป็น 1. ห้ามนอนหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก ความเชื่อที่ว่าห้ามนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกนั้นมีมาตั้งแต่โบราณเพราะว่าทิศตะวันตกนั้นถือว่าเป็นทิศของคนตาย ถ้าเกิดเตียงที่กำลังนอนอยู่หันไปทางทิศตะวันตกนี้จะทำให้ผู้ที่นอนนั้นอายุสั้นลง คนที่นอนจะถูกผีอำได้ อาจร้ายแรงไปถึงนอนไหลตายเลยก็ได้เช่นกัน ความจริงแล้ว ทิศตะวันตกมักจะได้รับแสงมาตลอดวัน จากความร้อนนั้นทำให้กำแพงอาจคายความร้อนออกมาใครที่นอนทิศนั้นอาจทำให้ปวดหัวนอนไม่หลับได้ 2. ห้ามรับขานเสียงเรียกในยามกลางคืน ปู่ย่าตายายของเรานั้นมักจะบอกว่าถ้าเกิดได้ยินเสียงผู้ใดที่เรียกเราหันไปตามเสียงไม่เจอใครละก็ให้รับรู้ไว้เลยว่า ห้ามไปขานตอบรับเสียงนี้เป็นอันขาด ในข้อนี้เป็นความเชื่อว่าเจ้าของเสียงนั้นคือวิญญาณที่จะมาเอาตัวของผู้รับขานไปอยู่ด้วย บางความเชื่อนั้นเสียงเรียกขานนั้นเป็นของไม่ดีที่พวกเล่นคุณไสยส่ามาทำร้าย ข้อเท็จจริงกลางคืนมักเป็นเวลาของพวกโจรผู้ร้าย ถ้าเกิดเราไปขานรับอาจถูกคนพวกนี้ทำร้ายเราได 3. ห้ามตัดผมในวันพุธเท่านั้น ใครที่จะไปตัดผมนั้น พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเรามักจะห้ามไม่ให้ไปตัดผมในวันพุธ ในวันนี้เราก็มักจะเจอว่าร้านตัดผมนั้นก็มักจะปิดร้านสะมาก มีความเชื่อว่าวันพุธนั้นเป็นวันอัปมงคลต่อการใช้ชีวิต ในความเชื่อสมัยก่อนนั้นยุคโบราณนั้นวันพุธเป็นวันที่ชนชั้นสูงศักดิ์และกษัตริย์จึงมีการห้ามไม่ให้บุคคลธรรมดาตัดผมในวันพุธนี้ ในยุคนั้นช่างตัดผมจะถูกเรียกให้เข้าวังสะหมดจึงทำให้ภายนอกรั้วกำแพงไม่มีช่างนั้นเอง 4. ห้ามกวาดบ้านในยามกลางคืน กฎข้อห้ามเรื่องการกวาดบ้านไม่ควรทำในเวลากลางคืนที่สิ้นแสง มีความเชื่อกว่าเป็นการกวาดเงินทองที่เราหามาได้ออกไปจากบ้านจนหมด บางความเชื่อว่าถ้ากวาดบ้านกลางคืนจะเจอแต่เรื่องไม่ดี ข้อห้ามนี้เป็นกุศลโลบายข้อเท็จจริงนั้น การกวาดบ้านในยามค่ำคืนนั้นมันมืดจะมองไม่เห็นไม่เหมือนกวาดบ้านในตอนกลางวันที่มีแสงมากกว่า ยิ่งไม้กวาดที่ทำมาจากวัสดุที่เกิดฝุ่นละอองอาจรบกวนคนอื่นได้ 5. ห้ามนอนหลับยามโพล้เพล้ การห้ามนอนในยามเย็นช่วงที่แสงกำลังจะหมดไป ในยามนี้เหมือนกับเป็นช่วงเวลาที่กำลังจะข้ามผ่านจากกลางวันไปกลางคืน ปู่ย่าตายายของเรามักจะห้ามนอนเพราะว่าอาจทำให้เจอแต่เรื่องไม่ดีนอนไปแล้วอาจเจออาถรรพ์ ผีอำ หรืออันตรายถึงอาจไม่ตื่นขึ้นมาเลย ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คือการที่เราไปนอนในเวลานี้ที่ไม่ใช่เวลานอนปกติทำให้เวลานอนจริงอาจนอนยากจนไปถึงนอนไม่หลับนั้นเอง 6. ห้ามคนท้องไปร่วมงานศพ ความเชื่อที่ว่าห้ามคนท้องไปงานศพ คนโบราณมักจะเชื่อว่าการที่คนท้องไปร่วมพิธีงานศพอาจจะพบเจอกับวิญญาณที่ชั่วร้ายมาทำไม่ดีกับเด็กในท้อง อาจถูกวิญญาณไม่ดีทำร้ายอาจอันตรายถึงกับชีวิตของทั้งแม่และเด็กก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงแล้วกุศลโลบายในเรื่องนี้ […]

ความเชื่อ “ทำสัญญากับปีศาจ” แลกวิญญาณกับซาตานเพื่อสิ่งปรารถนาอันสูงสุดของมนุษย์

ทำสัญญากับปีศาจ

ณ ปัจจุบันนี้ มนุษย์เราทุกคนมักจะมีความต้องการประสบสิ่งที่ตนปรารถนา ไม่ว่าจะเป็น เงิน อำนาจ บารมี หรือพลังเหนือมนุษย์ เพื่อไปถึงเป้าหมายอันสูงสุดแล้ว มักจะชอบใช้วิธีได้สิ่งเหล่านี้มาแบบไม่อยากลำบาก ชอบสบาย เดินไปสู่จุดหมายของตนเองด้วยวิธีลัด จึงเกิดการทำ “สัญญากับปีศาจ” เกิดขึ้นมา ข้อตกลงระหว่างมนุษย์กับปีศาจ บ่งบอกถึงความสิ้นหวังของมนุษย์จึงต้องขอความช่วยเหลือกับสิ่งชั่วร้าย ความเชื่อ : “ทำสัญญากับปีศาจ จากแนวคิดของทางวัฒนธรรมของชาวตะวันตก (ไปทางแถบทวีปยุโรป) การทำสนธิสัญญากับซาตานหรือปีศาจมีกันมาอย่างยาวนาน ตามหลักความเชื่อของศาสนาคริสต์นี้จะหมายถึงการทำสัญญาของบุคคลระหว่าง “ปีศาจ” กับ “บุคคลธรรมดาหรือมนุษย์” คือการที่มนุษย์เราได้ทำการแลกวิญญาณของตนเองเพื่อตอบสนองความต้องการอันสูงสุดของเหล่ามนุษย์ สิ่งที่มนุษย์จะต้องแลกเปลี่ยนกับปีศาจอาจเป็นสิ่งที่เรารักหรือมีค่ามากที่สุดก็ได้เช่นกัน สำหรับในบางกลุ่มที่มีความเชื่อเรื่องสนธิสัญญาปีศาจนี้ เป็นความหมายกลายๆแล้วว่าตัวเราเองยอมรับในตัวปีศาจให้มาเป็นเจ้านาย ตัวเราเป็นลูกสมุนของซาตานพิธีกรรมในการทำสัญญานี้ ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์ผุ้ที่ทำสัญญามักจะตกอยู่ในสภาวะที่สิ้นหวัง จนจิตใจมนุษย์คนนั้นลงไปสู่จุดต่ำสุด แนวความเชื่อ : ทำสัญญากับปีศาจในวรรณคดีไทย การทำสนธิสัญญากับปีศาจสำหรับผุ้ที่หาทางออก สิ้นหวังหรือมีสิ่งที่ปรารถนาความฝันอันสูงสุดที่เป็นไปไม่ได้ มนุษย์จึงต้องการเส้นทางลัดเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายที่สำเร็จ เริ่มต้นโดยการทำพิธีกรรมโดยอันเชิญปีศาจมาทำข้อเงื่อนไขตกลง โดยส่วนใหญ่แล้วมนุษย์มักจะเสนอขายวิญญาณตนเองคือยอมปีศาจให้ทำอะไรก็ได้กับดวงจิตของเรา ด้วยจิตใจที่ต่ำ ลง จิตใจอ่อนแอ ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง จนต้องหาทางลัดเพื่อประโยชน์สูงสุดส่วนใหญ่มักจะมีจุดจบไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่บ้างก็ถึงชีวิต แต่ก็มีมนุษย์ที่โกงปีศาจไม่ทำตามสัญญาถึงจะเป็นส่วนน้อยก็ตาม แนวคิดที่ทำสัญญากับปีศาจตามแนวความเชื่อของชาวไทยนี้ เริ่มเห็นในการปรากฏอยู่ในเรื่องขุนช้าง ขุนแผน ตอน “พลายบัวเกี้ยวนางตานี” ซึ่งภายในการทำสัญญากับปีศาจจะต่างกับความเชื่อของชาวตะวันตกอยู่พอสมควรคือ เช่น […]

ความเชื่อ “เครื่องรางของขลัง” อานุภาพอยู่ยงคงกระพัน กำเนิดที่มาของทหารผี

เครื่องรางของขลัง

ในทางด้านไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลัง จำพวกนี้ไม่มีใครที่จะสามารถบอกได้เลยว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ถ้ามองกันให้ดีจะเห็นได้ว่าศาสตร์ทางนี้มีอิทธิพลต่อสังคมไทยที่ดำเนินไปไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนก็ตาม เป็นค่านิยมที่มีการปฏิบัติต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ถึงในปัจจุบันนี้ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาในชีวิต มนุษย์มีสติปัญญาการศึกษาไม่ว่าจะสูงแค่ไหนก็ตามแต่จะมีความเชื่อด้านไสยศาสตร์ก็จะมาในรูปแบบอื่นไปอีกไม่จางหายไป ความเชื่อ : เครื่องรางของขลัง ตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบันที่คนไทยมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง ที่จะคอยช่วยคุ้มครองป้องกันภัย รวมไปถึงโชคลาภ จึงเป็นค่านิยมตลอดมา “เครื่องราง” นั้นจะหมายถึง สิ่งที่มนุษย์ได้ทำการประดิษฐ์หรืออาจเป็นสิ่งของชนิดหนึ่ง ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาบนความเชื่อของทางไสยศาสตร์ เครื่องรางนี้ของขลังนี้ถ้าใครมีไว้ครอบครองจะช่วยให้ผู้นำได้รับความดูแลมีความปลอดภัย มีคนรักคนชอบและจะร่ำรวมอีกด้วย เครื่องรางของขลังจากการสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานตามตำราได้แบ่งไว้เป็นเครื่องรางที่มาจากธรรมชาติเกิดขึ้นเองซึ่งมีดีอยู่ในตัวของมันโดยที่ไม่ต้องผ่านพิธีกรรมใดๆและยังมีเทวดาคอยรักษาด้วยตัวอย่างเช่น เหล็กไหล เขียวหมูตัน กลวงเถาวัลย์ เขี้ยวเสือ ซากจิ้งจอกสองหาง เป็นต้น และเครื่องรางที่นำส่วนของดีจัดสร้างขึ้นมา ตัวอย่างเช่น เบี้ยแก้ ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ เป็นต้น  ผู้ที่จะจัดสร้างเครื่องรางของขลังนี้ต้องเป็นพระสงฆ์หรืออาจเป็นเกจิอาจารย์ท่านเหล่านี้จะเป็นผู้ที่มีพลังจิตขั้นสูง คอยมาปลุกเสกลงอาคมเป็นกระบวนการสร้างความศักดิ์สิทธิ์ตามคติทางไสยเวทย์ของทั้งทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ถึงประเทศไทยของเราจะมีประชากรที่นับถือศาสนาพุทธเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอยู่แล้วแต่ยังมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังก็เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจควบคู่ไปด้วย  เป็นการปฏิบัติกันมาตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบันแยกกันไม่ออกแล้ว จนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติไทยไปเสียแล้ว เครื่องรางของขลังในอดีตที่เคยมีหลักฐานให้ได้พบเห็นคือ “ผ้ายันต์” พอเวลาดำเนินมาจนมีการพัฒนามาเป็น “เสื้อยันต์”จะปรากฏในเหตุการณ์ใหญ่ๆของประเทศไทยที่ขณะนั้นบ้านเมืองอยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 จนมีการจัดสร้าง “เสื้อยันต์” จากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั้งหมด 4 รูปได้แก่ หลวงงพ่อจาด (พระครูสิทธิสารคุณ) ท่านประจำอยุ่ที่วัดบางกระเบา จังหวัดปราจีนบุรี ต่อมาหลวงพ่อจง พุทธสโร  […]

6 …ความเชื่อวิธี “เห็นผี”

เห็นผี

ถ้าพูดถึง “ผี” เชื่อได้เลยว่าส่วนใหญ่แล้วมักจะชอบเรื่องนี้เพราะผุ้คนสมัยนี้ชอบในความตื่นเต้น ความชอบนี้ถึงขั้นต้องฟังเรื่องผีก่อนนอนไม่อย่างนั้นนอนไม่หลับแน่นอน ซึ่งที่อยู่เหนือธรรมชาตินี้ไม่สามารถพิสูจน์เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้เลย แต่ผุ้คนก็ชอบไปลองของท้าพิสูจน์กัน มีความเชื่อโบราณเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราจึงมาบอกถึง 10 ความเชื่อวิธี “เห็นผี” มีวิธีไหนบ้างจะเป็นยังไงลองไปดูกันเลย 1. ก้มมองลอดใต้หว่างขา มาเริ่มกับวิธียอดฮิตกันก่อนเลยคือ ก้มแล้วมองลอดใต้หว่างขา เป็นวิธีที่ได้ยินบอกกันมารุ่นสู่รุ่นปากต่อปากและเป็นวิธีที่ผู้คนยอมรับว่าปฏิบัติแล้วเจอจริงๆ วิธีการทำมีดังนี้ ให้ผู้อยากเห็นผีไปนำใบไม้ที่ร่วงตามพื้นเอามาถือไว้ขณะกระทำ หลังจากนั้นให้ผู้เล่นเดินไปที่โคนของต้นไม้และให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกพอก้มลงได้มองไปในทิศตะวันตก ต่อมาก็หมุนรอบตัวทวนเข็มนาฬิกาเป็นจำนวน 3 รอบ ให้ทำช้าๆ  ในขณะที่หมุนรอบตัวให้ผู้เล่นท่องว่า “พุทโธทายะ” ไปด้วยในทุกๆรอบที่หมุน หลังจากนั้นให้ผู้เล่นหลับตาลงนำจิตทั้งหมดเพ่งไปที่ใบไม้ที่ผู้เล่นถืออยู่ (อธิบายคือใบไม้เปรียบเหมือนเครื่องมือที่เชื่อมโลกคนเป็นกับโลกคนตาย) ผู้อยากเห็นผีมีสมาธิให้ตั้งสติแล้วก้มมองลงไปมองลอดใต้หว่างขา ไม่ว่าเห็นอะไรอย่าวิ่งหนีเด็ดขาด พอเสร็จให้เงยหน้าทิ้งใบไม้ที่อยู่ในมือกลับบ้าตนนำน้ำล้างหน้าขณะล้างให้ท่อง “พุทโธ” จำนวน 3 ครั้ง 2. เอาผงเถ้ากระดูกป้ายตา ต่อมาวิธีที่สองกันคือ นำผงเถ้ากระดูกของผู้เสียชีวิตมาป้ายตา ความเชื่อที่จะเห็นผีวิธีนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เป็นวิธีที่ค่อนข้างหนักเพราะเล่นกับกระดูกของคนตาย มีผู้กระทำแล้วเห็นผลจริงแอดมินเองก็เคยทำเพราะเสียใจที่ยายที่เคารพรักที่สุดเสียชีวิต ทำให้เสียใจรับความจริงไม่ได้เลยนำวิธีนี้มาใช้เพื่ออยากจะเห็นยายอีกสักครั้ง ทำแล้วก็ได้เห็นจริงๆตั้งแต่วันที่เอาเถ้ากระดูกป้ายตาจนถึงวันนี้ก็เห็นผีมาไม่เคยหยุดอีกเลย 3. สวมใส่พระกลับหลัง อยากเห็นผีให้สวมพระกลับหลัง ความเชื่ออยากเห็นผีด้วยวิธีนี้ทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก โดยมีวิธีดังนี้ ให้ผู้เล่นในพระมาสวมใส่ให้อยู่ในลักษณะกลับพระท่านเอาด้านหน้าไว้ด้านหลัง หรือนำพระที่อยู่ด้านหลังกลับมาเอาข้างหน้า ต่อมาให้ทำการนอนที่บริเวณสุงเพื่อจะทำการห้อยหัวลงมาไม่ต้องให้หัวตกถึงบนพื้นให้อยู่ในลักษณะลอย ขณะนอนให้กางแขนออกและกำมือให้แขนอยู่ในลักษณะตั้งเป็นมุมฉากจากนั้นมองลอดใต้แขนจะเจอผี 4. […]

เรื่องสยองขวัญ “The Smiling Man” ชายแปลกหน้ากับรอยยิ้มสุดสยอง

เรื่องสยองขวัญ The Smiling Man

เมื่อพระอาทิตย์ตกดินสิ้นแสงส่องสว่าง ยามค่ำคืนที่ทุกคนส่วนใหญ่จะนอนหลับกัน เราเป็นคนหนึ่งที่มักจะชอบใช้ชีวิตในช่วงกลางคืน คนเรามักจะชอบเสพสิ่งบันเทิงไม่ว่าจะเป็นอ่านนิยาย ดูคอนเทนต์หรือจะออกจะห้องไปเดินเล่นเหมือนออกกำลังกายเบาๆแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่เราไม่มีวันรู้เลยว่าถนนที่เราออกไปเดินนั้นมันมีสิ่งที่เป็นอันตรายกับเราหรือไม่ ถ้าเกิดเราเดินๆไปรู้สึกว่าเราไม่ได้เดินอยู่คนเดียวบนถนนเส้นนี้ละ ถ้าเกิดเราบังเอิญเจอบุคคลหนึ่งกำลังเดินสวนมาที่ข้างหน้าคุณ เราก็คงไม่คิดอะไรคงเป็นผุ้คนที่อยู่อาศัยบริเวณนี้สัญจรไปมาละสินะแต่มันไม่ใช่ เขาคนนั้นกับทำท่าที่ไม่เหมือนคนปกติเขาทำกัน มาทำท่าที่ประหลาด พร้อมกับมีรอยยิ้มที่กว้างดูจนต้องรู้สึกขนลุกขนตั้งดูน่ากลัว มันเป็นอะไรกัน วันนี้เราจะมาพูดถึง The Smiling Man ชายแปลกหน้ากับรอยยิ้มสุดสยอง เรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อ 5 ปีก่อนหน้านี้ เราพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นย่านดาวน์ทาวน์ใจกลางเมืองใหญ่แห่งหนึ่งที่สหรัฐอเมริกา เราเป็นวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชอบเที่ยวบ้าง เดินเล่นบ้าง ส่วนใหญ่ก็จะดำเนินชีวิตไปในช่วงสิ้นแสงอาทิตย์ในยามที่ผุ้คนเข้านอนแต่เราไม่นอนชอบใช้ชีวิตยามค่ำคืนมากกว่า เพื่อนร่วมห้องของเราเขาเป็นคนใช้ชีวิตกลางวันทำให้เราต้องเจอกับปัญหากับเพื่อนเพราะไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน ในเวลาที่เขาหลับเราตื่น เขาตื่นเราหลับ ค่ำคืนนี้ก็เหมือนเดิม เพื่อนเรานอน เราเบื่อเลยต้องออกมาเดินฆ่าเวลาที่ข้างนอกถนน เราใช้ชีวิตส่วนตัวอยู่แบบนี้เป็นเวลา 4 ปีแล้วสินะที่ต้องออกมาเดินบนถนนในช่วงค่ำคืน เดินไปเดินมาแบบไม่มีเหตุผล เราเดินมานานเช่นนี้จนไม่รู้สึกว่าต้องกลัวอะไรเลย เรายังเคยคุยเล่นขำๆกับเพื่อนร่วมห้องว่า ในเมื่องนี้พ่อค้ายายามค่ำคืนนี้ยังสุภาพเลยไม่มีใครทำอันตรายแก่เราได้หรอก แต่เรื่องสบายใจทั้งหมดนี้จะสิ้นสุดลงมันกำลังจะเปลี่ยนไป คืนนั้นมันเป็นวันพุธกลางสัปดาห์ เวลาขณะนั้นน่าจะอยู่ระหว่างตี1 ถึง ตี2 ค่ำคืนนี้บรรยากาศค่อนข้างจะเงียบสงัด ขนาดรถที่วิ่งอยู่บนถนนยังน้อยมาก ทางเท้าที่เราเดินนั้นไม่มีเงาของผุ้คนเดินสักคนเลย สวนสาธารณะดูร้างผู้คน คืนนี้เราก็ออกมาเดินเหมือนกับวันอื่นๆแบบปกติ เราเดินไปตามถนนนมาถึงที่ลานจอดรถใกล้กับสถานีตำรวจแห่งนี้ เชื่อมั้ยที่ลานจอดรถโล่งไม่มีรถมาจอดสักคัน คืนนี้ทุกอย่างมันดูผิดปกติ เราเลี้ยวไปตามตรอกถนนช่วงสั้นๆเพื่อเตรียมจะเดินกลับไปที่อพาร์ทเมนต์ของเราเอง เรารู้สีกตกใจเมื่อได้สังเกตที่สุดถนน เราได้เห็นลักษณะเงาของผู้ชายที่กำลังเคลื่อนไหวไปมา […]

ตำนาน “PONTIANAK” ความเชื่อเรื่องผีตายทั้งกลมของคนอุษาคเนย์

ตำนาน PONTIANAK

ดินแดนอาคเนย์หรือชาวภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสังคมที่ยกย่องเพศหญิงให้มีสถานภาพสูง ตั้งแต่ทางพม่ายาวไปจนถึงเกาะต่างๆทางอินโดนีเซียจะเห็นว่าตรงข้ามกับสังคมที่ยกย่องเพศชายของทางจีนกับอินเดีย ดินแดนนี้ก็จะมีความเชื่อเรื่องลี้ลับสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาก็จะร่วมกันมีอยู่หลายตนซึ่ง ปอนเตียนัค ( Pontianak) หรือผีตายทั้งกลมก็เป็นผีหนึ่งในความเชื่อดินแดนอุษาคเนย์นี้เช่นกัน ความเชื่อ: PONTIANAK (ปอนเตียนัค) หรือ ผีตายทั้งกลม ปอนเตียนัค (Pontianak) เป็นคำที่คนประเทศมาเลเซียไว้ใช้เรียกผีประเภทหนึ่ง ซึ่งขณะมีชีวิตอยู่ เธอเป็นผู้หญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์แต่ต้องพบกับเรื่องเลวร้ายหรืออุบัติเหตุจนต้องเสียชีวิตลงไป เอาง่ายๆถ้าเป็นภาษาบ้านเราจะเรียกผีประเภทนี้ว่า “ผีตายทั้งกลม” ผีประเภทปอนเตียนัคนี้ในทางยุโรปจะจัดผีตายทั้งกลมนี้จำแนกอยุ่ในประเภทผีดูดเลือดหรือผีแวมไพร์ ในส่วนที่แตกต่างกันระหว่างความเชื่อของทางยุโรปกับเอเชียเราคือ วิธีในการจัดการกับเหยื่อของทางสายพันธุ์ยุโรปจะมีความรุนแรงมากกว่านั้นเอง ในส่วนของที่มาแท้จริงของ ปอนเตียนัค จะถูกเรียกกันจากชาวมาลายูแต่จะมีอีกความเชื่อว่า ปอนเตียนัค ชื่อนี้ถูกเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซียสะส่วนใหญ่ มีหลักฐานที่เชื่อมโยงคือ ชาวอินโดนีเซีย พวกเขาเรียกชื่อนี้นั้นจะมาจากชื่อของเมืองปนตีอานัก ซึ่งเมืองนี้เป็นเขตหลวงของจังหวัดกาลิมันตัน ประเทศอินโดนีเซีย สุลต่านชารีฟ อับดูร์ระห์มาน อัลกาดรี บุตรผุ้นำศาสนาอิสลาย ประเทศอาหรับ สมัยนั้นได้นำประชาชนเข้ามาบุกปราบปีศาจเปิดทางโดยใช้ปืนใหญ่ยิงเข้ามาที่เมืองนี้จนได้ชัยชนะ ท่านได้ตั้งชื่อเมืองนี้ว่า เมืองปนตีอานัก ท่านได้บูรณะสถานที่ถือว่าเป็นรังของปีศาจปอนเตียนัคให้กลายมาเป็นมัสยิดกับพระราชวัง เป็นการประกาศชัยชนะของท่านและเป็นสถานที่แรกของเมืองอีกด้วย ผ่านกาลเวลามาถึงปัจจุบันนี้ประชากรในเมืองนี้ เมื่อถึงเวลาช่วงวันหยุด เทศกาล “เราะมะดอน” หรือ “เทศกาลเดือน 9” ชาวปนตีนัคจะทำกระสุนจากไม้เพื่อไปยิงปืนใหญ่ เป็นการระลึกถึงเหตุการณ์วันที่บุกปราบผีที่เมืองแห่งนี้อีกด้วย ลักษณะของผีปอนเตียนัค จากประสบการณ์พบเจอของผุ้คนที่เห็นผีประเภทนี้ได้บอกไว้ว่า  […]

5 อันดับ “เรือผี” หลอนที่สุดและเฮี้ยนทั่วโลก

เรือผี

สถานที่มักจะมีเรื่องราวความอาถรรพ์ต่างๆไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือจะต่างประเทศต้องมีเลยคือ เรือ การท่องไปในทะเลมหาสมุทรนั้นมันกว้างใหญ่มากท้องทะเลเป็นสถานที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะมีเรื่องราวลี้ลับอะไรอยู่บ้าง วันนี้เราจะมาบอกเล่าถึงตำนานเรือผีสิงที่มีความหลอนและเฮี้ยนของทั่วทุกมุมโลกมาทั้งหมดจำนวน 5 อันดับ เราไปดูกันว่าจะมีอะไรบ้างมีความอาถรรพ์อย่างไรไปดูกันเลย 1. The Queen Mary เรือผีสิงในตำนานที่มีคนกล่าวถึงมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นเรือสำราญ “The Queen Mary” เป็นเรือที่มีผีสิงมากที่สุดของโลกเรือลำนี้มีอายุที่ยาวนานเกือบ 100 ปี วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเรือลำนี้ไว้เป็นเรือรับส่งผู้คนข้ามมหาสมุทรหรือเรือสำราญเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 แต่ระยะเวลาต่อมาในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำมาไว้ขนส่งทหารไปออกรบ เรือลำนี้สามารถบรรทุกผู้คนได้มากถึง 15,000 คน The Queen Mary ปัจจุบันนี้เป็นสถานที่เชิงประวัติศาสตร์เพราะเรือลำนี้ผ่านเหตุการณ์มาหลากหลายตั้งแต่เป็นเรือ่สำราญจะไปถึงเรือทหารจึงมีเรืองราวลึกลับสยองขวัญ และเรื่องอาถรรพ์และน่ากลัวอยู่เต็มไปหมดทุกอณู สถานที่มักพบเห็นวิญญาณภายในเรือเช่น สระว่ายน้ำ (ชั้น First Class) มักเจอผีหญิงชุดขาว, ห้องพักฟื้นผู้ป่วยแยก, ห้องหมายเลข B340 ที่มักจะได้ยินแต่เสียงโหยหวนชวนขนลุก 2. The Caleuche เรือผีสิง The Caleuche มีที่มาจากเหล่าดวงจิตวิญญาณของผู้จมน้ำเสียชีวิต ณ ท้องทะเลนี้ เชื่อกันว่าสาเหตุของการที่เรืออัปปางมาจากนางเงือก 3 ตน ทำให้ดวงจิตวิญญาณที่เสียชีวิตนี้ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ต้องอาศัยอยู่ในเรือลำนี้ตลอดกาล […]

5 อันดับ ผีสาว ปีศาจที่โด่งดังของโลก

ผีสาว

มนุษย์เรามักจะกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นสิ่งนั้นคือ “ผี” หรือ จิตวิญญาณ แต่ถ้าต่างประเทศก็จะเป็นพวก ภูต ปีศาจ มาจำกัดความของผีคือไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ถ้าเป็นสิ่งที่มีชีวิตแล้วเกิดเสียชีวิตลงไปจะเกิดเป็นผีตามวารกรรมของแต่ละคน ผีที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ส่วนใหญ่ก็มักจะเจอผีสาวมากกว่าผีผู้ชายสะด้วย วันนี้เราจะพาไปดู 5 อันดับผีสาว ปีศาจผู้โด่งดังของโลกมีอะไรบ้างไปดูกัน 1. “รูสคา” (Rusalka) รูสคา (Rusalka) เป็นผีนางเงือกที่มีอยู่ในตำนานประเทศรัสเซีย ถึงจะเป็นนางเงือกก็ไม่ได้อาศัยอยู่ที่ทะเลที่มีอยู่ในตำนานนางเงือกทั่วไป แต่รูสคาจะพบเจอได้ทีบริเวณแม่น้ำในพระราชวังคคริสตัลหรืออาจจะพบเจอรูสคาจะมักอยู่บนต้นไม้ที่ใกล้แม่น้ำ ลักษณะที่มักจะปรากฏให้ได้พบเจอคือรูสคาจะออกมาในร่างของเด็กสาวที่มีผมดูยาวดูสวยงามเหมือนกับสาหร่ายที่อยู่บนหัวพร้อมกับเป็นชุดลงมาในส่วนร่างกายของเธอ รูสคาถือว่าเป็นนางไม้แห่งสายน้ำ เธอมักจะออกหาเหยื่อในช่วงค่ำคืนด้วยการหลอกล่อให้ผู้ชายไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มหรือเด็กชายด้วยเสียงร้องเพลงที่แสนหวานเป็นการดึงดูดเหยื่ออย่างดีให้เข้ามาหลงใหลในตัวเธอจนเหยื่อต้องเดินลงน้ำมาพอถึงจุดที่น้ำลึกเหยื่อก็จะถูกดึงขาจมน้ำตายในที่สุด เรื่องนี้บอกให้เราได้รู้ว่าถ้าไม่อยากเป็นเหยื่อของรูสคาต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาจะดีที่สุด 2. ซักคิวบัส (Succubus) ซักคิวบัส (Succubus) เป็นผีผู้หญิงหรือปีศาจสาวที่จะมาปรากฏตัวในรูปแบบหญิงสาวที่สาวและเซ็กซี่ดูมีเสน่ห์ที่ยั่วยวน คอยหลอกล่อผู้ชายที่พบเจอเธอ ด้วยความอยากในตัวผู้ชายนั้นมิอาจจะปฏิเสธ ปีศาจสาวซักคิวบัสได้เลย ลักษณะร่างกายที่แท้จริงของซักคิวบัสคือ เป็นเพศหญิงมีปีก มีดวงตาคล้ายกับงู ชายใดที่ได้เคยมีปฏิสัมพันธ์กับซักคิวบัสแล้วจะทำให้สุขภาพร่างกายย่ำแย่อาจถึงแก่ชีวิตนั้นเอง ปีศาจประเภทนี้จะมีอยู่ 2 เพศคือ ซักคิวบัส Succubus เป็นเพศหญิง และสิ่งที่คู่กันเป็นปีศาจเพศชายคือ อินคิวบัส incubus ปีศาจทั้งสองตนนี้จะมีนิสัยพฤติกรรมการออกล่าเหยื่อที่คล้ายกันต่างกันที่ ปีศาจหญิงจะหาเหยื่อเป็นผู้ชาย แต่ถ้าอินคิวบัสจะหาเหยื่อเป็นเพศหญิง พวกมันจะมาในรูปแบบการเข้าฝัน เป้าหมายที่แท้จริงของซักคิวบัสจะอยู่ที่บาทหลวงหนุ่มเพราะต้องการพลังเพื่อไปต่อสู้กับซาตาน 3. แบนชี […]

4 เรื่องเล่าทุกมุมโลก “ผีคุณยาย” หญิงชราที่มากับความแค้น

ผีคุณยาย

“ผีคุณยาย” ชื่อนี้เรามักจะเคยได้ยินกันบ่อย ดวงจิตที่มีความแค้น มีห่วง ลักษณะที่พบเจอ เป็นหญิงชราที่เสียชีวิตในขณะที่อายุมากแล้ว มีผิวที่เหี่ยวย่นตาม ผีประเภทนี้มักจะเสียชีวิตช่วงอายุ 70 ขึ้นไป และจะมีอยู่ทุกศาสนา ทุกวัฒนธรรมทั่วทุกมุมโลก ของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงเลยก็จะเป็นเรื่อง “คุณยายสปีด” วันนี้นำเรื่องเล่าเกี่ยวกับหญิงชรามาฝากกันถึง 4 เรื่องดูกันเลย 1. ประเทศญี่ปุ่น “คุณยายผีกินเด็ก” Yama Uba ยามะอุบะ (Yama Uba) เป็นปีศาจหญิงชราแห่งขุนเขา มีชื่อที่ชาวบ้านบอกเล่าคือ แม่มดกินเด็กจากประเทศญี่ปุ่น ที่จะพบเห็นกันในรูปลักษณะเป็นเพศหญิงคนแก่ที่หน้าตาน่ากลัวน่าเกลียด มีผมสีขาวหรือสีหมอก มักจะสวมใส่ชุดกิโมโน่ที่ดูเก่าและสกปรกขาดรุ่งริง ยามะอุบะจะเหมือนหญิงแก่ชราทั่วไป ถ้ามันพบกับนักเดินทางทั่วไป ยามะอุบะจะให้ข้อเสนอที่พักให้กับนักเดินทางซึ่งจะเป็นกระท่อมเก่าๆ นักเดินทางเห็นว่าจะมืดแล้วไม่มีทางเลือกจึงต้องไปกับยามะอุบะ ดีกว่าเดินป่าในยามค่ำคืนโดยที่ไม่มีที่พัก ยามะอุบะจะทำให้นักเดินทางตายใจ ทำเป็นหญิงชราผู้ใจดี พอยามกลางคืนมาถึงยามะอุบะก็จะรอให้นักเดินทางหลับเสียก่อน มันจะคืนร่างกลายเป็นหญิงชราหน้าตาหน้าเกลียดมันจะลงไปสังหารนักเดินทาง นำมาเป็นอาหารในยามค่ำคืนนั้นเอง 2. ประเทศบราซิล “คุณยายผีล่าคนตะกละ” Pisadeira Pisadeira พิซาเดลา เป็นผีที่อยู่ในตำนานของคนที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ประเทศบราซิล ซึ่งมีความเชื่อว่า พิซาเดลาก็ไม่ได้ปรากฏในประเทศบราซิลเพียงที่เดียวแต่ยังไปให้ผู้คนพบเห็นอีกหลายประเทศอีกด้วย พิซาเดลา จะให้เห็นเป็นผู้หญิงแก่ ร่างกายผอมแห้ง เดินมีแต่หนังหุ้มกระดูก จมูกทรงตะขอ […]

จัดอันดับ “ผีล้านนา” ผีในความเชื่อของชาวล้านนา ประเทศไทย

ผีล้านนา

ตั้งแต่ในอดีตโบราณ ก่อนที่ศาสนาพุทธจะเข้ามา ชาวล้านนามีศาสนาผีเป็นหลักอยู่ก่อน ในความเชื่อพื้นบ้านของชาวล้านนา “ผี” มีความผูกพันกับชาวล้านนามาตั้งแต่เกิดจนไปถึงเสียชีวิต การนับถือของชาวล้านนาในขั้นพื้นฐานจะมีรูปแบบที่ผสมผสานกันระหว่าง “ผี” และ “พุทธ” ไม่เหมือนกับภูมิภาคอื่นเป็นรูปแบบเฉพาะตัว ความเชื่อในเรื่องผีจะมาทั้งรูปแบบดีและไม่ดีเช่นกัน ผีล้านนาจึงไม่ได้น่ากลัวเพียงอย่างเดียว 1. ผีตาวอด ในความเชื่อดังเดิมของคนล้านนา ผีตาวอดเป็นครึ่งคนครึ่งผีที่ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป อาจจะเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์ประเภทยักษ์ ดวงตาของผีตาวอดถ้าดูด้วยตาเหมือนจะบอด เพราะมองไปไม่มีแววตา แต่ไม่ใช่พวกมันสามารถมองเห็นเหมือนคนปกติ แค่ดูเหมือนบอดเท่านั้น ผีตาวอดจะมีย่ามหรืออาจจะเป็นถุงที่มีขนาดใหญ่แบกไปมาอยู่ตลอด บางก็เรียก “ผีบ้าตาวอด” จะมีความหมายว่าเป็นคนแก่ที่ตาบอดเดินไปมาเหมือนคนบ้าเด็กมักกลัว 2. ผีบ้านผีเมือง ผีบ้านผีเมือง ถือว่าเป็นผีบรรพบุรุษของชาวล้านนา เนื่องจากชาวล้านนามีประชากรอยู่หลายเผ่าพันธุ์หลายเชื้อชาติมีอยู่หลากหลายกลุ่ม แต่ที่ยอมรับจริงๆแล้วชาวล้านนาสืบเชื้อสายมาจากปู่แสนย่าแสนหรือ “ปู่แถนย่าแถน” เป็นดวงจิตที่จัดว่าเป็นเทพเทวาคอยเฝ้ามองลูกหลาน ผีบ้านผีเมืองมีบทบาทคือ เป็นเทวดาผู้พิทักษ์คอยดูแลคุ้มครองบ้านเมืองให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขนั้นเอง 3. ผีบรรพบุรุษ ชาวล้านนาเป็นผู้สืบทอดมาจากปู่แถนย่าแถน ซึ่งมีความเชื่อว่าเวลาเสียชีวิตลงไปแล้วไม่มีร่างกาย แต่จะเหลือดวงจิตวิญญาณที่มีความอาลัยรักเป็นห่วงลูกหลาน ในรุ่นทวด ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ถ้าเสียชีวิตไปดวงวิญญาณจะยังไม่ไปไหนยังคอยดูแลลูกหลานอยู่เปรียบเหมือนผุ้ที่มาพิทักษ์รักษาเราไม่ให้เกิดอันตรายเรื่องร้ายแรงหรือไม่ให้วิญญาณชั่วร้ายมาทำไม่ดีกับเรา 4. ผีพ่อเกิดแม่เกิด ในความเชื่อของชาวล้านนาในโลกเราจะมีเมืองมนุษย์ และเมืองผี พวกเราที่เกิดมานี้เคยอยู่เมืองผีกันทั้งนั้น พอเรามาเกิด พ่อแม่ที่อยู่เมืองผีก็ยังมีความจำผูกพันกับเราได้ ดังนั้นวผีพ่อเกิดแม่เกิดคือบุพการีของเรามาก่อน พวกท่านจึงมีความอาลัยรักในตัวเราต้องการนำตัวของเรากลับไปเป็นลูกเขาอีก […]