เรื่องเล่าสยองขวัญจากพันทิป : โรงแรมหลอนในคืนฝนตก

เรื่องเล่า โรงแรมหลอน

      เวลาคุณได้ไปนอนที่ไหนซักที่ คุณไม่สามารถรู้ได้ว่าที่ตรงนั้นเคยเป็นของใครมาก่อนรึเปล่า วันนี้แอดได้นำเรื่องหลอนจากพันทิปมาให้ทุกคนได้อ่านกันอีกแล้วกับเรื่อง โรงแรมหลอนในคืนฝนตก ถ้าอยากรู้แล้วว่ามันจะน่ากลัวขนาดไหน ลองอ่านกันได้เลยครับ    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2556 เป็นเรื่องที่เกิดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเดินทางไปกับแม่ของเธอเพราะว่าแม่ของเธอต้องไปทำงานต่างจังหวัดนั่นก็คือจังหวัดกรุงเทพ ซึ่งทั้งครอบครัวของเธอนั้นจะประกอบด้วยตัวเธอและน้องสาวและแม่ของเธอ ซึ่งในบริษัทของแม่ของเธอนั้นเป็นบริษัทแห่งหนึ่งที่ประจำการอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นและจำเป็นต้องมาทำงานที่ตัวเมืองบางนา ที่จังหวัดกรุงเทพนี้เป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งแม่ของเธอนั้นก็อยากให้เธอและน้องสาวของเธอนั้นไปเป็นเพื่อนที่กรุงเทพด้วยกันหน่อย ซึ่งในการที่จะทำงานที่ต่างจังหวัดนั้นแน่นอนว่าพวกเธอนั้นก็ต้องนอนพักที่โรงแรม หลังจากที่รู้ว่าต้องทำงานที่กรุงเทพ พวกเธอจึงพยายามที่จะหาโรงแรมที่ดูดี โดยที่จะพยายามอ่านรีวิวต่างๆจากเพจหรือแอพพริเคชั่นต่างๆและได้ทำการจองโรงแรมที่คิดว่าโอเคเกี่ยวกับรีวิวและราคาไว้เป็นที่เรียบร้อย แต่ตัวเธอและครอบครัวนั้นได้ติดปัญหาระหว่างที่กำลังเดินทางเข้าตัวกรุงเทพด้วยความที่ว่าช่วงที่พวกเธอเดินทางนั้นเป็นช่วงที่ฝนตกค่อนข้างหนักมากและทำให้เกิดน้ำท่วมระหว่างทางและรถติดกัน จึงทำให้อาจจะไปโรงแรมไม่ถึง จึงได้ทำการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโรงแรมเลย เพราะว่าจะได้พักผ่อนกันและออกเดินทางในตอนเช้าเพื่อที่ว่ารถจะได้ไม่ติด ซึ่งพวกเธอนั้นก็ได้หาโรงแรมที่อยู่ระหว่างทางแทน ซึ่งก็ได้เจอโรงแรมหนึ่งที่ดูน่าสนใจและอยู่ใกล้ๆกับถนนที่จะเดินทางไปทำงานในวันพรุ่งนี้ และโรงแรมนี้แหละที่เป็นต้นเรื่องของความน่ากลัว    หลังจากที่เห็นป้ายของโรงแรมแล้วนั้นพวกเธอจึงได้ทำการเลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมทันที ด้วยความที่มันมืดแล้วด้วย ซึ่งหลังจากที่เข้าไปในโรงแรมนั้นก็สัมผัสได้ถึงความเงียบสงัดและมีความวังเวงแบบบอกไม่ถูก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปสอบถามที่โรงแรมเกี่ยวกับที่พักภายในห้องว่ามีห้องว่างบ้างไหม และคำตอบก็คือว่าง หลังจากที่ได้ติดต่อเรื่องห้องกันเรียบร้อยแล้วนั้นก็ได้ทำการยกกระเป๋าแยกย้ายกัน (ต้องบอกว่าคนที่มานอนโรงแรมนั้นไม่ใช่มีเพียงแค่เธอกับครอบครัวของเธอเท่านั้น มีคนอื่นที่จะมาทำงานด้วยพรุ่งนี้เหมือนกันที่มานอนด้วยที่โรงแรมนี้) ระหว่างทางที่กำลังเดินเข้าห้องนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้างสกปรกมากเหมือนไม่ได้ทำความสะอาดมาก่อน ซึ่งการนอนพักนั้นพวกเธอได้เปิดห้องพักเป็น 2 ห้อง ห้องหนึ่งเป็นของเธอกับแม่ของเธอ ส่วนอีกห้องจะเป็นของคนที่ทำงานที่บริษัทของแม่ของเธออีกห้อง ซึ่งในทางระหว่างที่เป็นทางเดินนั้นทำให้เธอรู้สึกว่ามันเหมือนกับหนังผีดีๆนี่เลย ตัวเธอนั้นได้เพียงคิดว่าเรามานอนแค่แปปเดียวเดี่ยวเราก็ไปแล้วในตอนเช้า เลยพยายามที่จะไม่คิดมาก รวมกับว่าตัวเธอนั้นไม่ใช่คนที่กลัวผีซักเท่าไหร่ ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้ถึงห้องของเธอ สภาพภายในห้องนั้น หน้าห้องของห้องพักที่เธอได้นั้นมีรอยที่ฝนกระเด็นใส่เต็มไปหมดจากหน้าต่างเพราะห้องของเธอนั้นอยู่ข้างในสุดของตึกแล้ว    นอกนั้นหลังจากเข้าไปในห้องแล้วก็สามารถสัมผัสได้ถึงความอับที่เหมือนเป็นห้องที่ไม่ได้เปิดใช้เลย แต่ก็ด้วยความง่วงนอนที่สะสมกันมาจึงทำให้พอถึงห้องนั้นทุกคนก็ต่างรีบพากันอาบน้ำและนอน หลังจากที่เธอนอนไปได้ซักพักก็ต้องตื่นขึ้นมาเนื่องจากได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมา สิ่งที่เธอได้ยินนั้นเป็นเสียงเหมือนคนที่พยายามบิดประตูหรือทำอะไรซักอย่าง มันเป็นเสียง ก๊อกแก๊กๆ ก๊อกแก๊กๆ ซึ่งเธอคิดว่าแม่ของเธอคงเข้าห้องน้ำรึเปล่า […]

เรื่องเล่าสยองขวัญจากพันทิป : แขกไม่ได้รับเชิญ

เรื่องเล่าผี แขกไม่ได้รับเชิญ

   ในพันทิปนั้นเป็นแหล่งที่ต่างให้ผู้คนได้ทดลองเขียนเรื่องราวหรือต้องการที่จะแชร์เรื่องต่างๆให้ได้อ่านกัน โดยรวมไปถึงเรื่องเล่าสยองขวัญเช่นกัน แอดจึงได้นำเรื่องสยองขวัญเกี่ยวกับ แขกไม่ได้รับเชิญ มาให้ฟังกันถ้าอยากรู้ว่าเรื่องนี้น่ากลัวขนาดไหน ลองอ่านกันได้เลยครับ     เหตุการณ์เรื่องแขกไม่ได้รับเชิญนี้เป็นเรื่องเล่าสยองขวัญจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอนั้นตั้งใจที่จะมาแชร์เรื่องน่ากลัวให้กับทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว โดยเป็นการเริ่มเรื่องที่ว่า เวลานั้นเธอได้เพิ่งเรียนจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ซึ่งโชคดีที่ว่าหลังจากเรียนจบเธอนั้นก็ได้มีงานทำเลย สถานที่ทำงานของเธอนั้นจะเป็นเกี่ยวกับคุณครู เพราะเหตุนั้นเธอจึงต้องเดินทางไปทำงานที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ด้วยความที่ว่าเธอต้องทำงานต่างจังหวัด ตัวเธอนั้นจึงได้นอนพักอยู่ที่หอพักคุณครูแห่งหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านหลังโรงเรียนเพื่อที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายของตัวเธอในระหว่างทำงาน ภายในหมู่บ้านแห่งนี้นั้นเป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างใหญ่และมีซอยอยู่เยอะ ซึ่งหอพักของคุณครูที่ทางโรงเรียนได้เตรียมไว้ให้นั้นจะอยู่ที่ซอย 17-19 เป็นปกติ ซึ่งตัวหอพักนั้นจะเป็นบ้านสองชั้น ที่ด้านหลังของตัวบ้านนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครอยู่และเหมือนจะเป็นบ้านร้างด้วยความที่บรรยากาศเงียบและค่อนข้างมืดมันจึงเป็นอะไรที่น่ากลัว ตัวเธอนั้นได้อาศัยอยู่ที่ชั้นหนึ่งของหอพักครู ซึ่งหอพักที่อยู่นั้นค่อนข้างที่จะอยู่ลึกและห่างไกลจากร้านขายของชำที่อยู่ตรงซอย 3    โดยปกติแล้วนั้นตัวเธอจะชอบปั่นจักรยานเพื่อที่จะออกไปซื้อของในตอนกลางคืนเป้นประจำ เหตุผลเพราะว่ามันอากาศไม่ร้อน ซึ่งในช่วงแรกที่เธอนั้นได้ปั่นจักรยานนั้นเธอก็ต้องที่จะขับผ่านซอยต่างๆเพื่อที่จะเป็นทางลัดไปทางที่ถึงร้านขายของชำให้เร็วที่สุดซึ่งเธอนั้นได้ขับผ่านทั้งซอย 19และ18 ซึ่งทั้งสองซอยนั้นมีหมาที่คอยวิ่งไล่กัดเธอเป็นประจำ เธอจึงตัดสินใจที่จะไปซอย 17 และก็ได้เห็นว่าซอยนี้นั้นเป็นอะไรที่เงียบมาก ลักษณะของซอยนั้นจะเต็มไปด้วยตึกทาว์เฮ้าท์ทั้งสองข้างและไม่มีแม้แต่หมาที่จะวิ่งตามเธอเลยมันค่อนข้างดีสำหรับเธอ เวลาปั่นจักรยานไปซื้อจะได้สะดวก เธอจึงใช้ซอย17 นี้เป็นทางที่ไปซื้อของเป็นประจำ    เรื่องน่ากลัวนั้นเกิดขึ้นตอนที่เธอนั้นได้อยู่ห้องของเธอและได้เล่นคอมพิวเตอร์เป็นปกติอย่างที่ตัวเธอนั้นทำมาตลอดและจู่ๆเธอก็ได้แจ้งเตือนมาจากเพื่อนของเธอ มันเป็น MSN ในสมัยก่อนที่สามารถคอลวิดีโอคุยกันผ่านวิดีโอได้ ซึ่งตอนนั้นเพื่อนของเธอก็ได้โทรมาหาเธอและเธอก็ได้รับ เพื่อที่จะคุยกัน (จุดที่เธอเล่นคอมนั้น ด้านหลังของเธอจะเป็นห้องน้ำที่สามารถมองเห็นได้เลย ถ้าเกิดคุยวิดีโอคอลกัน) ซึ่งก็ได้มีการคุยกันอย่างสนุกสนาน ฝั่งที่เพื่อนโทรมานั้นจะมีอยู่หลายคน และตัวเธอนั้นที่อยู่ในบ้านก็อยู่คนเดียว ซึ่งเพื่อเธอก็ได้ถามเธอว่าตอนนี้นั้นเธออยู่กับใครรึเปล่า ตัวเธอก็ได้บอกไปว่าเธอนั้นอยู่คนเดียวไม่ได้อยู่กับใครและหันกล้องไปที่รอบๆห้องเพื่อยืนยันให้เพื่อนของเธอได้เห็นว่าเธออยู่คนเดียว พอหลังจากนั้นก็คุยกันได้ซักพัก เธอก็ได้เดินไปเข้าห้องน้ำโดยที่ยังเปิดกล้องคุยค้างไว้กับเพื่อนของเธอ ซึ่งหลังจากที่เธอกลับมาจากห้องน้ำนั้น เพื่อนของเธอก็ได้ถามเธอขึ้นมาว่า ตอนนี้เธออยู่กับใครกันแน่ […]

เรื่องเล่าสยองขวัญจากพันทิป : คำสาปบนดอยสูง

เรื่องเล่าผี คำสาปบนดอยสูง

   สำหรับครั้งนี้แอดได้นำเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อที่มีผู้ที่หวังดีได้บอกเล่ากันเกี่ยวกับ คำสาปบนดอยสูง ที่เป็นเรื่องเล่าของชนเผ่าที่อยู่ในหมู่บ้านบนดอย ถ้าหากอยากรู้แล้วว่าคำสาปที่ว่าคืออะไร ขอให้อ่านกันอย่างสนุกนะครับ    เรื่องเล่าสยองขวัญนี้เป็นเหมือนตำนานหรือความเชื่อที่เกิดขึ้นกับเหล่าคนที่อยู่บนดอย หรือที่บางคนเรียกกันว่าชาวเผ่าบนดอยนี่เอง ซึ่งแต่ละยอดดอยสูงนั้นก็ต่างมีชนเผ่าอยู่มากมาย พวกเขาจะมีตำนานและความเชื่อแตกต่างกันไปในแต่ละเผ่า ซึ่งได้มีผู้ที่เอาเรื่องราวของชนเผ่าหนึ่งที่อยู่บนดอยสูงเอามาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความน่ากลัวของความเชื่อของเผ่านี้    นี่เป็นเรื่องเล่าในอดีตที่ได้พูดถึงการทำงานและทำสวนของเหล่าผู้คนที่เป็นชนเผ่าของพื้นที่ดอยแห่งหนึ่ง ซึ่งการทำงานหลักๆของพวกเขาก็คือการทำเรือกสวนไร่นา พื้นที่นาที่พวกเขาทำนั้นมันจะมีอยู่หลายแห่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ดินบนยอดดอยด้วย เพราะว่าหากพื้นที่ไม่ดีและไม่อำนวยต่อการทำไร่ทำนาพวกเขาก็ไม่สามารถใช้พื้นที่นั้นๆทำได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าพวกเขาต้องคอยหาพื้นที่ที่อยู่รอบๆตัวหมู่บ้านของพวกเขา ถ้าโชคดีก็จะได้ที่อยู่ใกล้ๆหมู่บ้าน ถ้าโชคร้ายก็จะอยู่ไกลจากหมู่บ้านไปหน่อย และการเดินทางไปแต่ละพื้นที่ไล่นั้นพวกเขาต้องเดินไปซึ่งมันค่อนข้างลำบากในการเดินลัดเลาะเขาเพื่อไปทำไร่ทำสวนอยู่บ่อยๆ สำหรับที่พื้นที่ที่อยู่ใกล้ๆมันยังโอเคสำหรับพวกเขา แต่ถ้าพื้นที่ที่ไกลออกไปหล่ะ มันอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่คอยดูแลตลอดเวลา การทำสวนของพวกเขา ตัวอย่างเช่น ปลูกสตอเบอร์รี่ หรือต้นต่างๆที่มีการใช้เวลาในการออกผล พวกเขาจึงเกิดการระแวงและกลัวเกี่ยวกับว่าอาจจะมีคนที่ไม่ดีและไม่ได้รับเชิญมาเอาพืชผลของพวกเขาที่ได้ออกมาจากต้นหรือที่เรียกว่าขโมยนั่นเอง พวกเขาจึงต้องหาวิธีการบางอย่างเพื่อจัดการและแก้ไขไว้ก่อนจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา   พวกคนในชนเผ่าจึงได้ประกอบพิธีบางอย่างที่น่ากลัวขึ้นมา.. สิ่งที่พวกเขาทำในตอนแรกนั้นคือการเตรียมของเซ่นไหว้ทั้งจำพวกกับข้าวอาหารคาวและอาหารหวาน รวมถึงเหล้าที่เป็นของเพื่อที่จะเป็นการไหว้สิ่งที่มองไม่สามารถเห็นได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะทำการเริ่มพิธีกรรมโดยการสวดคาถาอาคมที่เป็นของชนเผ่าของพวกเขาที่มีการใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณและได้สืบทอดมากันหลายรุ่นชั่วคนจนมาถึงตอนนี้ที่พวกเขากำลังทำพิธีกันอยู่ คาถาที่ว่านั้นจะเป็นคาถาที่มีไว้เพื่อที่จะสาปแช่งเหล่าคนที่ไม่ได้รับเชิญหรือคนที่มาเพื่อตั้งใจที่จะมาขโมยของจากไร่ของพวกเขาไปโดยที่ไม่ได้มาขออนุญาตจากพวกเขาไปก่อน ซึ่งผู้ที่ทำการขโมยของในไร่นั้นจะโดนสาปให้มีอันเป็นไป หลังจากที่ได้หยิบของในไร่ของพวกเขาไป ซึ่งหลังจากพิธีกรรมเสร็จลงหัวหน้าของครอบครัวจะทำการสั่งทุกคนภายในบ้านกันว่า ทุกคนห้ามที่จะหยิบของในสวนไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ แต่ห้ามที่จะหยิบเด็ดขาดจนกว่าจะได้รับอนุญาตหรือจนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวที่กำลังจะมาถึง สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเยนต์    จนได้มีเรื่องที่เกิดขึ้นมาจริงๆหลังจากได้ทำพิธีกรรมความเชื่อนี้ เรื่องร้ายได้เกิดขึ้นกับครอบครัวครอบครัวหนึ่งที่ต้องไปทำสวนไร่สวนนากันและได้พาลูกๆของพวกเขาไปด้วยเนื่องจากที่บ้านไม่มีใครดูแล ครอบครัวนี้นั้นมีลูกเด็กเล็กอยู่หลายคนและอายุค่อนข้างที่จะแตกต่างกันตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงวัยรุ่น ในขณะที่ตัวพ่อและแม่นั้นกำลังทำงานและยุ่งๆเกี่ยวกับการทำสวนอยู่นั้น เด็กๆก็ต่างเล่นกันอย่างสนุกสนานโดยที่พ่อและแม่ก็ไม่ทันได้ดูและสังเกต เลยไม่ได้สนใจในตัวลูกซักเท่าไหร่ เด็กๆนั้นด้วยความที่เล่นกันมานาน เลยทำให้เกิดความหิวขึ้นมาและด้วยความที่ว่าพ่อและแม่ยุ่งอยู่เลยไม่ได้บอก จึงได้ตัดสินใจคว้าพุทราจากต้นที่อยู่ภายในสวนไร่มากิน โดยที่ไม่ได้นึกถึงคำสาปหรือพิธีกรรมที่มีการทำกันก่อนหน้านี้ และได้กินกันอย่างเพลิดเพลิน จนถึงเวลาตอนเย็นทั้งครอบครัวจึงได้พากันกลับไปที่บ้านหลังจากเสร็จงานในวันนี้ พอถึงที่บ้านผู้ที่เป็นแม่จึงทำกับข้าวและเตรียมอาหารเพื่อที่จะกินมื้อเย็นกันอย่างที่เคยเป็นมา จนซักพักเด็กที่อยู่ภายในบ้านก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดว่า “ปวดท้องๆ” ลักษณะของตัวเด็กคือยืนตัวโค้งและงอตัวเอามือจับที่ท้องตัวเองตลอดเวลา ตัวเป็นแม่จึงตกใจมากและพยายามที่จะหาสมุนไพรเพื่อที่จะทำให้อาการที่ลูกของตนเป็นนั้นทุเลาลง […]

เรื่องราวหลอนเกี่ยวกับเก้าอี้ผีสิงที่ได้ชื่อว่า “เก้าอี้แห่งความตาย”

เรื่องเล่าผี เก้าอี้ผีสิง

   เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของเก้าอี้ผีสิงในผับแห่งหนึ่งที่พร้อมจะฆ่าทุกชีวิตหากใครเข้าไปนั่ง ซึ่งมันได้พลางชีวิตของผู้คนมานับมากตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบันจนเก้าอี้นี้ได้ขึ้นชื่อว่า “เก้าอี้แห่งความตาย” ที่จะพลางทุกชีวิตที่ได้เข้าไปนั่งบนเก้าอี้แห่งนี้ ถ้าอยากรู้เรื่องราวของเก้าอี้ตัวนี้แล้ว ลองอ่านเกี่ยวกับประวัติความเป็นมากันได้เลยครับ…     เหตุการณ์ของเก้าอี้ผีสิงตัวนี้เกิดขึ้นในสมัยก่อนช่วงปี 1702 ได้มีนักโทษคนหนึ่งชื่อว่า Thomas Busby ที่ได้กระทำความผิดอะไรบางอย่างที่ร้ายแรงถึงขนาดที่ว่าตัวเขานั้นต้องโดนประหารหลังจากที่ได้รับโทษในคุกเรียบร้อย ก่อนที่เขาจะโดนประหารนั้นก็ต้องมีการสอบถามเกี่ยวกับมื้ออาหารสุดท้ายของเขาที่เขาต้องการจะทานก่อนจะโดนประหาร ซึ่งตัวเขาก็ได้เลือกที่จะไปทานอาหารมื้อสุดท้ายของเขาที่ผับแห่งหนึ่งที่เขาชอบไปตลอดก่อนหน้านี้ และเขาก็ได้ทานอาหารตามที่เขาตั้งใจเอาไว้ ก่อนที่ตัวเขาจะถูกนำกลับไปที่คุกเพื่อรอเวลาประหารนั้น อยู่ๆตัวเขาได้พูดออกมาหนึ่งประโยคที่ทำเอาทุกคนรู้สึกกลัวก็คือ “หากใครที่มานั่งเก้าอี้ตัวนี้ ขอให้ความตายอันเฉียบพัน เข้าสู่ผู้นั้น ผู้ที่อาจหาญมานั่งเก้าอี้ของข้า” และหลังจากนั้นตัวเขาก็ได้ถูกนำตัวไปประหารและได้ตายลงไปโดยที่ถูกแขวนคอ    หลังจากการตายของนักโทษคนนี้ก็ไม่ได้มีใครคิดอะไรและได้ใช้ชีวิตตามปกติของพวกเขา แต่หลังจากนั้นมันก็ได้เกิดเรื่องแปลกๆขึ้นมาเพราะว่าใครก็ตามที่ไปนั่งเก้าอี้ตัวที่นักโทษคนนั้นนั่งไปวันก่อนก็ต้องมีอันเป็นไปตามๆกันไป จนทำให้คนระแวงนั้นส่วนใหญ่เริ่มเชื่อเกี่ยวกับคำสาปที่เขาได้พูดเอาไว้ก่อนที่ตัวเขาจะโดนประหาร แต่ก็มีอีกคนกลุ่มหนึ่งที่คิดว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องจริงและก็ได้เข้ามานั่งทดลองกับเก้าอี้ตัวนี้ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตัว Thomas ได้พูดเอาไว้ก่อนน่านี้มันเกิดขึ้นจริง เพราะทุกคนที่ได้มานั่งเก้าอี้ตัวนี้ต่างตายกันหมด    ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่พูดถึงเกี่ยวกับความเฮี้ยนและความน่ากลัวของเก้าอี้ตัวนี้ จนมาถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ได้มีทหารจากกองทัพเคยได้ยินเกี่ยวกับเก้าอี้ตัวนี้และก็ได้เข้ามาทดลอง ซึ่งมันก็เป็นไปตามคำสาปหลังจากนั้นพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องตายไป เก้าอี้ตัวนี้อยู่มาหลายสิบปี  สล็อตเครดิตฟรี    จนกระทั่งปี 1967 เก้าอี้ตัวนี้ก็ยังคงอยู่ไม่ได้ไปไหนด้วยความที่หลายๆคนกลัวพวกเขาจึงไม่กล้าทำอะไรกับเก้าอี้ตัวนี้ หลังจากนั้นได้มีนักบินสองคนจากประเทศอังกฤษได้เข้ามาลองของกับเก้าอี้ตัวนี้โดยการลงไปนั่งและหลังจากที่พวกเขาออกไปจากผับ พวกเขาทั้งสองคนก็ได้เกิดอุบัติเหตุโดยที่พวกเขานั้นได้ขับรถกระบะกลับบ้านและได้เกิดอุบัติเหตุทำเอารถชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่และพวกเขาทั้งสองก็ได้เสียชีวิตลงไป และเหตุการณ์หลังจากนั้นสามปี ก็ได้มีคนงานได้เข้ามานั่งเก้าอี้ตัวนี้และก็ได้เสียชีวิตลงต่อมาหลังจากที่ตัวเขาออกจากผับไปได้ไม่กี่ชัวโมงเท่านั้น เขาเสียชีวิตโดยที่ว่าตกลงไปในหลุมที่กำลังก่อสร้างอยู่ตัวเขานั้นได้เสียชีวิตลงทันที ซึ่งเหล่าคนงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างบอกพูดกันว่าพวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ที่ตายถึงไม่เห็นหลุมก่อสร้างก่อนที่เขาจะเดินตกลงมา ทั้งๆ ที่หลุมนั้นเป็นหลุมขนาดใหญ่และมีที่กั้นอยู่ทางด้านหน้า นั่นคงจะเป็นคำสาปที่เขาได้ไปนั่งเก้าอี้ตัวนั้นแน่ๆ และในช่วงปีถัดมาหลังจากเคสคนงานได้เสียชีวิตลงก็ได้มีผู้ที่ได้ไปนั่งเก้าอี้ตัวนี้อีกครั้ง เขาทำงานเป็นช่างซ่อมหลังคาเป็นปกติ แต่หลังจากที่เขาได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้ก็ได้เกิดอุบัติเหตุหลังจากที่เขาได้ไปซ่อมหลังคาหลังหนึ่งจนตัวเขาได้เสียชีวิตลงไป    แต่ได้มีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าสงสารกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวเธอนั้นที่ตัวเธอนั้นได้ทำความสะอาดอยู่ที่ผับแต่ตัวเธอนั้นได้เผลอล้มใส่เก้าอี้ตัวนี้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจซึ่งนั่นทำให้ตัวเธอนั้นได้เสียชีวิตต่อมาด้วยสาเหตุมีเนื้องอกภายในสมอง ซึ่งเก้าอี้ตัวนี้ได้สร้างความตายกับหลายคนมาแล้วตัวทางเจ้าของผับจึงได้ตัดสินใจที่จะนำเก้าอี้ตัวนี้ไปไว้ที่ห้องใต้ดิน แต่ก็ไม่วายดีได้มีคนได้เข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวนี้อีกตลอดหลังจากนั้นและก็ต้องตายเพราะมันไปอีกหลายคน    ในช่วงปี […]

5 เรื่องเล่าวิญญาณเฮี้ยนในจังหวัดตาก

เรื่องเล่าผี จังหวัดตาก

    จังหวัดตากนั้นเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือ ที่หลายๆคนคิดว่าเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยความสงบ แต่ความจริงแล้วจังหวัดตากนั้นถือว่ามีเรื่องสยองขวัญที่อยู่ในจังหวัดอยู่ วันนี้แอดเลยนำ 5 เรื่องเล่าวิญญาณเฮี้ยนในจังหวัดตาก ให้ทุกคนได้รู้ถึงความน่ากลัวของจังหวัดตากกัน ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นยังไง อ่านกันได้เลยครับ… 1. ทริปงานหลอนที่จังหวัดตาก (ระดับความสยอง : 10/10)    เรื่องนี้นั้นได้เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่งที่ได้พูดถึงเรื่องสยองขวัญที่เกิดขึ้นกับเขาตอนเขาทำงานอยู่ที่ทำงานเก่าและเป็นเรื่องเมื่อสมัย 10 กว่าปีที่แล้ว    งานเก่าที่เขาทำนั้นจะเป็นงานที่เกี่ยวกับการทำโปรดังชั่นและก็รวมถึงการเป็นโปรดิวเซอร์ของรายการด้วยเช่นกัน ซึ่งในการทำงานของเขานั้นเข้าต้องมีการเดินทางตระเวนเขาโซนพื้นที่ที่อยู่ระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดตากนี่เอง สิ่งที่เขาต้องทำในจังหวัดตากนั้นคือการโปรโมทการขายให้กับผู้ที่ต้องการซื้อในพื้นที่ต่างๆ และเป้าหมายของเขาครั้งนี้ก็คืออยู่ที่อำเภอแม่สอด ที่อยู่ภายในจังหวัดตากแห่งนี้ ซึ่งในตอนนั้นนั้นไม่ได้สะดวกเหมือนปัจจุบันที่สามารถเดินทางได้ง่ายๆโดยการนั่งเครื่องบิน แต่ในช่วงนั้นที่เขาต้องเดินทางนั้นเขาต้องเดินทางผ่านขึ้นลงเขาโดยรถตู้ของทีมอีเว้นท์เท่านั้น ซึ่งภายในทีมอีเว้นท์นั้นก็จะมีทั้งพริตตี้ที่ต้องไปเพื่อช่วยเชียร์สินค้า และต้องช่วยเพิ่มยอดการขายให้กับสินค้านั้นๆ ซึ่งพวกเขาได้ไปจัดบูทกิจกรรมอยู่ตรงพื้นที่ชุมชนแถวๆหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง และหลังจากเสร็จงานในวันนั้นก็ได้มีการสังสรรค์ตามปกติหลังเลิกงานใหญ่ พวกเขาทำปาร์ตี้สังสรรค์อยู่ที่โรงแรมที่พักนี่เอง และหลังจากนั้นก็ได้เกิดเรื่องแปลกๆ ที่ทำให้เขาและทีมของเขารู้สึกกลัวกับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น     เขาและเพื่อนๆ ในทีมของเขาทั้งหมดรวมกันแล้วได้ 8 คน นั้นทั้งดื่มเหล้าและเล่นกันอย่างสนุกสนานโดยการที่ทุกคนรวมกันอยู่ในห้องๆ เดียว ซึ่งหลังจากที่ตัวผู้เล่านั้นเริ่มรู้สึกว่าเมาไม่ไหว เขาจึงได้แยกตัวไปนอนอีกห้องหนึ่งก่อนเพราะว่าภายในห้องนี้ทั้งเสียงดังและมีคนเยอะ ซึ่งหลังจากงานสังสรรค์ได้จบลง อยู่ๆ ก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาตอนประมาณ 7 โมงเช้า คนที่เคาะประตูนั้นคือเพื่อนของเขาที่เป็นพริตตี้อยู่ในทีมนี่เอง ซึ่งเธอได้เข้ามาปลุกเขาและถามเขาถึงเรื่องเกี่ยวกับปาร์ตี้เมื่อคืน ซึ่งเธอได้ถามเขาว่าเมื่อคืนหลังจากที่เขาแยกไปนอนคนเดียวนั้น เขาได้พยายามที่จะมาเคาะห้องที่พวกเธอนอนอยู่รึเปล่า ซึ่งเขาก็บอกว่าไม่ได้เคาะและได้ถามต่อว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเธอก็ได้เล่าต่อว่า หลังจากที่เขาออกไปแยกนอนคนเดียวนั้น เธอและคนอื่นๆรวมแล้ว7คนก็ยังคงดื่มเหล้ากันต่ออย่างสนุก จนเวลาผ่านไปได้ประมาณตี 2 พวกเธอกำลังจะแยกย้ายกันไปนอน […]

5 ตำนานเรื่องเล่าหมู่บ้านผีเฮี้ยนต่างประเทศ

ตำนาน เรื่องเล่าผี หมู่บ้านผี

   ในประเทศไทยมีหมู่บ้านที่น่ากลัวแห่งหนึ่งที่คิดว่าทุกคนคงรู้จักกันดีในชื่อว่า “ลัดดาแลนด์” ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้สร้างเรื่องสยองขวํญทำให้คนไทยได้กลัวหมู่บ้านแห่งนี้ไปนาน แต่คุณรู้ไหมว่านอกจากประเทศไทยแล้ว ประเทศอื่นๆ เค้าก็มีตำนานหมู่บ้านสยองขวัญเช่นกัน วันนี้แอดจึงนำ 5 ตำนานเรื่องเล่าหมู่บ้านผีเฮี้ยนต่างประเทศ ให้ทุกคนได้ลองดูกันว่าน่ากลัวเหมือนของประเทศไทยไหม… 1. หมู่บ้านบรามช็อทท์ (Bramshott) ณ ประเทศอังกฤษ (ระดับความสยอง: 8/10)   ที่ประเทศนั้นจะมีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความที่ผีเฮี้ยนและมีผีดุมากๆ อยู่ที่หนึ่งหมู่บ้านนั้นชื่อว่า “พาร์ครี่” (Pluckley) ซึ่งคนในประเทศส่วนใหญ่จะรู้จักกันดี แต่ห่างจากหมู่บ้านพาร์ครี่ไปเพียงไม่กี่กิโล ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมง ที่นั่นจะมีอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนมากกว่าหมู่บ้านพาร์ครี่อีก นั่นก็คือหมู่บ้าน “บรามชอทท์” (Bramshott)    หมู่บ้านบรามชอทท์นั้นเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มาก นับได้ว่าเป็นหมู่บ้านแรกๆในประเทศอังกฤษก็ว่าได้ หมู่บ้านนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนปี 1086 หลังจากที่ได้เกิดหมู่บ้านบรามชอทท์นั้นหลังจากนั้นในปี 1700 ก็เริ่มที่จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับหรือวิญญาณที่ทำให้เกิดตำนานภายในหมู่บ้านนี้ขึ้นมา ในหมู่บ้านบรามชอทท์นั้นจะมีโรงแรมอยู่โรงแรมหนึ่งที่ขึ้นต้นชื่อโรงแรมด้วยเลขเจ็ด ใครต่อใครก็ต่างพูดถึงโรงแรมนี้ว่ามันเป็นโรงแรมที่สร้างแต่ความน่ากลัวให้แกผู้คน ว่ากันว่าโรงแรมแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์ขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมและรวมไปถึงฆาตกรรมเป็นโรงแรมที่เคยเกิดคดีขึ้นมามากมายต่อเนื่อง หลังจากที่โรงแรมแห่งนี้ได้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีมากมายทำให้ ผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นก็เริ่มเห็นอะไรที่ที่แปลกๆ ภายในโรงแรมนี้ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน จากการพูดถึงกันมามากมายเกี่ยวกับหมู่บ้านนี้ทำให้พบว่า หมู่บ้านนี้ได้มีวิญญาณผีเฮี้ยนอยู่มากกว่า 17 ตนที่คอยหลอกหลอนผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ยกตัวอย่างของเหล่าวิญญาณที่มาหลอกหลอนผู้คนก็จะมี วิญญาณของคุณนายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่บ้านริมแม่น้ำและอยู่ๆ เธอก็ได้กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย วิญญาณของเด็กชายที่ได้ตายไปด้วยสาเหตุบางอย่าง ชาวบ้านมักจะเห็นผีเด็กมักจะมาปืนต้นไม้เล่นให้เห็น และบางคนก็เห็นวิญญาณที่มาในลักษณะชุดสีขาวบ้าง ชุดสีเทาบ้าง รวมไปถึงเคยมีเด็กชายที่ถูกโจรร้ายได้ฆ่าชิงทรัพย์ไป ซึ่งวิญญาณของเด็กคนนั้นก็ยังคงเดินอยู่ตามถนนให้ชาวบ้านได้เห็น […]

5 ตำนานและเรื่องสยองขวัญจังหวัดกาญจนบุรี

ตำนาน เรื่องเล่าผี จังหวัดกาญจนบุรี

   ทุกคนรู้ไหมว่า จังหวัดกาญจนบุรีนั้นขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อยู่มากมายและยังเป็นจังหวัดที่เคยเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ใครจะไปรู้ว่าก่อนที่จะมาเป็นจังหวัดกาญจนถึงทุกวันนี้ แอดจึง รวม 5 ตำนานและเรื่องสยองขวัญจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับคนที่อย่างรู้ถึงด้านที่น่ากลัวของจังหวัดนี้กัน ขอให้อ่านให้สนุกนะครับ บรืออ 1. ช่องเขาขาด (ระดับความสยอง: 8/10) ช่องเขาขาดหรือบางคนมักจะเรียกกันว่าทางรถไฟสายมรณะ และทางต่างประเทศเค้าเรียกเส้นรถไฟสายนี้ว่า “Hellfire pass” เพราะที่นั่นไม่ต่างจากนรกบนดิน เหตุเพราะว่าในช่วงที่ก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ได้มีชาวต่างชาติได้ตายลงไปจากการทำการก่อสร้างเพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามอยู่ด้วย ในปัจจุบันนั้นได้มีพิพิธภัณฑ์ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้ามาเพื่อแสดงความไวอาลัยให้กับผู้ที่ตายไปในสถานที่แห่งนี้ ส่วนเรื่องราวสยองขวัญนั้นก็มีผู้คนไม่มากนักที่จะพบเจอวิญญาณหรือเรื่องแปลกๆ แต่ก็ยังมีคนได้เจอเรื่องสยองขวัญที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ ที่จะทำให้พวกเขาจำเป็นตลอดชีวิต      เคยมีชาวบ้านที่มีจิตเมตตา พวกเขาได้รวมตัวกันมาที่ช่องเขาขาดเพื่อที่จะตั้งใจทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเหล่าเชลยศึกที่เสียชีวิตไปในช่วงงานก่อสร้าง ชาวบ้านนั้นได้นิมนต์พระเข้ามาสามรูปและจัดอาหารเครื่องเซ่นมาเรียบร้อย ในด้านของพระท่านก็สวดมนต์ทำพิธีกันไปหลังจากพวกเขาทำพิธีทุกอย่างจบลง ชาวบ้านจึงพาพระท่านกลับไปส่งที่วัด หลังจากที่พระท่านลงจากรถแล้ว พระรูปหนึ่งก็ได้บอกชาวบ้านว่าในช่วงระหว่างที่พระท่านกำลังสวดทำพิธีอยู่นั้นท่านได้เห็นวิญญาณของเหล่าเชลยศึกยืนเต็มตรงช่องเขาแห่งนี้ไปหมด บางตนก็ล้อมกันกินเครื่องเซ่นที่เตรียมกันไว้อย่างหิวโหย ซึ่งลักษณะของพวกเขาแต่ละคนนั้นดูน่าสงสารและเสื้อผ้าขาดลุ่ย ซึ่งนั่นทำให้พวกชาวบ้านได้รับรู้ว่าคงจะไม่มีใครมาทำบุญให้พวกเขาเท่าไหร่นัก         มีอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวและเพื่อนของเธอ ทั้งสองนั้นตั้งใจที่จะไปช่องเขาขาดเพื่อไปเที่ยวและไปถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานโดยไม่คิดอะไร ก่อนมาทั้งสองไม่ได้ศึกษาที่แห่งนี้มาก่อนว่ามีประวัติอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อนรึเปล่า สิ่งที่พวกเธอคิดก็แค่ว่าวิวที่นั่นคงสวยสำหรับการถ่ายรูปและไปดูบรรยากาศ หลังจากที่เดินทางไปถึงทั้งสองก็ไม่ได้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์และมุ่งหน้าเพื่อที่จะไปตรงจุดมุ่งหมายของพวกเธอ ซึ่งในตอนนั้นการที่จะเดินทางไปช่องเขาขาดนั้นจะมีทางเก่าและทางใหม่ซึ่งทางใหม่นั้นสร้างขึ้นเพื่อที่จะให้เดินทางไปถึงจุดได้อย่างง่ายขึ้น แต่พวกเธอเลือกที่จะเดินไปทางเก่า ในระหว่างที่พวกเธอเดินกันอยู่นั้น พวกเธอได้สังเกตว่าในเส้นทางเก่านั้นมีเพียงพวกเธอเท่านั้นที่ใช้ทางนี้และในระหว่างทางมันทำให้พวกเธอรู้สึกหายใจไม่ออกและรู้สึกแปลกๆ พวกเธอจึงตัดสินใจกลับไปและเดินไปทางใหม่น่าจะดีกว่า ตอนที่เธอกำลังเดินไปนั้นเธอได้เห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มนึงเดินสวนลงมาพอดี พอพวกเธอไปถึงจุดช่องเขาขาดก็มีเพียงแต่พวกเธอที่ถึงพอถึงพวกเธอก็สังเกตถึงของที่เหมือนจะมีคนเอามาไหว้และมีของตั้งเต็มไปหมด ซึ่งมันก็ทำให้พวกเธอขนลุกไปแล้วแต่ พวกเธอก็ยังคงถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ ในระหว่างที่ถ่ายรูปอยู่นั้นเธอเงยหน้าไปดูข้างบนเธอก็เห็นเงาดำๆ ชะโงกดูอยู่เต็มไปหมด นั่นทำให้เธอตกใจและคิดว่าตัวเองตาฟาดแต่เธอก็ไม่กลับไปมองที่จุดนั้นอีก หลังจากนั้นเธอก็สังเกตที่หน้าของเพื่อนเธอ ซึ่งตอนนั้นหน้าของเพื่อนเธอก็ดูเปลีย่นไปด้วย พวกเธอจึงตัดสินใจกลับกันเลยตอนนั้น […]

5 ตำนานเรื่องเล่าสยองจังหวัดหวัดสุราษฏร์ธานี

ตำนาน เรื่องเล่าผี จังหวัดหวัดสุราษฏร์ธานี

จังหวัดสุราษฏร์ธานีที่หลายคนคงรู้จักในนามไข่เค็มไชยาและหอยนางรมแสนอร่อย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังคงมีความน่ากลัวทั้งในตัวโรงแรมและสถานท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัด วันนี้จึงได้รวม 5 ตำนานเรื่องเล่าสยองจังหวัดหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อที่จะได้รู้อีกด้านหนึ่งของจังหวัดสุราษฏร์ธานีกัน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงลองอ่านกันดูนะครับ… 1. ตำนานหินตาหินยาย (ระดับความสยอง: 6/10)    หินตาหินยายนั้น สามารถพบได้ที่บริเวณหาดละไม เกาะสมุย ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี หินตาและหินยายนั้นอยู่ที่ลานหินกว้างริมชายหาด ถ้าคุณมองไปทางด้านขวามือนับจากทะเลคุณจะเห็น“หินตา” ซึ่งเป็นหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่ถูกน้ำทะเล สายลม และแสงแดด กัดเซาะจนมีลักษณะของหินคล้ายอวัยวะเพศชายตั้งชี้ฟ้าอยู่ และหากคุณมองไปทางซ้ายมือนับจากทะเลคุณจะได้เห็น“หินยาย” เป็นก้อนหินแกรนิตขนาดมหึมา มีลักษณะเหมือนร่างของผู้หญิงบริเวณช่วงเอวลงมา นอนทอดตัวอยู่ลงไปทางทะเล นี่คือลักษณะของหินตาหินยายที่สามารถพบเจอได้ แต่นอกจากนี้ยังมีตำนานของหินตาหินยายที่มีการเล่ากันมาตั้งแต่อดีตและถูกเล่าต่อๆ กันมา     ในตำนานถูกเล่ากันมาว่า นานมาแล้วมีตายายคู่หนึ่งชื่อว่า ตาเครง และ ยายเรียม แกเป็นชาวปากพนัง อยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังจะเดินทางไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย ที่จังหวัดประจวบ ให้กับลูกชายของแกชื่อว่า คง โดยพวกแกได้เดินทางโดยเรือสำเภา ในระหว่างที่กำลังเดินทางอยู่นั้น พอมาถึงตรงบริเวณแหลมละไมก็ได้เกิดพายุใหญ่ขึ้นทำให้เรือล่ม ซึ่งสินสอดทองหมั้นที่ตายายตั้งใจเตรียมไว้เพื่อไปสู่ขอได้จมน้ำหายไปจนหมด ส่วนญาติที่เดินทางเพื่อมาสู่ขอด้วยได้จมน้ำเสียชีวิตกันหมดกลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยรายรอบเกาะสมุย ส่วนนายคงลูกชายของแกนั้นได้ถูกน้ำซัดไปทางหาดเชิงมนและเสียชีวิตไปกลายเป็นเกาะกง     ที่ยังเหลือจากผู้ที่ตายไปทั้งหมดนั้นมีเพียงตาเครงและยายเรียม ซึ่งถูกทะเลซัดมาที่หาดละไม ทั้งตัวตาและยายนั้นเสียใจอย่างมากและกลัวว่าตาม่องล่าย จะคิดว่าตนทั้งสองเป็นคนไม่รักษาคำพูด ทั้งคู่จึงพากันอธิฐานขอให้บริเวณนี้เกิดเป็นสัญลักษณ์เพื่อที่จะให้ตาม่องล่ายรับรู้ว่าพวกตนนั้นไม่ได้ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็กลั้นใจกระโดดน้ำที่หาดละไมเพื่อฆ่าตัวตายและก็กลายเป็นหินตาหินยายถึงทุกวันนี้    ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีหินตาหินยายให้เห็นอยู่บริเวณหาดละไมในเกาะสมุย หากใครต้องการเห็นก็สามารถไปที่เกาะสมุยและไปสังเกตได้ที่หาดละไมนะครับ 2. […]

5 เรื่องเล่าสยองขวัญจังหวัดภูเก็ต

เรื่องเล่าผี จังหวัดภูเก็ต

   จังหวัดที่ขึ้นชื่อไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นตลอดเวลา ในอีกด้านหนึ่งก็มีเรื่องสยองขวัญที่สามารถทำเอาให้ขนลุกไปข้างหนึ่งเลย เตรียมตัวกันรึยังครับกับ 5 เรื่องเล่าสยองขวัญจังหวัดภูเก็ต ที่จะทำให้คุณขนลุกและอาจจะเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับจังหวัดภูเก็ตไปเลย ไปอ่านกันดูเลย… 1. โค้งปราบเซียน 100 ศพ (ระดับความสยอง : 7/10) บริเวณของโค้งปราบเซียนร้อยศพนี้ ตั้งอยู่ บ้านคอเอน หมู่ 5 ต.ไม้ขาว จังหวัดภูเก็ตนี่เอง ชาวบ้านแถวนั้นรู้จักกันดีและมีการร่ำลือกันมานาน ชาวบ้านบางคนถึงกับขนาดว่ารู้สึกชินกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณโค้งร้อยศพแห่งนี้ไปแล้ว จากการที่ชาวบ้านบริเวณแถวนั้นพูดออกมาทำให้รู้ว่าโค้งร้อยศพแห่งนี้คงเคยเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยๆ  ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ครั้งนึงเคยมีเหตุการณ์ที่มีลูกชายเศรษฐีที่เป็นลูกของนักธุรกิจชาวมาเลเซียได้ขี่บิ๊กไบด์มาร่วมงานประจำปีที่หาดป่าตอง หลังจากที่เขาได้ร่วมงานประจำปีเรียบร้อยมันก็เป็นเวลากลางวันแสกๆ เข้าแล้ว เขาได้ขับรถบิ๊กไบค์ของเขาหลุดเข้าโค้งชนขอบถนนจนเสียชีวิต โดยมีคำบอกเล่าจากเพื่อนของผู้เสียชีวิตว่าวันนั้นเขาไม่ได้ดื่นแอลกอฮอล์แม้แต่น้อย ทำให้ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงว่าอะไรที่ทำให้เค้าขับบิ๊กไบค์หลุดโค้งจนเสียชีวิต ซึ่งชาวบ้านและทุกคนส่วนใหญ่นั้นเชื่อกันว่ามักจะมีวิญญาณตนก่อนๆ ที่เคยได้เกิดอุบัติเหตุบริเวณนี้และได้เสียชีวิตไปอยากจะได้คนไปอยู่แทนหรือที่เรียกว่าตัวตายตัวแทนนั่นเอง   ซึ่งบริเวณทางขึ้นป่าตองนั้นก็มีศาลศักสิทธิ์ที่เวลาหากใครขับขึ้นป่าตองนั้น พวกเขามักจะบีบแตเพื่อเป็นการไหว้และเคราพให้พวกเขาขับรถได้อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุซึ่งบริเวณนั้นก็มีรถที่เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน บางครั้งหากใครไม่บีบแตบริเวณนั้นก็อาจจะเกิดเหตุการณ์แปลกๆ ขึ้นได้ เช่น รถเสีย หรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ในปัจจุบันนี้ศาลแห่งนี้ก็ยังอยู่ทางขึ้นไปป่าตอง หากใครได้ขับรถขึ้นไปป่าตองอย่าลืมสังเกตและบีบแตกันนะครับ 2. เกสเฮ้าส์หลอน (ระดับความสยอง : 8/10) เรื่องนี้เกิดขึ้นกับพนักงานเซลล์คนหนึ่งที่ต้องไปทำงานกับหัวหน้าของเค้า ที่ป่าตอง ในจังหวัดภูเก็ต โดยปกติแล้วหากพนักงานคนนี้มาทำงานกับหัวหน้าของเค้า ทางบริษัทจะเป็นคนจัดหาเกี่ยวกับที่อยู่ให้สำหรับทั้งตัวพนักงานและตัวหัวหน้าของเค้า หลังจากที่เดินทางถึงป่าตอง พวกเขาทั้งสองก็ยังไม่ได้แวะเข้าที่พัก เพราะในเวลานั้นพวกเขาต้องไปทำงานกันก่อน […]

5 เรื่องเล่าสยองขวัญจังหวัดชลบุรี

เรื่องเล่าผี จังหวัดชลบุรี

 คุณรู้ไหมว่า จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวชอบไปเที่ยวอยู่นั้น มักจะมีเหตุการณ์สยองที่เราอาจจะยังไม่รู้มาก่อน วันนี้แอดนำ 5 เรื่องเล่าสยองขวัญจังหวัดชลบุรี จังหวัดที่คนชอบมาเที่ยวทะเลกัน ถ้าอยากรู้ว่ามีเรื่องสยองอะไรบ้าง ลองอ่านกันดูนะครับ… 1. เกาะขามน้อย หรือ เกาะผี (ระดับความสยอง : 10/10) เกาะขามน้อยหรือเกาะผี เป็นเกาะที่อยู่ใกล้ๆ กับเกาะสีชังในจังหวัดชลบุรี เกาะขามน้อยในจังหวัดชลบุรีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเกาะผี เพราะว่ามีตำนานที่เล่ากันมากันมากมายทั้งตัวชาวบ้านแถวนั้นและในสังคมออนไลน์ก็พากันเล่าเกี่ยวกับเรื่องสยองขวัญของเกาะแห่งนี้ และเป็นเกาะที่มักจะมีพวกอยากลองดีเข้ามาท้าทดลองกัน   เกาะขามแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ไว้ฝั่งศพในสมัยก่อน ศพที่นำมาฝั่งกันนั้นมาจากฝั่งของเกาะศพสีชังที่อยู่ใกล้ๆนี่เอง และในอดีตยังเคยเป็นสถานที่ไว้ฝั่งศพของร่างทหารที่สู้ในสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย ซึ่งคนที่ออกหาปลาหรือเดินทางโดยเรือนั้นมักจะเจอศพลอยอยู่และได้นำศพเหล่านั้นมาฝั่งไว้ในเกาะนี้ เกาะขามนี้เป็นเกาะเล็กๆที่ไม่ใหญ่มาก เดินเพียงใช้เวลาไม่นานก็ครบรอบแล้ว ภายในเกาะนั้นเต็มไปด้วยสุสานจีน สุสานไทย และสุสานของคนอิสลาม   เกาะขามแห่งนี้เป็นที่ร่ำลือกันว่าหากไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องเข้ามาในเกาะนี้จริงๆ คนเรือจะไม่ยอมเข้ามาใกล้บริเวณนี้อย่างเด็ดขาด ซึ่งหากอยากจะเข้าจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้ามาเกาะนี้ได้ง่ายๆ ซึ่งหากมีคนเรือยอมไปส่งนั้นพวกเขาก็จะรีบไปส่งและทิ้งเราไว้และขอตัวกลับก่อนและจะกลับมารับอีกที      เคยมีเหตุการณ์เรื่องสยองจากรายการ รายการหนึ่งที่ได้เข้าไปในเกาะแห่งนี้เพื่อที่จะพิสูจน์ ซึ่งได้มีการเล่าว่าในระหว่างที่มีเด็กคนหนึ่งกำลังทำพิธีทดลองเพื่อเห็นวิญญาณภายในสุสานกลางป่าช้าภายในเกาะแห่งนี้นั้น ในระหว่างคนที่กำลังทำพิธีนั้นเผลอลืมตาขึ้นมาในระหว่างสวดมนต์ เขาได้คนมายืนอยู่ต่อหน้าเขาแต่มีเพียงครึ่งท่อนล่าง ทำให้เขาวิ่งออกมาอย่างเสียสติ ร้องห่มร้องไห้ ซึ่งกว่าจะทำให้เขาสงบสติอารมณ์ได้นั้นนานทีเดียว ซึ่งในวันนั้นที่พวกเขาไปพิสูจน์กัน ก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับไฟกล้องดับบ้าง ไฟฉายดับบ้าง พร้อมกับมีต้นไม้คอยพัดโบกเอนไปมา ทั้งๆที่ในตอนนั้นไม่มีลมเลย แต่ในปัจจุบันนั้นความสยองก็ยังคงมีอยู่ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ แต่ได้มีการนำศพบางส่วนไปทำพิธีกันบ้างทำให้ความเฮี้ยนของเกาะนี้ก็น้อยลงตามด้วยเช่นกัน 2. โค้งผาแดง (ระดับความสยอง : […]