จัดอันดับ “ตุ๊กตาผีสิง” ตำนานเรื่องจริงความเฮี้ยนที่อยู่ทุกมุมโลก

ตุ๊กตาผีสิง

ตุ๊กตา เป็นของเล่นที่เด็กชอบกันมากที่สุด ใครจะไปรู้ว่าตุ๊กตาสิ่งของไร้เดียงสา สิ่งที่มองดูแล้วมันมีแต่ความน่ารัก น่ากอด เป็นเพื่อนเล่นกับเด็กๆในยามที่พวกเขาไม่มีใครเล่นด้วย สิ่งที่ผู้ปกครองเชื่อใจไม่มีพิษไม่มีภัยอะไรเลย ต้องกลายมาเป็น “ตุ๊กตาผี” เป็นที่สิงสู่ของพวกปีศาจ วิญญาณ อันชั่วร้าย วันนี้เราจะพาไปจัดอันดับ “ตุ๊กตาผีสิง” เรื่องจริงที่มีแต่ความน่ากลัว ความเฮี้ยน ที่มีอยู่จริงทั่วทุกมุมโลก 1. จูเลียต (ตุ๊กตาต้องคำสาป) จูเลียต เป็นตุ๊กตาต้องคำสาปที่มีชะตาอาศัยอยู่กับครอบครัวแอนจี พวกเขาตั้งชื่อให้กับตุ๊กตาผีสิงตัวนี้ว่า “จูเลียต” วันหนึ่งครอบครัวนี้ต้องสูญเสียลูกชายลงไปเพียงแค่มีอายุ  3 วันเพียงเท่านั้น พวกเขาเชื่อว่าจูเลียตเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาตั้องเสียลูกชายไป หลังจากเหตุการณ์นั้น พวกเขามักจะได้ยินเสียลูกชายทารกร้อง เสียงมันออกมาจากตุ๊กตาจูเลียต ตัวนี้ จนพวกเขาเชื่อเข้าไปอีกว่าตุ๊กตาตัวนี้มีวิญญาณลูกชายของเขาสิงสู่อยู่ พวกเขาจึงตัดสินใจเลี้ยงดูตุ๊กตาจูเลียตเป็นเหมือนดั่งสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว 2. Annabelle (แอนนาเบลล์/สหรัฐอเมริกา) ในปี 1970 มีนักเรียนหญิงพยาบาลคนหนึ่ง เธอได้รับขอขวัญจากแม่ของเธอซึ่งได้ซื้อมาจากร้านค้าของเล่นแห่งหนึ่ง โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าตุ๊กตาตัวนี้มีผีสิงสู่อยู่ จนเกิดเหตุการณ์ว่า แอนนาเบล มันสามารถย้ายที่นั่งได้ เธอย้ายที่ไปโน่นนี่อย่างต่อเนื่องจนมันเริ่มจะก่อกวนและทำร้ายพวกเธอ จนต้องขอความช่วยเหลือจากครอบครัวนักปราบผี ทุกวันนี้แอนนาเบลได้ถูกเก็บไว้ นานๆทีจะมีการจัดให้เข้าชมดูตุ๊กตาตัวนี้สักที 3. Robert (โรเบิร์ด/สหรัฐอเมริกา) โรเบิร์ต ยูจีน ออตโต้ […]

ตำนาน 5 ปีศาจ จากดินแดนแห่งนรกที่ไม่ควรเรียกหา

ปีศาจ

ในยุคปั้จจุบันนี้มนุษย์มักจะดำเนินชีวิตด้วยกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง มีความต้องการไม่ว่าจะเป็น อำนาจหรือการเงิน มนุษย์มักจะชอบที่ไขว่คว้ามาไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ทำให้สมัยนี้มักจะได้เงินเรื่องการขายวิญญาณให้กับซาตาน ระยะเวลาที่ผ่านมาจะมี่ข่าวเรื่องคนนั้นคนนี้ขายวิญญาณให้กับปีศาจ ด้วยคนเราไม่รู้จักความพยายามและความถูกต้องที่จะได้มาเลยต้องพึงตนเองไม่ใช่พึงแต่ทางมืดเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นวงการไหนก็ต่างหันมาขอพรจากปีศาจเพื่อขอพรแลกกับวิญญาณของเราเอง ตัวอย่างเช่น นักดนตรีที่ต้องการประสบผลสำเร็จหันไปพึงพาปีศาจ ไม่เดินไปสู่ความสำเร็จด้วยตนเองอยากวันนี้เราจะพาไปดู 5 ปีศาจ จากดินแดนแห่งนรกที่ไม่ควรไปเรียกพวกมันขึ้นมาจากนรก มีอะไรบ้างไปดูกันเลย 1. เบเลียล(Belial) เบเลียล (Belial)  ในภาษาฮีบรูแปลว่า “ไร้ค่า” เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่มีอำนาจเกิดมาหลังลูซิเฟอร์ เบเลียล ผู้นำบุตรแห่งนรก ชื่อนี้ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ Dead Sea ซึ่งได้กล่าวเอาไว้ว่าเบเลียล เป็นปีศาจแห่งความชั่ว ราชาแห่งความมืดหม่น เบเลียลจะปรากฏให้ผู้คนพบเห็นโดยแสดงออกมาเป็นรูปของนางฟ้าแสนสวยแต่ถ้าเหยื่อหลงมาดูมันจะกลายเป็นปีศาจจอมโกหกชักนำให้มนุษย์เดินไปในทางที่ผิดก่อเกิดบาปได้ทุกประการ โดยเฉพาะบาปจากเพศและตัณหา บีเลียลจะล่อลวงให้มนุษย์หลงผิดด้วยความหยิ่งยะโส บีเลียลมันจะมีความเกี่ยวข้องกับผุ้ที่ผิดศีลธรรมผุ้ที่ทำบาป ผู้ไม่นำถือพระเจ้า พลังของเบเลียล เป็นหนึ่งในเทวดาแต่ตกลงมาเป็นปีศาจที่มี่พลังระดับสูงจากนรก เขามีความทรงพลังเป็นอย่างมาก เบเลียลเคยเป็นหนึ่งในเทวดาผู้ยิ่งใหญ่ได้เข้าร่วมสงครามของลูซิเฟอร์เพื่อต่อต้านพระเจ้าแต่สุดท้ายต้องแพ้ถูกขับไล่จากสวรรค์ตกลงมาสู่บาปคือนรก 2. เซอเกต (Surgat)    เซอเกต ในทางภาษาลาตินจะมีความหมายว่า ต่อต้าน หรือ กบฏ มันเป็นปีศาจที่มักจะหลอกล่อเจ้าเล่ห์ เป็นปีศาจที่น่ากลัวและอันตรายที่สุด เซอเกตเป็นปีศาจที่มีถิ่นที่อยู่ในดินแดนแห่งนรกขุมที่ลึกสุดมากกว่าระดับอิมโฟโน ลักษณะภายนอกพวกมันจะดูอ่อนแอแต่หารู้ไม่ว่ามันกลับเป็นปีศาจแห่งความหลอกลวง […]

“ภูตผี” ความเชื่อแห่งดินแดนภารตะ ประเทศอินเดีย

ภูตผี

“ภูติ” เป็นภาษาอินเดียที่มีความหมายว่า “ผี” ในดินแดนภารตะประเทศอินเดียแห่งนี้มีประชากรที่อาศัยอยุ่ในประเทศนี้ต้องดำเนินชีวิตประจำวันควบคู่ไปกับเรื่องราวลึกลับน่าพิศวง ชาวอินเดียมักจะมีศาสนา วัฒนธรรม ความเชื่อทุกๆอย่างผสมผสานกับพิธีกรรมจะมีสิ่งหนึ่งที่ควบคู่ไปด้วยจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันคือ เรื่องราวที่เกี่ยวกับผีหรือดวงจิตวิญญาณที่อยู่ในโลกหลังความตาย จะมีอะไรบ้างไปดูกัน “ผี” : ตามหลักความเชื่อของอินเดีย ในดินแดนภารตะ ประเทศอินเดีย แห่งนี้ ในแต่ละท้องถิ่นนั้นจะมีผีที่แตกต่าง ในการจัดประเภทของผีในประเทศอินเดียนั้น บ้างก็มีความเชื่อว่า ผีพวกนี้เป็นปีศาจที่มีความชั่วร้ายที่คอยมาทำร้ายเอาชีวิตผู้คน อีกความเชื่อหนึ่งบางก็มีความคิดว่า ผี ดวงจิตวิญญาณบางจำพวก บางกลุ่มเป็นประเภทวิญญาณ ผีที่ดี จึงเกิดพิธีกรรมการบูชาผี ดังนั้นความเชื่อในประเทศอินเดียจึงมีหลากหลายประเภท ดังนี้ 1. พรหมมาปารุชะ (Brahmaparusha) พรหมมาปารุชะ (Brahmaparusha) จัดอยู่ในประเภทผีดูดเลือด วิญญาณชั่วร้ายที่ชอบดูดเลือดกลืนกินมนุษย์ พรหมมาปารุชะจัดเป็นผีแวมไพร์ที่โหดสุดของระดับผีประเภทเดียวกัน มันมีนิสัยที่ป่าเถื่อนและมีความโหดร้ายกับเหยื่อเป็นอย่างมาก มันชื่นชอบกระหายเลือดและยังชอบกินสมองขงอเหยื่อด้วย มักจะให้รางวัลในการล่ากับตัวเองโดยการนำลำไส้มาสวมรอบคอและเอาลำไส้มาทำเป็นมงกุฎด้วยความภาคภูมิใจ 2. ยักษี หรือ ยักษิณี ยักษี (Yakshi) เป็นดวงจิตวิญญาณชั่วร้ายที่ก่อเกิดมาจากหญิงสาวที่เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายอย่างทารุณ หญิงสาวที่ถูกทรยศ ถูกหลอกล่อ ปรากฏตัวในเมืองเกราละ ประเทศอินเดีย ยักษีมักจะสิงสถิตอยู่ในต้นปาละที่เกิดขึ้นเต็มประเทศอินเดีย มักจะมีผู้พบเจอด้วยหญิงสาวที่สวมใส่เสื้อผ้ายั่วยวน เพื่อล่อหลอกเป้าหมายของเธอ ยักษีชื่นชอบการดื่มเลือดของเหยื่อของผู้ชายที่ตกเป็นเป้าหมายกินเลือดจนเหยื่อตายลงไปอย่างช้าๆ 3. พรหมมาทัสสะยา […]

นิชิดัก (Nishi Dak) ผีจอมหลอกลวงผู้เปล่งเสียงจากความมืด ประเทศอินเดีย

นิชิดัก Nishi Dak

ในโลกใบนี้ สิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติที่สายตาของมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ที่เรียกว่า “ผี” หรือ “วิญญาณ” ซึ่งมนุษย์เราแบ่งประเภทของพวกมันเป็นหลักๆอยู่ 4 แบบคือ วิญญาณที่ทำอันตรายได้ตรงข้ามกับวิญญาณที่ไม่ทำอันตราย และวิญญาณที่ดี ตรงข้ามกับวิญญาณที่ไม่ดี ส่วน นิชิ ดัก (Nishi Dak) จัดอยู่ในประเภทวิญญาณที่เป็นอันตรายสุดสามารถทำร้ายเราได้ ความเชื่อ : นิชิ ดัก (Nishi Dak) คำว่า นิชิ (Nishi) ความหมายของมันคือ กลางคืน/ความมืด ส่วนคำว่า ดัก (Dak) จะมีความหายว่า การโทร การเรียก การกวักมือเรียกใครสักคน สรุปความหมายรวมของคำว่า นิชิ ดัก (Nishi Dak) หมายถึง วิญญาณที่ร้องเรียกในยามค่ำคืน หรือเสียงที่คุ้นเคยจากความมืด ซึ่งเป็นวิญญาณที่จัดอยู่ในประเภทที่มีความอันตรายขั้นสุงสุด มีความเชื่อของชาวอินเดียว่า นิชิ ดัก (Nishi Dak) เป็นดวงจิตวิญญาณของชาวเบงกอลที่ได้เสียชีวิตลงไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับการเข้าพิธีฝังศพได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมภายในประเทศอินเดีย จนทำให้ดวงจิตวิญญาณนั้นไม่ได้รับการถูกปลดปล่อยตามพิธีกรรมให้วิญญาณนั้นติดบ่วงไม่ไปสู่โลกหลังแห่งความตายได้ ครั้งหนี่งมีผู้ที่เคยได้พบเห็นกับนิชิ ดัก ที่ทางอินเดียแถบตะวันออก คือ […]

ตำนาน เจียงซือ (Jiangshi) ผีดิบแห่งแดนมังกร(จีน)

ตำนาน เจียงซือ (Jiangshi)

สิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติมีอยู่รอบโลกและดำเนินไปเป็นแนวคู่ขนานกับการใช้ชีวิตของสังคมมนุษย์ตั้งแต่ในอดีตโบราณนานมาจนถึงในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ตำนานความเชื่อต่างๆที่อาจจะมีให้เห็นหรือไม่มีให้เห็นถูกเล่าสืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น มีผีประเภทหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมนำมาทำเป็นหนังกันเยอะเจะเกี่ยวกับซอมบี้หรือไม่ก็ผีดิบ ผีดูดเลือดแวมไพร์ วันนี้เราจะมาไขตำนาน “เจียงซือ” ผีดิบแห่งแดนมังกร ความเชื่อ : เจียงซือ (Jiangshi)  “เจียงซือ” เป็นศัพท์ภาษาจีนกลางที่แปลว่าผีดิบ และมีความหมายว่าศพที่แข็งทื่อ พวกมันจัดอยู่ประเภทผีดิบ เจียงซือ มักจะมีผิวหนังที่ดูขาวซีดออกไปทางอมเขียว พวกมันจะเคลื่อนที่ด้วยการเดินแบบปกติ พวกมันจะกระโดดสองขาคู่ไปพร้อมกันกับช่วงมือที่ยกขึ้นเหยียดตรงยื่นไปข้างหน้าทั้งสองข้าง ผีดิบเจียงซือจะไม่ดูดเลือดหรือกินมนุษย์แต่พวกมันจะดูดพลังงานของมนุษย์ที่พวกมันพบเจอเสียมากกว่า ประวัติความเป็นมา : ผีดิบเจียงซือ (僵尸) เจียงซือ มีหลักฐานการสืบค้นจากนักประวัติศาสตร์ทางตะวันตกได้ปรากฏไว้ว่า ในยุคแรกระหว่างปี 206-221 ก่อนคริสตกาล ประเทศจีนที่ได้ถูกปกครองโดยราชวงศ์ฉินได้มีการรวบรวมชนชาติจีนให้เป็นหนึ่งเดียวซึ่งเป็นการนำอำนาจให้ขึ้นอยู่ที่ส่วนกลาง ซึ่งมีความเชื่อกันมาว่า เจียงซือมันถือกำเนิดมาในยุคนี้ มีข้อมูลจากหนังสือYuewei Caotang Biji ถูกเขียนขึ้นโดยนักปรัชญาที่ชื่อ จี หยาน  ซึ่งจะมีเนื้อหาว่า การฟื้นคืนชีพของซากศพให้กลายเป็นเจียงซือจะแบ่งเป็น 2 สาเหตุดังนี้คือ การถือกำเนิดโดยศพที่ผู้เสียชีวิตด้วยมีแรงอาฆาตสูงอาจมีห่วงอะไรบ้างอย่างที่ตนเองยังไม่สามารถจัดการให้สำเร็จ และสาเหตุที่สองคือ เจียงซือที่กำเนิดมาจากทางครอบครัวจัดการทำพิธีฝังศพแบบผิดประเพณีผิดจารีตหรือไม่ก็นำศพไปฝังสถานที่เฮี้ยนผิดฮวงจุ้ย อาจกล่าวได้ว่าการฝังศพไม่ดีทำให้มีพลังงานหยินมากเกินไป พลังงานหยิน มีธาตุเย็นเป็นพื้นฐาน หรือเป็นพลังงานด้านมืดเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับภูตผีปีศาจ ซึ่งจะตรงข้ามกับพลังงานหยางซึ่งเป็นตัวแทนความสว่างความเชื่อและศรัทธาของศาสนาเต๋า ดังข้อมูลที่ได้กล่าวมานี้เปรียบได้ว่า เจียงซือ เป็นพลังงานหยิน จะปรากฏสิ่งที่ไม่ถูกจริตอยู่ตรงข้าม พูดกันง่ายๆคือพวกมันจะอยุ่ได้แค่ยามราตรีพวกมัตนกลัวแสงสว่างของพระอาทิตย์ในช่วงกลางวันพวกมันจึงมักนอนในโลงศพ […]

ตำนานลี้ลับสยอง Boogeyman หรือ Boogie man (ปีศาจแห่งฝันร้าย)

ตำนานลี้ลับสยอง

     วันนี้แอดมีตำนานลี้ลับสุดสยองของต่างประเทศที่แอดได้ไปอ่านเจอมาจากเว็บๆหนึ่งมาเล่าให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่านกันครับกับ Boogeyman ซึ่งบอกก่อนนะครับว่าเรื่องนี้เป็นตำนานที่ถูกจดจำจากบุคคลหลากหลาย อาจจะจริงบ้างไม่จริงบ้าง ผิดเพี้ยนบ้างหรือถูกแต่งขึ้นมาแล้วเล่าต่อกันมาเท่านั้น ยังไงก็ลองอ่านกันดูนะครับ      Boogeyman หรือ Boogie man (ปีศาจแห่งฝันร้าย) เป็นสิ่งที่ถูกเล่าต่อๆกันมาว่าเป็นผีหรือปีศาจ มันมีความโหดร้าย เลือดเย็นที่มาจากฝันร้ายตนนึง ซึ่งมันมีทั้งความโหดร้ายและน่ากลัว โดยความสามารถของบูกี้แมนนั้น มีตั้งแต่การเปลี่ยนรูปร่างต่างๆจนถึงการที่มันสามารถทะลุผ่านเข้าไปได้ในทุกๆที่ ไม่เว้นแม้แต่ในห้องนอนของคุณเอง พร้อมทั้งมันอาจจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นเพียงพลังงานหรือธุลี ปลิวเข้ามาทางช่องหน้าต่างหรือรูกุญแจของบ้านคุณ บางทีอาจเป็นเงารางๆแต่สามารถฆ่าคนได้ บางคนก็เชื่อว่าบูกี้แมนนั้นมาจากเรื่องจริงในสมัยก่อนที่ชาวอังกฤษเข้ามายึดครองพื้นที่แถบหมู่เกาะชะวา ประเทศมาเลเซีย โดยมีโจรสลัดที่โหดร้ายชื่อว่า บูกีส (Bugis) ที่ทำการปล้นและฆ่านักเดินทางที่อยู่แถบนั้นอย่างเหี้ยมโหด จนสร้างความหวาดผวาเป็นอันมากจนมีคำขู่ลูกเรือเกิดขึ้น ลูกเรือที่นอกลู่นอกทางก็จะโดนขู่ว่า “เดี๋ยวบูกิสจะมาเอาชีวิต” จากนั้นความหวาดกลัวที่มีต่อบูกิสติดตามมายังอังกฤษก็กลายเป็นปีศาจบูกี้แมนที่สร้างความกลัวแม้กระทั่งเป็นฝันร้ายให้กับเด็กๆ บูกี้แมนยังถูกใช้เป็นชื่อที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่เอาไว้เล่าขู่เด็กๆ ให้เกิดความกลัวเวลาเล่นซนไม่เชื่อฟัง เอาแต่เล่นไม่ยอมเข้านอน ไม่ยอมรับประทานอาหารฯลฯ โดยพ่อแม่จะหลอกลูกๆ ว่าบูกี้แมนกำลังคอยซ่อนตัวอยู่ตามใต้เตียงบ้าง แอบอยู่ในตู้เสื้อผ้า หรือตามมุมมืดของห้องบ้าง เพื่อเฝ้ามองและหาโอกาสจัดการกับเด็กเวลาเผลอ สิ่งที่บูกี้แมนจะทำก็คือ ทำให้เด็กฝันร้าย บูกี้แมนจึงเป็นตัวผู้ร้ายสำหรับเด็กๆ ……………. จากหนังเรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า Sinister (เห็นแล้วต้องตาย) บูกี้แมนเดินเข้าออกภาพยนตร์และรูปภาพ เป็นเงาก่อนปรากฏเป็นปีศาจ สั่งสอนให้เด็ก ๆ ฆ่าครอบครัวของตนเอง เพื่อทำเป็นภาพยนตร์ให้ตนดูเล่น ส่วนมากในภาพยนตร์ฝรั่งบูกี้แมนปรากฏมากมายในการ์ตูน และหนังผีต่าง […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ : ลาวัง เซวู (Lawang Sewu)

ตำนานสยองขวัญ

       สงคราม ความทุกข์ทรมาน และการนองเลือดได้เติมเต็มประวัติศาสตร์ของโลก และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่อาคารเก่าแก่หลายแห่งของโลกมีประวัติศาสตร์ที่น่าสลดใจที่ยังคงเป็นเหมือนเครื่องหมายไว้จนถึงทุกวันนี้ ลาวัง เซวู (Lawang Sewu) ในเมืองเซมารัง เมืองหลวงของชวากลาง ได้พบเจอเหตุการณ์ที่ทำลายล้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาวอินโดนีเซีย ชื่อนี้มีความหมายว่า “พันประตู” “House Of Thousand Doors” สำหรับวันนี้แอดก็ได้นำเรื่องนี้มายกให้ทุกคนได้อ่านกัน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ         ลาวัง เซวู เป็นภาษาชวา แปลว่า พันประตู อาจมีไม่ถึง 1,000 บาน แต่มีประตูหลายบาน โค้ง และหน้าต่างบานใหญ่ประมาณ 600 บาน อาคารที่ดูเหมือนเขาวงกตนั้นดูลึกลับสำหรับหลายคน ตึก A อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโบสถ์ที่มีหน้าต่างกระจกสี อย่างไรก็ตาม หน้าต่างเหล่านี้ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์ แต่บอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของทางรถไฟและความเฉลียวฉลาดของชาวดัตช์     ชาวดัตช์อาศัยอยู่ในอินโดนีเซียมาหลายศตวรรษแล้ว ดังนั้นเมื่อมีการสร้างทางรถไฟในอินโดนีเซีย พวกเขาจึงเลือกเซมารังเป็นสำนักงานใหญ่สำหรับสำนักงานบริหารของตน อาณานิคมดัตช์ประสบปัญหาอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซีย พวกเขาเข้ายึดลาวังเซวูและเปลี่ยนห้องใต้ดินในอาคาร B ให้เป็นเรือนจำ อาณานิคมดัตช์จำนวนมากถูกคุมขัง ทรมาน และกระทั่งถูกประหารชีวิตที่นี่ ผู้คนอ้างว่านักโทษที่ถูกตัดหัวชาวญี่ปุ่นและโยนหัวที่ถูกตัดขาดไปที่มุมห้องใต้ดิน      ในปีพ.ศ. 2488 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นถูกบังคับให้ออกนอกประเทศ […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ: อาคาร Dakota ที่ถูกสาปในนิวยอร์ค

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ

สวัสดีครับทุกคนที่ชื่นชอบเรื่องสยองขวัญน่ากลัวกัน วันนี้แอดได้นำเรื่องราวของอาคารแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า อาคารดาโกต้า (Dakota) ที่ถูกสาปในนิวยอร์ค มันเป็นอาคารที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทั้งเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม และเรื่องน่าขยะแขยงเกิดขึ้นมา อาคารหรืออพาร์ตเมนต์ Dakota เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรมที่สุดในนิวยอร์กซิตี้ นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสนใจสำหรับเรื่องราวที่เป็นด้านมืดของตึกแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นฉากหลังของการฆาตกรรมของจอห์นเลนนอน (Lennon) เรื่องราวของอาคารดาโกต้า (Dakota) บางเรื่องระบุว่าเป็นสถานที่สำคัญในนครนิวยอร์ก โดยตึกแห่งนี้มีผีสิงและถูกสาปแช่ง ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับอาคารหลังนี้ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงหล่ะก็ ขอให้ติดตามกันต่อไปนะครับ…    หากมีการพูดถึงคำสาปของอาคารดาโกต้า คำสาปนั้นอาจเด่นชัดที่สุดกับการตายของเลนนอน (Lennon) แน่นอน อาคารขนาดใหญ่และสง่างามนี้ที่ถูกสร้างขึ้นในทศวรรษ 1880 นับตั้งแต่การสร้างอาคารแห่งนี้มา น่าจะมีเรื่องที่เกิดเหตุอย่างน้อยสองสามเหตุการณ์ที่ได้ให้คนรอบข้างต่างรู้จักเกี่ยวกับอาคารแห่งนี้กันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ประวัติศาสตร์มีความน่าสนใจมากกว่าที่อื่น ส่วนใหญ่คือเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นใกล้ชิดกับบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย นอกจาก Lennon แล้ว ยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Lauren Bacall, Boris Karloff และ Joe Namath อาศัยอยู่ที่นั่น ดาโกต้ายังเป็นสถานที่ถ่ายทำที่โดดเด่นสำหรับภาพยนตร์ที่ต้องสาปแช่งที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์อีกด้วย ผีของอาคารดาโกตามีส่วนรับผิดชอบต่อคำสาปหรือไม่ และเหตุใดผู้อยู่อาศัยจำนวนมากจึงเสียชีวิตในช่วงวัยหนุ่มสาวก็ยังคงไม่มีใครทราบอยู่ดี    Rosemary’s Baby ใช้ภายนอกอาคาร Dakota เพื่อแสดงภาพ The […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : เล่นผีถ้วยแก้วที่อังกฤษ

เรื่องเล่าสยองขวัญ

มีใครเชื่อเรื่องการละเล่นผีถ้วยแก้วของคนในสมัยก่อนกันบ้างครับ แอดเชื่อว่าใครหลายๆคนก็ต่างรู้จักกันดีเกี่ยวกับเรื่องราวของผีถ้วยแก้ว วันนี้แอดจึงได้นำเสนอเรื่องสยองขวัญ เรื่อง เล่นผีถ้วยแก้วที่อังกฤษ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงกันหล่ะก็ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องย้อนกลับไปในช่วงปี 1997 ผู้ที่เล่าเหตุการณ์นี้นั้นเขาได้มีโอกาสได้ไปเรียนหนังสืออยู่ที่ประเทศอังกฤษ โดยตัวเขาได้เรียนอยู่ที่เมืองเล็กๆของประเทศอังกฤษ โดยตัวเขานั้นได้รู้จักกับคุณลุงคุณป้าท่านหนึ่งที่เป็นคนไทยที่พวกเขาทั้งสองนั้นได้เปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่ประเทศอังกฤษกัน ด้วยความที่ตัวเขานั้นพอได้รู้จักและรู้สึกดีที่ได้มีคนไทยที่รู้จักเพิ่มขึ้น ตัวเขาก็มักจะไปช่วยเหลือลุงป้าคู่นี้กับเพื่อนๆของเขาเป็นประจำ โดยคืนหนึ่งที่เขาและเพื่อนของเขาได้เข้าไปช่วยลุงป้าเก็บร้านอาหารร้านนี้จนเวลาดึกมากๆเข้า จนสุดท้ายทั้งตัวลุงป้าได้ชวนเขาและเพื่อนๆนอนพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ในคืนนี้ เพราะเวลานั้นที่เก็บร้านกันจนเสร็จก็เป็นเวลาตี 1 เข้าให้แล้ว    โดยตอนนั้นได้มีเขาและเพื่อนอยู่ทั้งหมด 4 คนและพวกเขาก็นึกสนุกขึ้นมาได้จนได้ชวนกันเล่นผีถ้วยแก้วกัน แต่จะมีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่เล่นเพราะไม่ค่อยชอบเรื่องอะไรแบบนั้น จนพวกเขาได้เริ่มเล่นกันจนไม่ได้สนใจเพื่อนคนนั้น ก่อนที่จะเริ่มเล่นได้มีเพื่อนคนหนึ่งได้หยิบหนังสือพิมพ์ไทยมาฉบับหนึ่งและได้พูดขึ้นมาว่า “เลือกเลยจะเอาเหตุการณ์ข่าวไหน เชิญวิญญาณตายโหงมาสักคน เรียกเขามาให้มาอยู่ในแก้วนี้” ด้วยความสนุกและไม่คิดจริงจังอะไรจึงได้เลือกกันมาคดีหนึ่ง จนได้เลือกคดีที่เป็นข่าวของผู้หญิงที่ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม จนพวกเขาก็ได้เริ่มเรียกวิญญาณผู้หญิงตนนี้กัน “ขอเชิญวิญญาณของผู้หญิงภายในข่าวนี้ ที่มีชื่อว่า… ตายด้วยสาเหตุ… มาในแก้วใบนี้” พวกเขาก็นั่งอยู่กันอย่างนั้นมาได้ 20 นาทีจนได้มีเพื่อนคนนึงพูดขึ้นมาว่าเลิกกันเถอะ ทั้งหมดก็พากันยกมือขึ้นจากแก้วที่อันเชิญนั้นออกมาเฉยๆโดยไม่ได้พูดอะไร     หลังจากนั้นทั้งหมดก็ได้เดินออกไปนอกร้านและจุดธูปพร้อมพูดออกมาว่า “กลับไปที่ที่คุณมานะ” พอปักธูปเท่านั้น ธูปก็หมดอย่างรวดเร็วแบบเพียงไม่กี่วินาทีธูปก็หมดทันที เขาและเพื่อนๆตกใจอย่างมาก เพราะปกติแล้วกว่าธูปจะหมดสักแท่งมันต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง แต่นี่เป็นไปไม่ได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้พากันนอนดีกว่าเพราะบรรยากาศเริ่มไม่ดีแล้ว ตอนนั้นเป็นเวลาตีสามกว่าแล้ว เวลาผ่านไปได้ประมาณครึ่งชม เขาก็ได้รู้สึกเหมือนมีคนเดินและตัวเขาก็คิดว่าเป็นเพื่อน แต่ความแปลกที่ตัวเขาสามารถรู้สึกได้เลยนั่นก็คือมันไม่ใช่การเดินปกติ แต่มันคือการเดินเหยียบบนร่างของเขาและเพื่อนๆอยู่ เหยียบอยู่แบบนั้นอยู่บนบริเวณขา ระหว่างนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเพื่อนของเขาพูดขึ้นมา “มึงอย่าเปิด มึงอย่าเปิด” […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ : โรงแรมควีนแอนน์ (The Queen Anne Hotel)

ตำนานสยองขวัญ

การพักค้างคืนคนเดียวในห้องหนึ่งที่อยู่ในโรงแรมปกติแล้วนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องธรรมของหลายๆคน แต่ถ้าคุณได้ลองนอนคนเดียวในโรงแรมควีนแอนน์ (The Queen Anne Hotel) จะทำให้คุณรู้สึกกลัวและมีความกังวลใจถ้าจะต้องนอนคนเดียวอย่างแน่นอน ถ้าหากหลังจากได้ยินเรื่องผีหลายเรื่องเกี่ยวกับโรงแรมแห่งนี้ อาคารนี้เคยเป็นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิง และว่ากันว่าครูใหญ่ของโรงเรียนคือ Miss Mary Lake ตัวเธอได้เสียชีวิตลงใน ณ ที่แห่งนี้และแน่นอนว่าวิญญาณของเธอก็ยังคงอยู่ในโรงแรมและปรากฏตัวในห้อง 410 มันคือห้องชุด ของ Mary Lake เธอจะค่อยๆ เผยตัวออกมาให้นักเดินทางที่กำลังหลับอยู่ภายในห้องพัก โดยแขกส่วนใหญ๋จะหลับอยู่และได้เจอกับวิญญาณของเธอเข้า แขกที่มาพักในห้องมักรายงานว่าพวกเขามักจะรู้สึกได้ถึงอากาศที่หนาวเกินกว่าปกติจนทำให้รู้สึกขนลุก นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจากคนถือกระเป๋าที่อยู่ในโรงแรมว่า เคยได้เห็นเธอปรากฏอยู่ด้านนอกของห้องพักประจำของเธอ หรือก็คือวิญญาณของเธอได้ออกมาข้างนอกห้องด้วยเช่นกัน โดยเธอยังถูกพบเห็นเดินไปตามทางเดินในโรงแรม บางทีก็โผล่ออกมาผ่านกระจกให้ได้เห็นกัน และบางครั้งก็เล่นเปียโนในห้องล็อบบี้ของโรงแรมอีกด้วย นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆของโรงแรมสยองขวัญนี้ ถ้าอยากรู้มากกว่านี้หล่ะก็ ขอให้ตั้งใจและสนุกกับการอ่านกันนะครับ บรื้อ…        โรงแรมบูติกแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายใกล้กับ Union Square และได้รับการปรับปรุงใหม่มามากมาย ในช่วงปี 1890 โรงแรมแห่งนี้เริ่มเป็นโรงเรียนประจำสำหรับเด็กผู้หญิง โดยมี แมรี่ ลัค เป็นเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้  เธอเป็นทั้งผอของโรงเรียนนี้และยังเป็นอาจารย์ที่สอนเด็กผู้หญิงเกี่ยวกับถึงศิลปะของการเป็นผู้หญิงที่ถูกต้อง เธอเป็นที่นิยมในการชื่นชอบและรู้จักกันอย่างมากในหมู่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานและอาศัยอยู่ที่นั่น ทุกคนต่างรู้สึกดีที่มีเธอเป็นผู้ดูแลพื้นที่แห่งนี้  แต่ต่อจากนั้นทุกคนก็ต้องรู้สึกโศกเศร้าเมื่อเธอเสียชีวิตเพียงไม่กี่ปีหลังจากโรงเรียนเปิด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ควีนแอนน์มีเจ้าของใหม่ขึ้นมา เจ้าของบอร์เดลโล่ และถูกดูแลโดยผู้ดูแลโบสถ์หลายคน พื้นที่นี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นสำนักงานใหญ่ของสมาคมลับที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ […]