เรื่องเล่าสยองขวัญ : โรงแรมหลอนที่จังหวัดตาก

เรื่องเล่าสยองขวัญ

   เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ไปเที่ยวกับแฟนที่ต่างจังหวัด แต่กลับเจอเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้น ที่จะทำให้เขากับแฟนของเขานั้นกลัวไปเลย กับเรื่อง “ โรงแรมหลอนที่จังหวัดตาก” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นยังไงอ่านกันให้สนุกนะครับ      เหตุการณ์เรื่องเล่าสยองขวัญในครั้งนี้นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาได้เกือบจะ 10 ปีแล้วเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่ง ตัวเขานั้นได้จองที่พักไว้อยู่ที่จังหวัดตาก ซึ่งรูปแบบของห้องที่เขาได้จองนั้นเป็นรูปแบบของห้องดีลักซ์ ซึ่งก่อนที่เขาจะเลือกโรงแรมนี้นั้นก็เขาได้เช็คกับเว็บไซต์ต่างๆเป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้ตัดสินใจและคิดว่าโรงแรมนี้คือโรงแรมที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาและแฟนของเขา เขาจึงเลยตัดสินใจที่จะจองโรงแรมแห่งนี้และไปที่จังหวัดตากเพื่อไปเที่ยวกับแฟนของเขานั่นเอง ซึ่งตัวแฟนของเขานั้นก็ชอบโรงแรมแห่งนี้ด้วยเช่นกัน       ซึ่งวันที่ตัวเขานั้นต้องเดินทางไปที่จังหวัดตาก เขาก็ไปเป็นเวลาที่เช้าเอามากๆ เขานั้นได้ถึงโรงแรมตอนเวลา 6 โมงเช้าซึ่งเป็นเวลาก่อนที่จะต้องเช็คอิน ด้วยความที่ตัวเขานั้นมาถึงที่โรงแรมก่อนเวลาเช็คอิน ทางที่พักก็ให้ตัวเขานั้นนั่งรอจนกว่าจะถึงเวลาเข้าเช็คอินก่อน มันเป็นเวลาหลายชั่วโมงมากกว่าจะุคงเวลา ด้วยความที่ว่าตัวเขานั้นขับรถมาไกลมากแล้วรู้สึกเหนื่อยหลังจากที่ขับรถเดินทางมาถึงโรงแรม ตัวเขาเลยคิดว่าจะหาที่พักสำหรับนอนงีบระหว่างรอเข้าเช็คอินก่อน เขาจึงได้เดินไปที่ทางด้านหลังของโรงแรมและได้เห็นศาลาแห่งหนึ่ง เพราะเขานั้นเพลียมากตัวเขาและแฟนของเขานั้นจึงตัดสินใจที่จะไปนอนรอเวลาเช็คอินที่ศาลาแห่งนั้น    ในขณะที่เขานั้นกำลังจะหลับอยู่ตรงบริเวณศาลานั้น ตัวเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง เขาได้ยินเสียงของยายคนหนึ่งพูดออกมาว่า “ตื่นเดี๋ยวนี้นะ ตรงนี้นอนไม่ได้ ห้ามนอนตรงนี้” ยายคนนั้นพูดคำว่าให้ตื่นไม่หยุด หลังจากนั้นเขาก็ได้ตื่นขึ้นมาและพบว่าไม่มีอะไรอยู่แถวนั้นเลย ตัวเขาจึงคิดว่าเขาคงจะหูแว่วไปเอง พอเวลาได้ผ่านไปจนถึงเวลาบ่ายโมง มันเป็นเวลาที่พนักงานที่โรงแรมบอกว่าสามารถเช็คอินได้แล้ว หลังจากที่เขานั้นได้เช็คอินกับโรงแรม เขาก็ได้ห้องพักของเขา ซึ่งมันอยู่ตรงบริเวณชั้นสาม อยู่ที่ห้อง 337 หลังจากที่ได้รู้เลขห้องของตัวเอง ตัวเขานั้นได้นึกอะไรสนุกและได้คุยกับแฟนของเขาว่า ให้แฟนของเขานั้นบวกเลขห้องดู มันจะได้เลข 13 ซึ่งมันเป็นเลขไม่ดีถ้่าคิดจริงๆแล้ว ซึ่งมันทำให้แฟนเขารู้สึกไม่ดีนิดหน่อย แต่ตัวเขานั้นก็ได้เพียงแค่บอกว่า หยอกเล่นเท่านั้นอย่าไปคิดอะไรมาก หลังจากที่ได้เขากำลังเดินขึ้นห้องนั้น เขาก็ได้สังเกตว่าโรงแรมแห่งนี้นั้นมีขนาดที่ใหญ่และสงบมาก เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนมาก […]

ตำนานโรงเรียนหลอน ตอน เรื่องเล่าวิญญาณหลอน ที่ ตึกอาคาร 6 ณ จังหวัดนนทบุรี

ตำนาน โรงเรียนสยองขวัญ

   ในทุกๆ สถานที่และทุกๆจังหวัดนั้น ล้วนมีตำนานและการพูดถึงเกี่ยวกับทั้งเรื่องที่เป็นเรื่องดี และเรื่องที่เป็นเรื่องน่ากลัว และในวันนี้แอดได้นำเรื่องเล่าหลอนที่เป็นตำนานของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นและเป็นที่พูดถึงกันมากมายในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งแอดเชื่อว่าสำหรับคนนนทุบรีที่เคยได้อาศัยหรือเคยได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ ก็อาจจะได้เคยได้ยินกันมาบ้าง สำหรับ เรื่องเล่าวิญญาณหลอน ที่ ตึกอาคาร 6 ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นยังไง ขอให้สนุกกันนะครับ    เรื่องนี้เป็นเรื่องของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งจุดที่ตั้งของโรงเรียนแห่งนี้นั้นบอกได้เลยว่าถ้าพูดไปแล้ว คิดว่าหลายๆคนอาจจะรู้จักเลยก็ได้เพราะโรงเรียนแห่งนี้นั้นอยู่ในย่านปากเกร็ด ซึ่งบริเวณระแวงนั้น มีโรงเรียนอยู่ไม่กี่ที่และถ้าหากพูดว่าเป็นโรงเรียนชื่อดังย่านปากเกร็ดแล้วมันก็มีอยู่ที่เดียวเองก็ว่าได้    ซึ่งจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญนี้ต้องพูดถึงตึกอาคารที่อยู่ภายในโรงเรียนแห่งนั้น ซึ่งสถานที่ของเรื่องสยองขวัญนั้นเกิดขึ้นที่ตึกอาคารที่6 มีการพูดถึงเกี่ยวกับตึกอาคารแห่งนี้เอาไว้ว่า อาคารแห่งนี้นั้นได้เคยเป็นจุดที่เป็นศาลาพักศพมาก่อน หรือก็คือโรงเรียนแห่งนี้นั้นได้เคยเป็นสถานที่สำหรับเก็บศพของผู้ยากไร้หรือผู้ที่ได้ตายไปมาก่อนนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เองตัวตึกอาคาร 6 แห่งนี้ในปัจจุบันนั้นจำเป็นต้องมีการทำบุญอยู่มาตลอดหลายๆปี ซึ่งในการทำบุญของตัวอาคารแห่งนี้นั้น พวกเขาจะมีการทำบุญตึกอยู่ในทุกๆวันอังคาร เหตุผลที่นอกจากว่าตัวตึกอาคารแห่งนี้นั้นได้เคยเป็นอาคารสำหรับเก็บศพมาก่อนแล้วนั้น นอกจากนี้ตัวตึกในปัจจุบันก็ยังมีเรื่องเหตุการณ์แปลกๆที่ทำเอาให้มีการทำบุญตึกกันอยู่ถึงทุกวันนี้    เรื่องสยองขวัญที่เกิดขึ้นที่ตึกแห่งนี้นั้น ว่ากันว่า ได้เคยเกิดเรื่องสยองขวัญขึ้นกับคุณครูท่านหนึ่งที่วันนั้น นั้นคุณครูท่านนี้ได้เลิกงานดึกเพราะมีงานที่ต้องเคลียร์ในตอนกลางคืน จึงทำให้ในคืนนั้น คุณครูท่านนี้จึงจำเป็นต้องเลิกงานหลังจากคนอื่น ซึ่งมันเป็นเวลาดึกมากแล้วที่กว่าคุณครูคนนี้จะกลับบ้าน จนพอถึงเวลาที่กำลังจะกลับบ้านนั้น คุณครูท่านนี้ได้เดินลงมาจากตึกและกำลังจะเดินไปที่ศาลาที่อยู่ใกล้ๆกับตัวตึกอาคารนี้ แต่ปรากฏว่าคุณครูท่านนี้นั้นได้เห็นนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ตรงบริเวณป้าย ซึ่งสาเหตุที่รู้ว่ามันเด็กคนนี้เป็นนักเรียนก็เพราะว่าเด็กคนนี้ได้ใส่ชุดนักเรียนอยู่ คุณครูจึงตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปถามนักเรียนคนนี้ว่าทำไมยังนั่งอยู่ตรงนี้ นี่มันก็เป็นเวลาดึกมากแล้วผู้ปกครองยังไม่มารับอีกเหรอ หลังจากนั้นเด็กคนนักเรียนคนนั้นก็ได้เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับได้สร้างความตกใจให้กับคุณครูคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะใบหน้าของนักเรียนคนนี้นั้น ไม่มีดวงตาดำอยู่เลย และหลังจากนั้นก็ค่อยๆมีน้ำไหลออกมาจากลูกกะตาของเด็กคนนี้ซึ่งมันก็คือเลือดที่ไหลออกมามาก จนใบหน้าของเด็กนักเรียนคนนี้นั้นเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลอาบเต็มใบหน้าของเขา ตัวคุณครูรู้สึกตกใจมากเกี่ยวกับสิ่งที่คุณครูเขาได้เห็น เพราะนั่นเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก และคุณครูจึงตัดสินใจที่จะวิ่งหนีและกลับบ้านของเธอทันทีหลังจากที่ได้เจอเรื่องนี้ก็ไม่กล้าที่จะกลับบ้านดึกอีกเลย นอกจากเรื่องของคุณครูที่ได้เล่าไว้ข้างต้นนั้น ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นกับนักเรียนของโรงเรียนนี้เอง ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนคนหนึ่งได้มาโรงเรียนในตอนเช้าเป็นปกติ […]

ตำนานสยองขวัญในประเทศไทย : ตำนานเรื่องพระนอนกินเณร

ตำนาน สถานที่หลอน

      หากเราได้พูดถึงเกี่ยวกับตำนานความเชื่อต่างๆของภายในประเทศไทยนั้น เราสามารถพูดได้ว่าตำนานเกี่ยวกับเรื่องผีหรือสิ่งแปลกๆนั้นมีอยู่มากมายในประเทศไทย แต่มีอยู่ตำนานหนึ่งที่ผู้คนในสมัยก่อนจนมาถึงปัจจุบันนั้น ยืนยันกันว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาในสมัยก่อนจนเป็นที่พูดถึงกันมาจนถึงปัจจุบัน มันเป็นตำนานที่โด่งดังเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ตำนานที่แอดมินหมายถึงก็คือ ตำนานพระนอนกินเณร นั่นเอง ถ้าอยากรู้แล้วว่าทำไมถึงมีชื่อว่าพระนอนกินเณรนั้น ก็ขอให้อ่านและเอ็นจอยกับเรื่องในวันนี้นะครับ บรือออ…    ตำนานพระนอนกินเณรนั้นเป็นตำนานมีที่การกล่าวถึงและถูกพูดถึงมาเป็นเวลานาน ในสมัยช่วงปี พ.ศ.2460 อยู่ในสถานที่ในจังหวัดนครสวรรค์ จะเป็นตำนานที่อยู่ในวัดวรนาถบรรพต หรือที่ชาวนครสวรรค์ที่อยู่ในที่นั่นจะเรียกวัดแห่งนี้กันว่า วัดเขากบ ซึ่งตัววัดเขากบนี้ในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นวัดที่มีความสวยงามมากและมักจะมีนักท่องเที่ยวที่ได้ไปเที่ยวในจังหวัดนครสวรรค์ ได้มาทำการไหว้กันเป็นประจำ    แต่หากพูดถึงวัดวรนาถบรรพต ในสมัยก่อนในช่วงเวลา 100 กว่าปีก่อนนั้นต้องพูดกันว่า วัดแห่งนี้นั้นเหมือนจะเป็นวัดร้างก็ว่าได้ ไม่ได้มีลักษณะที่มีความสวยงามเหมือนกับในปัจจุบัน วัดนี้ในสมัยก่อนนั้นเป็นวัดรกร้างที่มีพระที่อาศัยอยู่ภายในวัดนี้น้อยมากจนถึงอาจจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยตำนานที่มีการพูดถึงเอาไว้ว่า เคยได้มีพระองค์หนึ่งได้เดินธุดงค์เข้ามาภายในวัดแห่งนี้และจำวัดในวัดแห่งนี้ หลังจากนั้นท่านก็ได้ทำให้วัดวรนาถบรรพตแห่งนี้นั้นเป็นที่รู้จักของชาวบ้านที่อยู่ระแวงนั้นและเป็นที่ฟื้นฟูจนมีผู้ที่รู้จักวัดแห่งนี้กันมากขึ้น ซึ่งพระที่เอ่ยถึงนั้นมีชื่อว่า “หลวงพ่อทอง” นั่นเอง    หลังจากที่หลวงพ่อทองได้ทำการจำวัดแห่งนี้เป็นที่ประจำของท่าน หลังจากนั้นวัดแห่งนี้ก็ต่างมีผู้คนชาวบ้านต่างพากันมาไหว้และศรัทธาในตัวของหลวงพ่อทองกันมาก ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีผู้คนต่างพากันมาบวชเป็นพระและจำวัดที่วัดแห่งนี้หรือก็ได้มีชาวบ้านได้นำลูกหลานของพวกเขาให้มาบวชเณร เพื่อที่จะทำตามพิธีของพวกเขากันมากขึ้น จนภายในวัดแห่งนั้นจากที่เป็นวัดที่เหมือนกับว่าเป็นวัดร้าง ก็เริ่มมีพระและเณรจำวัดประจำที่นี่กันมากขึ้นเรื่อยๆ    แต่หลังจากที่เป็นแบบนั้นอยู่ได้ไม่นาน ก็ได้มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นภายในวัดแห่งนี้เพราะ จู่ๆก็ได้มีเณรได้หายไปภายในวัดแห่งนี้อย่างไร้ร่องรอย โดยที่พระที่จำวัดอยู่ในนั้นก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเณรที่หายไปนั้น ได้หายไปไหนกันแน่ ซึ่งในช่วงแรกที่ได้มีเณรหายนั้น ตัวหลวงพ่อทองได้แต่เพียงคิดว่า เณรคงจำวัดอยู่ไม่ไหวและคงคิดถึงบ้านเลยได้กลับไปที่บ้านโดยที่ไม่ได้บอกตัวหลวงพ่อไว้ก่อน หลวงพ่อจึงได้ไปหาที่บ้านของเณรที่หายไปเพื่อไปดูว่าเป็นอย่างไรหรือเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า แต่แล้วก็ต้องมารู้ว่าที่บ้านของครอบครัวเณรที่หายนั้น ได้บอกว่าตั้งแต่ที่ตัวเณรได้ออกไปอยู่ที่วัดนั้น เณรก็ไม่เคยได้กลับมาบ้านเหมือนกัน ตัวครอบครัวของเณรก็คิดว่าเณรคงอยู่ที่วัดตลอดเช่นกัน หลังจากนั้นมันก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตัวหลวงพ่อทองและพระองค์อื่นๆเกี่ยวกับการหายไปของเณรองค์นี้กันอย่างมาก จึงได้มีการเริ่มสืบและตามหาว่าเณรองค์นั้นได้หายไปที่ไหนกันแน่ หรือเกิดอะไรขึ้นกับเณรองค์นี้หรือเปล่า […]

สถานที่หลอนๆ ในประเทศไทย : ตึกร้างสยองขวัญใจกลางกรุงเทพ

สถานที่หลอน ตึกร้างสยองขวัญ

   นี่เป็นเรื่องของหนึ่งในตึกร้างที่เป็นที่โด่งดังมากที่สุดและมีการพูดถึงมากที่สุดก็คงจะเป็น ตึกร้างสูงที่อยู่ในใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ในย่านสาธรนี่เอง ซึ่งมันเป็นหนึ่งในไม่กี่ร้างที่อยู่ภายในจังหวัดกรุงเทพมหานครที่มีผู้คนที่ได้ความสนใจกันมาก ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไง ไปอ่านกันได้เลยครับ    ตึกร้างในใจกลางกรุงเทพนั้นหรือที่บางคนเรียกกันว่า ตึกสาธรยูนิตทาวเวอร์ เป็นตึกสูงที่มีความสูง สูงถึง 40 ชั้น ตัวภายนอกของตึกนั้นถ้าได้ดูจากภายนอกนั้นจะรู้สึกว่าตึกแห่งนี้นั้นเป็นตึกที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เพราะถ้าตึกนี้ได้ถูกสร้างเสร็จมานั้นมันคงจะเป็นตึกที่มีการพูดถึง ถึงความสวยงามอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงนั้น ตึกแห่งนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะในช่วงเวลาที่กำลังสร้างตึกสาธรแห่งนี้นั้น ได้เป็นช่วงที่ได้เกิดเหตุวิกิตต้มยำกุ้งขึ้นมา ซึ่งตัวนายทุนที่ได้ทำการสร้างตึกแห่งนี้นั้นก็ได้ล้มละลายไปในตอนนั้น ซึ่งหลังจากนั้นตัวตึกแห่งนี้นั้นจึงได้ถูกทิ้งร้างเอาไว้ทั้งๆที่ยังสร้างไม่เสร็จและสร้างค้างไว้แบบนั้นเลยจนมาถึงปัจจุบัน    แต่ตัวตึกร้างแห่งนี้นั้นก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตึกร้างที่ถูกให้ปล่อยร้างไว้เท่านั้น เพราะหลังจากที่ตัวตึกนั้นได้ถูกทิ้งร้างไว้ ก็ได้มีการพูดถึงเกี่ยวกับวิญญาณและผีไร้ญาติได้มาอาศัยอยู่ที่ตึกร้างแห่งนี้ เหมือนกับเป็นแหล่งที่พักของพวกเขา    และได้มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นมาได้ไม่นานเป็นเวลาประมาณ 2-3 ปีก่อน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากับตากล้องคนหนึ่งที่ตัวเขานั้นได้เข้าไปเพื่อที่จะถ่ายรูปเก็บบรรยากาศของตึกร้างตามฟิลของตากล้องทั่วไปที่ต้องการรูปภาพที่มีความแปลกเพื่อที่จะได้รูปที่สวยออกมา และตากล้องคนนี้นั้นได้ตัดสินใจที่จะเข้าไปถ่ายรูปที่ตึกร้างแห่งนี้ทั้งๆที่รู้ว่าตึกร้างนี้ก็มีผู้คนพูดถึงกันเกี่ยวกับเรื่องของผีที่อาศัยอยู่ในตึกร้างสูงนี้ ซึ่งตัวตากล้องนั้นได้เข้าไปถ่ายรูปภาพภายในตึกแห่งนี้และตัวเขานั้นก็ได้พบกับร่างอันไร้วิญญาณของชาวต่างชาติคนหนึ่ง ได้ทำการฆ่าตัวตายโดยการที่เขานั้นผูกคอของตัวเองและจบชีวิตลงที่ตึกร้างแห่งนี้ สาเหตุทีตากล้องได้เจอกับศพนั้นเพราะว่าเขานั้นได้ทำการถ่ายรูปในทุกๆชั้นและอยู่ๆก็ได้กลิ่นเหมือนเป็นกลิ่นเน่าออกมาจากชั้นหนึ่ง ในตอนแรกนั้นตัวเขาคิดเพียงแค่ว่าคงเป็นศพของหนูเน่าหรือแมวเน่าที่ได้ตายไปในบริเวณนั้น หลังจากที่เขาได้ทำการเดินดูเพื่อหาต้นตอของกลิ่นเน่าที่เขาได้กลิ่นนั้น สุดท้ายก็ได้เจอว่า กลิ่นนั้นเป็นกลิ่นของศพของชาวต่างชาติที่ได้ฆ่าตัวตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน ซึ่งลักษณะของตัวศพนั้นก็เริ่มอืดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว    หลังจากที่ตัวเขาได้เจอศพนี้นั้น ในตอนแรกเขาก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากและได้วิ่งหนีด้วยความตกใจลงไปที่ชั้นหนึ่งและวิ่งออกมาจากตัวตึก ซึ่งหลังจากนั้นที่เขากลับไปที่บ้านของเขาและตั้งสติได้ ตัวเขานั้นจะได้ทำการเขียนเรื่องที่เขาเจอลงไปในพันทิป เพื่อที่จะบอกเล่าถึงสิ่งที่เขาเจอมา แต่สุดท้ายแล้วนั้นตัวตากล้องก็ได้ตัดสินใจที่จะไปแจ้งความกับตำรวจว่าตัวเขานั้นได้พบเจอศพที่อยู่บนตึกแห่งนี้ ซึ่งหลังจากที่ตำรวจนั้นได้รับเรื่องแล้วเกี่ยวกับการแจ้งความของเขา ตัวตำรวจจึงได้นำตัวเขาไปเพื่อที่จะให้นำทางไปดูสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งหลังจากที่เดินทางไปถึงแล้วนั้น สิ่งที่ตัวเขาและตำรวจที่ไปกับเขานั้นพบเจอเพียงความว่างเปล่า ซึ่งนั่นได้สร้างความเครียดให้กับตัวเขามาก เนื่องจากหากไม่มีศพจริงๆ ตัวเขาอาจจะโดนข้อหาแจ้งความเท็จได้ จนตัวเขานั้นได้บอกกับตำรวจว่าให้ตรวจสอบให้ครบทุกชั้น เพราะตัวเขามั่นใจว่ามันมีศพที่อยู่ในตึกนี้จริงๆ […]

รวม 3 เรื่องราวโรงเรียนหลอนที่สร้างความหลอนให้กับนักเรียนมาแล้วหลายคน

สถานที่หลอน โรงเรียนหลอน

   เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับตำนานความสยองและความเฮี้ยนของมหาลัยสยองขวัญต่างๆ จากที่แอดมินได้เคยเขียนเอาไว้ให้ทุกคนได้อ่านกันบ้างแล้ว มาในครั้งนี้แอดมินได้นำเรื่องราวความสยองขวัญของ 3 เรื่องราวผีในโรงเรียนไทยที่สร้างความหลอนให้กับนักเรียน มาให้ทุกคนได้อ่านและขนลุกกันไปตามๆ กันกันบ้างนะครับ    เรื่องราวของโรงเรียนไทยนั้นเป็นเรื่องราวที่ถูกพูดถึง และได้มีเล่าต่อๆ กันมาจากปากของนักเรียนก็มีและตัวคุณครูที่ได้สอนอยู่ที่โรงเรียนนั้นก็มีถึงเกี่ยวกับความน่ากลัวของสถานที่ และรวมไปถึงสิ่งเร้นลับของสถานที่ที่อาจจะเคยเกิดขึ้นจนทำให้มีการพูดถึงกันต่อและต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ 1. เรื่องราวความหลอนของ คุณครูห้องนาฏศิลป์    เรื่องราวความหลอนในครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นที่โรงเรื่องแห่งหนึ่งที่มีความชื่อดังพอสมควรที่อยู่ในใจกลางเมืองของจังหวัด กรุงเทพมหานครที่เรารู้จักกันนี่เอง มันเป็นเรื่องราวของคุณครูนาฏศิลป์คนหนึ่งที่มีชื่อว่า คุณครูวิภา   ครูวิภานั้น นับได้ว่าเป็นคุณครูที่มีความดุและมีความน่ากลัวด้วยความที่แกนั้นมีความเข้มงวดในการสอนทุกครั้ง จึงทำให้นักเรียนหลายๆ คนต่างรู้สึกกลัวและเกรงใจคุณครูวิภากันอย่างมาก แกมีความแป๊ะในทุกๆ การสอนของแก นักเรียนทุกคนต้องมีระเบียบและมีความแป๊ะตามที่คุณครูวิภาสอนและคุณครูวิภานั้นก็ขึ้นชื่อเรื่องการรำของตัวคุณครูเองที่มีความสวยงามและมีความชำนาญอย่างมาก จนเวลาผ่านไป จนถึงวันหนึ่ง คุณครูวิภานั้นก็ได้เกิดอาการป่วยขึ้นมาอย่างรุนแรง แต่ด้วยความที่คุณครูวิภานั้นเป็นคนที่รักในสายอาชีพของครูนาฏศิลป์อย่างมาก ครูวิภาจึงได้หนีออกจากโรงพยาบาลโดยที่ไม่ยอมเข้ารับการรักษาเพื่อที่จะมาสอนนักเรียนของคุณครูเองที่รอครูเข้ามาสอนภายในโรงเรียน เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการแข่งขันเกี่ยวกับรำไทยอยู่    ในคืนนั้นเองที่คุณครูวิภาได้สอนนักเรียนของแกนั้น อาการของคุณครูก็ยังคงไม่ได้ดีและกำลังทรุดลงเรื่อยๆ นั่นจึงทำให้แกต้องรีบไปกินยาที่แกได้เอามา ที่อยู่ภายในห้องนาฏศิลป์ แต่ด้วยความที่โชคไม่ดีนั้น ทำให้แกเข้าไปเอายามากินไม่ทันและทำให้แกนั้นได้เสียชีวิตลงไปที่ภายในห้องนาฏศิลป์แห่งนั้น โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าแกนั้นได้เสียชีวิตลงไป กว่าจะรู้กันนั้นก็ตอนเช้าของวันถัดมาแล้วเพราะมีการเปิดเข้าห้องนาฏศิลป์และได้พบเจอศพของคุณครูเข้า หลังจากเกิดการเสียชีวิตลงของคุณครูวิภานั้น ทางโรงเรียนก็ได้พยายามที่จะทุบห้องนาฏศิลป์แห่งนี้ออกไปด้วยความที่ห้องนาฏศิลป์แห่งนี้ได้มีคุณครูตายลงไปและนักเรียนหลายๆคนก็เริ่มกลัวเกี่ยวกับเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้น แต่ทุกครั้งที่ทางโรงเรียนพยายามที่จะทำการทุบห้องนาฏศิลป์แห่งนี้ออกไปนั้น พวกเขาก็มักจะได้ยินเสียงดนตรีไทยดังขึ้นมาจากที่ไหนซักแห่งอย่างไม่สามารถบอกได้ว่ามันมาจากไหน ซึ่งนั่นได้สร้างความน่ากลัวและจนสุดท้ายนั้นก็ไม่สามารถทุบห้องนาฏศิลป์แห่งนี้ออกไปได้ 2. ตำนานของวิญญาณผีโบว์เขียว   เรื่องของผีโบว์สีเขียวนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งตัวโรงเรียนแห่งนี้นั้นมีกฏอยู่อย่างหนึ่งที่เป็นกฏประจำของโรงเรียนนั้นก็คือ ทางโรงเรียนจะบังคับให้นักเรียนหญิงทุกคนนั้นต้องผูกโบว์เวลาที่จะเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งนักเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ยินดีที่จะทำตามกฏของโรงเรียนแห่งนี้โดยดี ซึ่งตัวนักเรียนก็ต่างพากันติดโบว์ตามที่บอก ซึ่งก็จะมีทั้งโบว์สีดำ สีขาว […]

รวม 3 เรื่องผีเฮี้ยนที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนดังทั่วประเทศไทย

สถานที่หลอน

   ฮัลโหลทุกคน วันนี้แอดได้นำเรื่องราวของความเฮี้ยนของสถานที่โรงเรียนดังมาให้อีกแล้ว แต่แอดไม่บอกหรอกนะว่าเป็นโรงเรียนอะไร แต่จะให้ทุกคนหากันเอาเอง สำหรับครั้งนี้แอดได้นำ รวม 3 เรื่องผีเฮี้ยนที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนดังทั่วประเทศไทย หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยกับการอ่านในครั้งนี้นะครับ ขอให้อ่านกันสนุกนะ บรือออ… 1. รองเท้าส้นสูงของผู้หญิงบางคนที่อยู่ในห้องน้ำ    เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่ได้มีสถานที่หลอนๆและเป็นสถานที่เฮี้ยนที่นักเรียนหลายๆคนต่างได้พูดกันมาเกี่ยวกับความน่ากลัวของห้องน้ำหญิงแห่งหนึ่งที่อยู่ภายในโรงอาหารของโรงเรียน     ซึ่งได้มีเรื่องราวจากปากของนักเรียนที่ได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนนั้นได้พูดกันปากต่อปากเกี่ยวกับห้องน้ำแห่งนี้ว่า หากใครได้เข้าไปใช้ห้องน้ำหญิงแห่งนี้ที่อาคารของโรงอาหารที่โรงเรียนนี้นั้นมักจะได้ยินเสียงของคนที่เดินไปมาเป็นประจำ ซึ่งนั่นเป็นเสียงเหมือนกับว่าคนๆนั้นที่เดินอยู่นั้นได้ใส่รองเท้าส้นสูงในการเดินไปรอบๆ เพราะมันจะเป็นเสียง ตึกกก ตึกกก ตึกก.. ซึ่งเสียงของคนเดินนั้นได้เดินไปเดินมาไม่ได้หยุดอยู่รอบๆตัวห้องน้ำแห่งนี้ นักเรียนหลายๆคนก็ต่างเชื่อกันเกี่ยวกับเสียงของส้นสูงที่พวกเขาได้ยินกันนั้น น่าจะเป็นวิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่งที่อาจจะได้มาใช้ห้องน้ำแห่งนี้และได้ถูกจับมาข่มขืนและฆ่าตายภายในห้องน้ำแห่งนี้ในเวลากลางคืน ซึ่งในตอนนั้นที่เธอถูกจับตัวมานั้นเธอได้ใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงอยู่ด้วย    นักเรียนหลายๆคนจึงเชื่อกันว่าที่มาของเสียงรองเท้าปริศนาที่น่ากลัวนี้นั้น ที่มาของเสียงนั้นต้องมาจากการเสียชีวิตของเธออย่างแน่นอนเพราะตอนที่เธอได้ตายไปนั้นเธอก็ยังคงใส่รองเท้าส้นสูงอยู่เลย นั่นจึงทำให้มีการพูดถึงเกี่ยวกับวิญญาณของผีสาวที่ใส่รองเท้าส้นสูงกันอยู่อย่างมาก 2. วิญญาณของหญิงสาวที่อยู่ในห้องพยาบาล    เรื่องนี้นั้นยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานครแห่งนี้เหมือนเดิม ซึ่งลักษณะเด่นของโรงเรียนแห่งนี้นั้นเป็นโรงเรียนชื่อดังที่อยู่ในระแวงสยามนี่เอง ซึ่งตัวโรงเรียนแห่งนี้นั้นได้รวบรวมเด็กนักเรียนที่มีความเก่งในหลายๆด้านได้เข้ามารวมตัวกันที่โรงเรียนแห่งนี้    เรื่องราวของความสยองขวัญนี้มีอยู่ว่า โดยปกติของนักเรียนที่รู้สึกว่าไม่อยากเรียนหนังสือในห้องเรียนแล้ว พวกนักเรียนส่วนใหญ่ก็มักจะใช้วิธีการที่เหมือนกันเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเรียนในวันนั้นๆอีก ซึ่งวิธีที่นักเรียนชอบใช้กันนั้นก็คือ พวกนักเรียนมักจะอ้างกันว่าพวกเขาปวดหัวหรือเป็นไมเกรนในขณะที่กำลังเรียนอยู่ที่ห้องเรียนและรู้สึกว่าเรียนไม่ไหวและพยายามที่จะบอกคุณครูของพวกเขาเพื่อที่จะขออนุญาติที่จะไปนอนที่ห้องพักที่อยู่ภายในห้องพยาบาล แต่ภายในห้องพยาบาลที่อยู่ภายในโรงเรียนแห่งนี้นั้นก็มักจะมีการพูดถึง ถึงความน่ากลัวเกิดขึ้นมาเป็นประจำ และมันมักจะเกิดขึ้นกับเหล่านักเรียนที่ชอบแกล้งที่จะไม่สบายและต้องการเข้าไปนอนพักห้องพยาบาลแห่งนี้เล่นๆทั้งๆที่ตัวเองนั้นไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ    ซึ่งนักเรียนที่ชอบแกล้งที่จะไม่สบายนั้นและได้ไปนอนเล่นๆที่ห้องพยาบาลมักจะออกมาและเล่าหรือพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องสยองขวัญที่พวกเขาได้เจอในระหว่างที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงภายในห้องพยาบาลแห่งนี้กันว่า พวกเขามักจะเห็นรอยเท้าของคนเดินอยู่ภายในห้องพยาบาลและบางทีก็เห็นเป็นเหมือนเงาของคนเดินอยู่ในห้องพยาบาลแห่งนี้ บ้างก็ว่ามักจะได้ยินเสียงเหมือนเสียงเดินของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาทั้งๆที่ในตอนนั้นเขานั้นนอนอยู่ภายในห้องนั้นอยู่คนเดียว และร้ายที่สุดนั้นก็คือหากเด็กคนนั้นได้หลับลงไปในห้องแห่งนี้ พวกเขาก็มักจะเห็นเหมือนใครบางคนที่อยู่ในความฝันและหัวเราะและจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาดนั่นเอง ซึ่งหลังจากนั้นก็ทำให้เหล่านักเรียนที่ชอบที่จะโดดคาบเรียนโดยวิธีการแกล้งไม่สบายนั้น ก็ต่างไม่มีใครทำอีกเลยเพราะรู้สึกกลัวว่าจะต้องเจออะไรบางอย่างที่อยู่ในห้องพยาบาลแห่งนี้อย่างแน่นอน 3. วิญญาณของคุณยายที่อยู่บนตึกของห้องเรียน   เรื่องเล่าสยองขวัญครั้งนี้เป็นเรื่องเล่าสยองขวัญที่อยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ได้มีนักเรียนหลายๆ คนต่างพูดและเล่าต่อๆ กันมาเกี่ยวกับความน่ากลัวของห้องแห่งหนึ่งที่คุณครูท่านหนึ่งนั้นได้พบเจอขึ้นมา และมันทำให้คุณครูคนนั้นที่ได้เจอเรื่องน่ากลัวสยองขวัญนี้ ถึงกลับไม่กล้าเลิกงานดึกหรืออยู่โรงเรียนแห่งนี้คนเดียวโดยไม่จำเป็นอีกเลย […]

สถานที่สยองขวัญชื่อดัง : เมืองร้าง เชอร์โนบิล (Chernobyl)

สถานที่หลอน ผีต่างประเทศ

    สวัสดีครับ วันนี้แอดได้นำเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่มีคนได้พูดถึงความน่ากลัวของมันและด้วยความน่ากลัวของมันนั้น จึงได้มีคนได้นำเรื่องราวเหล่านี้ไปสร้างเป็นหนังผีอยู่มากมาย สำหรับวันนี้แอดนำเรื่อง เมืองร้าง เชอร์โนบิล มาให้ได้อ่านกัน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไง อ่านกันให้สนุกได้เลยครับ       เชอร์โนบิลนั้นเดิมทีถูกตั้งอยู่ที่เมืองของเขตหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า เมืองพริเพียต (Pripyat) ที่เป็นเมืองอยู่ในประเทศอย่างยูเครน ซึ่งตัวเมืองพริเพียสนี้นั้นสามารถพูดได้ว่าเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของสถานที่ที่หนึ่งที่เป็นที่ใหญ่โต อย่าง โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่พวกเขาเรียกกันว่า “เชอร์โนบิล” ซึ่งเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เชอร์โนบิลนั้นเป็นเมืองร้างสยองขวัญนี้ได้ถูกเริ่มในช่วงสมัยที่ยังคงเป็นหนึ่งในสหภาพของโซเวียต ซึ่งเหตุการณ์เมืองหลอนนั้นที่ได้เป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกได้เกิดอยู่ในช่วงของวันที่ 20 เมษายน เมื่อปี 1986 เหตุเพราะว่าเครื่องปฏิกรณ์ที่อยู่ภายในของโรงไฟฟ้าแห่งนี้นั้นได้เกิดระเบิดขึ้นมาอย่างรุ่นแรงในระหว่างที่ผู้คนที่อยู่ภายในเมืองได้ทำการทดสอบถึงความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉินของพวกเขา     เหตุการณ์ของอุบัติเหตุที่มาจากการทดสอบของเหล่าคนที่อยู่ในนั้นที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น มันทำเกิดผลร้ายที่ทำเอาให้พื้นที่ของเมืองนั้นเกิดแต่สิ่งน่ากลัวขึ้นมาเพราะว่า ผลที่ออกมานั้นเกิดขึ้นมาเพราะมีความบกพร่องของตัวการทดลองและขาดการระวังพอสมควร และรวมถึงเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างในนั้นยังไม่เป็นทีมพอจึงทำให้เกิดเหตุการณ์สยองขวัญขึ้นมา ที่สามารถพูดได้ว่ามันเป็นโศกนาฏกรรมช็อคที่เกิดขึ้นมาภายในโลกนี้ก็ว่าได้ มันมีความรุนแรงมากที่สุดของโลกครั้งหนึ่ง หลายๆคนจึงคิดว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์อาจจะต้องจาลึกเกี่ยวกับความรุนแรงของมัน และหากทำการจัดอันดับเกี่ยวกับความรุนแรงของมันนั้น ก็ถือได้ว่าอยู่ที่ระดับ 7 ซึ่งความรุนแรงระดับ 7 นั้นนับว่าเป็นความรุนแรงที่สูงที่สุดของโลกแล้วหากเทียบตามมาตราระหว่างประเทศว่าความรุนแรงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับนิวเคลียร์ ซึ่งเหตุการณ์การระเบิดนิวเคลียร์นี้ก็ทำให้มีผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตและเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก มีทั้งที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเพราะรังสีของตัวนิวเคลียร์ มีทั้งกลายพันธุ์ผ่าเหล่า และ มีการเป็นพิการไปเป็นจำนวนมากอยู่เช่นกัน ซึ่งคนที่โดนเข้าไปนั้นก็เป็นคนที่อยู่ภายในหมู่บ้านโดยที่พวกเขานั้นไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะโดนอะไรเข้าให้     เหตุการณ์ของอุบัติเหตุที่มาจากการทดสอบของเหล่าคนที่อยู่ในนั้นที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น มันทำเกิดผลร้ายที่ทำเอาให้พื้นที่ของเมืองนั้นเกิดแต่สิ่งน่ากลัวขึ้นมาเพราะว่า ผลที่ออกมานั้นเกิดขึ้นมาเพราะมีความบกพร่องของตัวการทดลองและขาดการระวังพอสมควร และรวมถึงเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างในนั้นยังไม่เป็นทีมพอจึงทำให้เกิดเหตุการณ์สยองขวัญขึ้นมา ที่สามารถพูดได้ว่ามันเป็นโศกนาฏกรรมช็อคที่เกิดขึ้นมาภายในโลกนี้ก็ว่าได้ มันมีความรุนแรงมากที่สุดของโลกครั้งหนึ่ง หลายๆคนจึงคิดว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์อาจจะต้องจาลึกเกี่ยวกับความรุนแรงของมัน และหากทำการจัดอันดับเกี่ยวกับความรุนแรงของมันนั้น ก็ถือได้ว่าอยู่ที่ระดับ 7 ซึ่งความรุนแรงระดับ 7 […]

มหาลัยสยองขวัญ : รวม 5 ตำนานเรื่องผีมหาลัยรังสิต

ตำนาน สถานที่หลอน มหาลัยสยองขวัญ

   สำหรับเรื่องราวในวันนี้ที่แอดได้รวบรวมมานั้นเป็นเรื่องเล่าจากมหาลัยดังย่านรังสิตที่หลายๆคนรู้จักกัน วันนี้แอดได้นำ  รวม 5 ตำนานเรื่องผีมหาลัยรังสิต สำหรับคนที่ชอบเรื่องเล่าสยองขวัญในมหาลัยกัน ถ้าพร้อมแล้วอ่านกันให้สนุกได้เลย… 1. ตำนานที่หอพักชาย ห้ามยืนทับที่    เรื่องเล่าสยองขวัญนี้เกิดขึ้นที่หอพักชายที่อยู่ในมหาวิทยาลัยรังสิตแห่งนี้ ซึ่งตัวหอพักชายที่ว่านั้นเป็นหอพักเก่าที่มีประวัติความน่ากลัวและความสยองขวัญเกิดขึ้นมาในช่วงที่กำลังสร้างตัวตึกหอพักนี้ขึ้นมา มันทำให้เหล่านักศึกษาชายหลายๆคนที่กำลังเรียนอยู่ในมหาลัยนั้นเกิดความกลัวเกี่ยวกับตึกหอพักเก่าตัวนี้ ซึ่งเรื่องเล่าที่มีการพูดถึงเกี่ยวกับหอพักชายเก่านี้ได้พูดถึงในช่วงที่กำลังสร้างหอพักที่ใกล้จะเสร็จแล้วและช่วงนั้นมีการสร้างตัวลิฟต์ขึ้นมาภายในตึกและมีการติดตั้งตัวลิฟต์ที่ยังไม่เสร็จดีในวันนั้น ซึ่งหลังจากงานทุกอย่างภายในตึกเสร็จสิ้น พอตกช่วงกลางคืนเหล่าคนงานก็ได้มีการฉลองกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาได้กินเหล้ากันเป็นปกติอย่างที่เคยทำกันมาหลังจากเสร็จงานทุกๆครั้ง    ซึ่งเหตุการณ์ที่น่ากลัวก็ได้เกิดขึ้นภายในคืนนั้น ในคืนที่พวกเขากำลังกินเหล้ากันอย่างสนุกสนานพอถึงช่วงเวลาประมาณตี 1 ได้มีคนงานคนหนึ่งที่เมาค่อนข้างมาก ได้เดินด้วยความเมาแล้วพลัดตกลงไปในช่องลิฟต์ที่ยังคงสร้างไม่เสร็จดี ตัวเขานั้นได้ตกลงไปในชั้นล่างของตัวลิฟต์ แล้วก็ปีนขึ้นมาไม่ได้เนื่องจากว่าตอนนั้นเขาเมามาก มันทำให้เขาติดอยู่อย่างนั้นไปเรื่อยๆจนในเวลาต่อมานั้นด้วยความทีไม่มีใครรู้ว่ามีคนติดอยู่ข้างล่าง ก็ได้ใช้งานทดลองลิฟต์จนกระทั่งตัวลิฟต์นั้นเลื่อนลงไปทับคนงานที่ติดอยู่ข้างล่างจนตัวเข้าได้โดนทับจนตายไป    จนหลังจากนั้นหอพักแห่งนี้ก็ได้เปิดขึ้นมาให้นักศึกษาได้ใช้กันซึ่งก็มีนักศึกษาจำนวนมากที่ได้เข้ามาพักในหอพักแห่งนี้ ด้วยความที่ว่าหอพักแห่งนี้นั้นเปิดและปิดไม่เป็นเวลา คือมีการเข้าออกของนักศึกษาแทบจะตลอดเวลา จนมีอยู่คืนหนึ่งนั้นได้มีนักศึกษาคนหนึ่งได้กลับเข้าหอมาในช่วงเวลาตอนดึกเป็นเวลาประมาณ 2:00 น ซึ่งโดยปกติแล้วเวลานักศึกษากลับมา เขาก็มักจะใช้ลิฟต์ตัวนี้กันเป็นปกติ คืนนั้นนักศึกษาคนนี้ได้กดลิฟต์เพื่อที่จะขึ้นไปห้องของเขา แต่แล้วลิฟต์ก็มีทีท่าที่แปลกๆเพราะว่าขึ้นไปได้สักพักลิฟต์ก็หยุดแล้วก็ค้างจนไฟภายในลิฟต์นั้นได้ดับลงไป แล้วหลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของผู้ชายที่ดังออกมาจากข้างนอกซึ่งเขาไม่มั่นใจว่ามันอยู่ทางไหนแต่เสียงนั้นพูดออกมาว่า “อย่ามายืนทับที่ของกู” ซึ่งมันเป็นเสียงที่ดังมากและทำให้เขาแทบจะกลัวจนสติแตก หลังจากนั้นลิฟต์ก็ได้เปิดออกมาจนเขาต้องไปบอกคนข้างนอกหลังจากนั้นจึงได้มีการทำบุญหอขึ้นมาในทุกๆปีเพื่อที่จะเป็นการทำบุญให้แก่ผู้ที่ตายไปแล้วนั่นเอง 2. ลิฟต์ที่ชั้น 9 เรื่องของลิฟต์ชั้น 9 นี้เกิดขึ้นที่อาคารเรียนแห่งหนึ่งในมหาลัยรังสิตซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นตึกอันไหน แต่ขอให้สังเกตกันว่าตึกนั้นจะมีอยู่หลายชั้นมากๆ ซึ่งว่ากันว่าตึกแห่งนี้ที่บริเวณบนชั้น 9 นั้น มีวิญญาณเฮี้ยนอยู่ที่คอยหลอกหลอนนักศึกษาหลายคนมาแล้วจึงเป็นที่พูดถึงกันถึงความสยองเกี่ยวกับชั้น 9 ของตึกตึกนี้    โดยที่มาของความเฮี้ยนที่ว่านี้ได้มาจากเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ผูกคอตายที่อยู่ที่บริเวณของราวบันไดที่อยู่บริเวณแถวชั้น9 ที่เป็นทางลงไปชั้น8 […]

มหาลัยสยองขวัญ : รวม 5 ตำนานเรื่องเฮี้ยนสุดหลอนใน มอ.ธรรมศาสตร์

ตำนาน สถานที่หลอน มหาลัยสยองขวัญ

   ทุกๆพื้นที่ของแต่ละสถานที่นั้นล้วนมีประวัติความเป็นมาที่ทั้งดีและไม่ดี ทั้งนี้เราอาจไม่รู้ว่าประวัติที่สถานที่นั้นเคยมีมานั้นน่ากลัวเพียงไหน วันนี้แอดได้นำเรื่องเล่าตำนานสยองของมหาลัย กับ รวม 5 ตำนานเรื่องเฮี้ยนสุดหลอนใน มอ.ธรรมศาสตร์ ที่หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะครับ ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะหลอนขนาดไหน ไปอ่านพร้อมๆกันได้เลยย.. 1. หอพระแห่งม.ธรรมศาสตร์ เรื่องสยองขวัญนี้เกิดขึ้นที่หอพระที่อยู่ใน มอ.ธรรมศาสตร์ ภายในมอ.ธรรมศาสตร์นั้นได้มีสถานที่อยู่สถานที่หนึ่งที่เหล่าคนในจะเรียกกันว่า “หอพระ” ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับให้คนที่อยู่ข้างในมอ.ธรรมศาสตร์นั้นไว้เคารพและไหว้เพื่อขอพรให้มีสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต แต่มันเคยเกิดเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นที่หอพระแห่งนี้เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดได้มีเรื่องที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาหนุ่มและนักศึกษาสาวที่พวกเขาตั้งใจที่จะมาเพื่อที่จะไหว้ที่หอพระแห่งนี้เป็นปกติ แต่แล้วในช่วงที่ไหว้นั้นก็ได้มีการถ่ายรูปเพื่อโพสต์ลงเฟสบุ๊คกันอย่างปกติเหมือนเป็นกันอัพเดตชีวิตของพวกเขา แต่แล้วภายในภาพนั้นที่ตัวนักศึกษาหนุ่มได้ถ่ายให้กับนักศึกษาสาวนั้นได้ปรากฏศีรษะที่เกินออกมาหนึ่งหัวซึ่งศีรษะซึ่งในตอนแรกพวกเขาคิดว่าอาจเป็นการเกิดบัคหรือข้อผิดพลาดในระหว่างตอนถ่ายรูป แต่พอพวกเขาได้สังเกตตรงรูปภาพดีๆศีรษะที่เกินมานั้นไม่ใช่ของเพื่อนผู้หญิงของเขา แต่มันเป็นศีรษะของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยื่นหน้าออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งรูปนี้ได้มีการโพสต์ลงถามเพื่อนๆทางโซเชียลแล้ว ทุกเสียงก็ต่างพูดกันว่ามันเป็นศีรษะของวิญญาณที่อยู่สิ่งสถิตที่ที่หอพระแห่งนี้อย่างแน่นอน 2. ตึกพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ    นอกจากนั้นยังมีเรื่องเหล่าเกี่ยวกับตึกพิพิธภัณฑ์ที่มีอยู่แห่งเดียวของธรรมศาสตร์ที่ได้สร้างอยู่ใกล้ๆกับตัวหอพระแห่งนี้ที่ได้โชว์เกี่ยวกับวัตถุทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่มีมาแล้วตั้งแต่โบราณและเป็นวัตถุโบราณร่วมสมัยด้วย ซึ่งเคยมีเรื่องเล่าที่ได้เกิดเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นมามากมาย ซึ่งเรื่องเล่าที่มีการพูดถึงกันนั้นจะเกิดเรื่องกับ รปภ. เคยได้มีรปภ.ที่ทำหน้าที่เฝ้าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในช่วงกลางคืนเล่ากันว่า ในบางคืนที่พวกเขาได้เฝ้าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้น บางคืนไฟภายในพิพิธภัณฑ์ก็เปิดๆปิดๆเองซึ่งเป็นเพียงข้างในตัวพิพิธภัณฑ์เท่านั้น และในบางครั้งพวกเขาก็มักจะได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงหัวเราะของกลุ่มเด็กหลายคน บางคนในกลุ่มรปภ.ก็เล่าว่าเขาเคยได้พบเห็นผู้ชายมีอายุอยู่คนหนึ่งที่ทำท่าแปลกอยู่ข้างใน เขานั่งยองๆอย่างน่ากลัวอยู่ข้างในและอุ้มตู้พระไตรปิฏก ซึ่งตัวตู้พระไตรปิฏกนี้ก็เป็นวัตถุโบราณชิ้นหนึ่งที่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งวิญญาณของผู้ชายที่มีอายุคนนี้คงเป็นเจ้าของเก่าของวัตถุบางอย่างที่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ได้ถูกนำบริจาคและไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างแน่ๆ 3. หอพักหญิงแห่งตึก C    หอพักในโซนตึกBและC นั้นเป็นหอพักหญิงที่ได้มีเรื่องเล่าน่ากลัวเกิดขึ้นมาเป็นประจำซึ่งเหล่านักศึกษาที่เรียนอยู่ มอ.ธรรมศาสตร์นั้นต่างรู้ถึงความน่ากลัวของหอพักในตึกนี้ ซึ่งได้มีเรื่องเล่าต่างๆเกิดขึ้นมามากมาย ซึ่งเรื่องวันนี้ที่ตั้งใจจะมาเล่าให้ฟังนั้นเกิดขึ้นกับนักศึกษาสาวคนหนึ่งที่อาศัยอยู่หอพักตึกC เธออาศัยอยู่ในห้องของเธอเป็นปกติ ในทุกๆวันของเธอนั้นเธอมักจะรู้สึกว่าห้องของเธอมันสั่นแปลกๆ มันสั่นๆไหวๆเหมือนมีอะไรบางอย่างแปลกๆเกิดขึ้นที่ห้องนี้อยู่เป็นประจำ แต่ตัวเธอก็ไม่ได้คิดอะไรและใช้ชีวิตของเธอตามปกติที่ห้องนี้ จนเวลาผ่านไปจนถึงแม่ของเธอนั้นได้เข้ามาเยี่ยมเธอที่ห้องพักและแม่ของเธอนั้นก็ได้มากับเพื่อนของแม่ ซึ่งเพื่อนของแม่นั้นเป็นคนที่มีเซนต์หรือสัมผัสที่6อยู่ […]

มหาลัยสยองขวัญ : 3 ตำนานหลอนมหาลัยเชียงใหม่

เรื่องผี ตำนาน สถานที่หลอน มหาลัยสยองขวัญ

   เรื่องราวความน่ากลัวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกที่และทุกภาค ซึ่งไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอะไรก็สามารถเกิดเรื่องสยองขวัญได้ตลอดเวลา และสำหรับเรื่องราวในมหาลัยนั้นก็นับว่าเป็นสถานที่แรกๆที่สามารถพบเจอเรื่องความสยองขวัญและความเฮี้ยนของวิญญาณได้ วันนี้แอดจึงนำ 3 ตำนานหลอนมหาลัยเชียงใหม่ ซึ่งนับว่าเป็นมหาลัยชื่อดังที่หลายๆคนรู้จักกัน ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นยังไงลองอ่านกันได้เลยครับบ… 1. กุหลาบสีแดง ที่ตึกคณะสื่อสารมวลชน เรื่องนี้เป็นตำนานที่ถูกเล่ากันมาภายในหลายรุ่นของเด็กนักศึกษาที่เรียนอยู่ที่คณะสื่อสารมวลชนของมหาลัยเชียงใหม่แห่งนี้ เนื่องจากความน่ากลัวและความแปลกที่ไม่อาจจะบอกได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรได้สร้างคำถามให้กับนักศึกษาในสมัยก่อนที่ได้พบเจอเกี่ยวกับเรื่องนี้กันมา นั่นก็คือเกี่ยวกับการที่พวกเขาได้เจอวิญญาณหรืออะไรก็ตามได้เข้ามาในกล้องถ่ายที่พวกเขากำลังถ่ายวิดีโอเกี่ยวกับการแสดงกัน    จุดเริ่มต้นของความน่ากลัวนั้นเกิดขึ้นภายในปี 2550 ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นเหล่านักศึกษาของคณะสื่อสารมวลชน มักจะมีการทำการแสดงของคณะของพวกเขากันซึ่งภายในปีนี้พวกเขาได้เลือกที่จะทำการแสดงกันในช่วงมืด ด้วยความที่ทุกๆปีนั้นการแสดงของคณะนี้จะเป็นไฮไลท์ในทุกๆปีเกี่ยวกับความน่าดูและมีความน่าสนใจอย่างมาก ซึ่งภายในปีนั้นพวกเขาได้มีการแสดงที่ตั้งชื่อกันเอาไว้ว่า “กุหลาบแดง”    ซึ่งการแสดงของเรื่องนี้จะใช้นักแสดงอยู่ทั้งหมด 4 คนที่จะเป็นนักแสดงตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งทุกคนจะใส่ชุดยาวสีขาวกันและเนื้อเรื่องของเรื่องกุหลาบแดงนั้น จะเล่าถึงผู้หญิงที่เธอนั้นได้อกหักจากผู้ชายที่เธอรัก จึงได้ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเธอเองด้วยการผูกคอฆ่าตัวตาย ซึ่งการแสดงของนักแสดงนั้นก็ต้องแสดงเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย จึงมีการซ้อมกันนานมากเกี่ยวกับเรื่องนี้    พอได้ถึงวันแสดงทุกคนนั้นก็แสดงกันอย่างเต็มที่และมันก็จบลงได้ด้วยดีอย่างที่พวกเขาคาดกาลกันไว้ จนมีการพูดถึงจากคณะอื่นๆเกี่ยวกับการแสดงของพวกเขา แต่มีการพูดอยู่อย่างนึงที่มันดูแปลกๆไป นั่นก็คือ “พวกเขาชอบที่ทุกคนแสดงกันอย่างดี นักแสดงทั้ง 5 คนนั้นแสดงได้อย่างดีมากๆ” ซึ่งหลังจากทุกคนที่แสดงนั้นได้ยินเกี่ยวกับคำพูดนี้จึงได้บอกไปว่าวันนึงพวกเธอนั้นแสดงกันเพียงแค่ 4 คน บนเวทีซึ่งจะไปมี 5 คนได้อย่างไร แต่ทุกคนที่ได้ดูละครเวทีในวันนั้น ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า วันที่แสดงนั้นพวกเขาได้เห็นนักแสดงทั้งหมด 5 คน และพวกเขาก็ได้ถ่ายวิดีโอเอาไว้ในระหว่างที่รับชมกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งภายในวิดีโอนั้นก็ปรากฏนักแสดงคนที่ 5 ออกมาจริงๆ พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะลบวิดีโอเหล่านี้ทิ้งเพื่อที่จะไม่ให้เรื่องนี้ได้ออกไป แต่ก็ยังมีการพูดถึง เกี่ยวกับความสยองของเรื่องนี้และมีการพูดถึงเกี่ยวกับการแสดงเรื่อง […]