9 ตำนานสยองขวัญ เรื่องลี้ลับพาหลอน ประเทศญี่ปุ่น

9 ตำนานสยองขวัญ

ประเทศญี่ปุ่น มักจะมีบ้านเมืองที่ประชากรของเขาที่มักจะอนุรักษ์ความเก่าไม่ว่าจะเป็นบ้านเมืองหรือสิงของรวมไปถึงวัฒนธรรมการดำเนินชีวิต สิ่งที่โดดเด่นเลยก็จะเป็นเรื่องเล่าสยองขวัญ พาหลอนในเมื่องประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่ในยุคสมัยโบราณ มีเรื่องราวเล่าขานกันมากมายที่เกี่ยวกับผี สิ่งของเกี่ยวกับผี บ้านผีสิง หรือตำนานสิ่งลี้ลับที่อยู่ตามป่าเขาเป็นเรื่องที่จะทำให้คุณนอนไม่หลับอย่างแน่นอน โกซู Gozu (ปีศาจหัววัว) โกซู (Gozu) คือปีศาจหัววัว ซึ่งจะปรากฏกายให้เห็นคือมีส่วนหัวเป็นหน้าวัวลำตัวเป็นของมนุษย์ โกซูมีพลังกำลังและอำนาจเป็นอย่างมาก ย้ายภูเขาทั้งลูกได้ด้วยตัวคนเดียว มีหน้าที่ดูแลประตูนรกกับปีศาจม้า มีความเชื่อว่าใครที่เอ่ยพูดหรือได้รับฟังถึงเรื่องราวของปีศาจวัวจะต้องตาย เป็นความเชื่อว่าเรื่องราวนี้เป็นคำสาปโบราณและยังไม่มีใครที่รอดชีวิตมาบอกถึงเรื่องราวที่พวกเขาได้เอ่ยถึงมัน หญิงสาวจากช่องว่าง ในบ้านที่ประเทศญี่ปุ่นบ้างหลังนั้นจะมีช่องว่าง หรือรอยแตกร้าวที่ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วห้อง ซึ่งมีความเชื่อของชาวญี่ปุ่นว่าช่องว่างนี้จะมีวิญญาณของเด็กผู้หญิงที่ชั่วร้ายสิงสถิตอยู่ เช่น ตามช่องเฟอร์นิเจอร์ ตามลิ้นชัก เธอจะคอยมองหาคนเล่นด้วย ถ้าเกิดไปสบตาของเธอ เธอจะให้เล่นซ่อนหาด้วยกัน ใครที่เล่นด้วย เด็กหญิงคนนี้จะพาตัวคนที่เล่นด้วยไปอีกมิติหนึ่ง คือจะหายตัวไปอย่างลึกลับนั้นเอง หน้ากากโนห์ หน้ากากโนห์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นละครโบราณ หน้ากากจะมี่หลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้ม หรือใบหน้าที่แสนเศร้า ใบหน้านี้จะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ตามเจ้าของ มีความเชื่อว่าใครมีหน้ากากโนห์โบราณที่เป็นของช่างในอดีตแล้วไม่ได้ออกนำมาใช้แสดงละคร หน้ากากนี้จะคอยดึงพลังวิญญาณของเจ้าของจนต้องทำให้วิญญาณติดอยู่ในโลกของพวกมันอีกด้วย คุเนะ คุเนะ (Kune-kune) คุเนะ คุเนะ เป็นผีเพศหญิงที่มีผมยาว เธอมักจะชอบสวมชุดสีขาว มีความเชื่อกันว่าเธอจะคอยยืนบิดตัวไปมาอยู่กลางทุ่งนาเหมือนดั่งกับเธอเป็นต้นข้าว ที่กำลังโดนลมทำให้เธอยืนโอนเอียงไปมา ถึงจะไม่มีลมเลยเธอก็จะยืนเช่นเดิม ที่แขนและขาของเธอนั้นจะบิดเบี้ยวดูแล้วน่ากลัว ใครที่โดนตัวเธอจะต้องตาย […]

5 ผีสาวสุดสยองจากตำนานลี้ลับ ประเทศญี่ปุ่น

ตำนาน ประเทศญี่ปุ่น

เรื่องราวลี้ลับสุดสยองขวัญมันมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก หนึ่งในนั้นที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณสุดหลอนเยอะสุดคือประเทศญี่ปุ่น ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัยที่เต็มไปด้วยเครื่องไฮเทคที่ล้ำสมัยแต่อีกด้านหนึ่งที่ดำเนินไปพร้อมกันคือเรื่องตำนานสยองขวัญสุดหลอนที่ดำเนินเรื่องราวตีคู่กันมาตลอดไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม วันนี้เรามารวม 5 ผีสาวสุดสยองจากตำนานลี้ลับ ประเทศญี่ปุ่นมีอะไรบ้างไปดูกัน รูปแบบ : ผีญี่ปุ่น โยไค (YOKAI) กับ ยูเร (YUREI) ความเชื่อเรื่องราวลี้ลับเกี่ยวกับพวกวิญญาณของผู้คนที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นในประเทศญี่ปุ่นถูกแบ่งตามลักษณะของดวงวิญญาณนั้น แบ่งออกได้ตามนี้คือ โยไค (YOKAI) หมายความถึง ปีศาจที่มีต้นกำเนิดจากสิ่งของหรือจำพวกสัตว์ที่มีชีวิต และสิ่งลี้ลับที่อยู่เหนือธรรมชาติทั้งสิ้น (ต้องไม่ใช่มากจากคนที่ตาย ยูเร(YUREI) คือ วิญญาณของผู้คนที่สิ้นชีวิตไปแล้ว  5 ผีสาวจากตำนานลี้ลับสุดสยอง ภายในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีตำนานเรื่องราวชวนสยองขวัญอยู่มากมายนับไม่ถ้วนเลยก็ว่าได้ ตำนานผีญี่ปุ่นที่น่ากลัวนั้น ถ้าได้บอกออกมาเชื่อเลยว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง 5 ผีสาวได้แก่ ผีนับจาน ผีปากฉีก ผีฟันดำ ผีฮานาโกะซัง ผีเทเคะเทเคะ เป็นผีที่มีความโด่งดังเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น เราไปเจาะรายละเอียดของแต่ละตัวกันว่ามีที่มีประมาณไหน 1.ผีนับจาน (Sarayashiki) “ผีนับจาน” หรือ “ซาระยาชิกิ(Sarayashiki)” เป็นผีที่อยู่ในตำนานพื้นบ้านของประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นผีที่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากประจำประเทศอีกด้วย สถานที่นั้นคือ “ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)” ที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) ปราสาทหลังนี้มีเรื่องราวสยองขวัญแอบซ่อนภายใต้ความสวยงามไว้อยู่นั้นคือตำนาน […]

ตำนาน Yeti มนุษย์หิมะ อสูรกายแห่งเนปาล

ตำนาน Yeti

คำว่า “เยติ” เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักกันดีในฐานะ แก้วน้ำที่สามารถเก็บความเย็นได้ นั้นมันก็จริง แต่ที่มาของคำว่า “เยติ” หมายถึงมนุษย์หิมะ เป็นสิ่งมีชีวิตมนุษย์ครึ่งลิงที่ลี้ลับ พวกมันอาศัยอยู่ที่เทือกเขาหิมะในประเทศเนปาลยาวไปถึงทิเบต ซึ่งในสถานที่แห่งนี้เป็นดินแดนที่มักจะมีแต่เรื่องราวลี้ลับที่ไม่สามารถพิสูจน์เป็นหลักฐานได้ ซึ่งในปัจจุบันมีผุ้คนจำนวนมากเชื่อว่า “เยติ” นั้นมีอยู่จริง ความเชื่อ : เยติ (Yeti)  Yeti (เยติ) หรือมีชื่อเรียกของชาวเชอร์ปาคือ อโบมิเนเบิ้ล สโนว์แมน เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่มีความลึกลับและตำนานที่ถูกเล่าขานกันมาอย่างยาวนานที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ พวกมันเป็นที่ดึงดูดกับผู้คนที่มีความอยากรู้อยากเห็นและยังมีเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับบางคนอีกด้วย ประวัติที่มาของเยตินี้มีอยู่มากมาย มีความเชื่อว่ามันเป็นมนุษย์วานรหรือมนุษย์กึ่งลิง ยังมีผู้ที่เคยได้พบเห็นพวกมันจนถูกบันทึกไว้ในปี 1950 เยติ Yeti ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเนปาลในด้านของเชิงพาณิชย์การค้าเพราะได้ถูกนำไปใช้เป็นชื่อแบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมาย ในปี 1950 นักบุกเบิกที่ได้เคยพบเห็นมนุษย์หิมะได้จดบันทึกเป็นหลักฐานเอาไว้ เยติ พวกมันมีถิ่นอาศัยอยู่ที่บริเวณเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งสถานที่นั้นจะมีมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ได้อาศัยอยู่ที่นั้นด้วยเช่นกัน มีการกล่าวว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นสถานที่เข้าถึงได้ยากมากที่สุด เป็นหมู่บ้านที่ลึกลับ ชาวบ้านที่อาศัยในหมู่บ้านแห่งนี้คือ ชาวเชอร์ปา บนยอดเขาสูงของเทือกเขาหิมาลัยนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดอีกด้วย และพวกเชอร์ปานั้นจะอาศัยอยู่ใต้ร่มเงาของวัด เจ้าอาวาสที่ปกครองอยู่วัดแห่งนี้ได้บอกเล่าเอาไว้ว่า ได้เคยพบเห็น เยติ Yeti อยู่เสมอ เจ้าอาวาสได้บอกถึงลักษณะของเยติเอาไว้ว่า พวกมันมีลักษณะเหมือนกับอสูรกายที่มีร่างกายใหญ่โต มีขนสีขาวที่คอยปกคลุมเนื้อหนัง พวกมันดูคล้ายลิง เดินด้วยขาสองขาเหมือนคน พวกมันมีนิสัยที่ดุร้ายเป็นอย่างมาก […]

ตำนาน “Aleya” แสงลึกลับอาถรรพ์ สิ่งอันตรายในบึง ประเทศอินเดีย

ตำนาน Aleya

ในยุคปัจจุบันนี้ที่โลกของเราได้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย มีระบบ Ai ที่พัฒนา ความก้าวหน้ามาสู่บ้านเมืองเพียงใด แต่เรื่องราวที่เกี่ยวกับสิ่งที่เหนือธรรมชาตินั้นก็ยังคงอยู่คู่กับการดำรงชีวิตของผู้คน ในทุกวันต้องมีผุ้คนที่ได้รับประสบการณ์ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้นั้นก็คือผีมาเข้าหูให้เราได้ยินกัน วันนี้จะมาเอ่ยถึง “Aleya” ผีไฟ ในรัฐเบงกอลประเทศอินเดีย  ความเชื่อ : แสงผี ALEYA “Aleya” หรือ แสงผีในบึง เป็นปรากฏการณ์แสงที่เป็นทรงกลม ส่วนใหญ่นักเดินทางไปมาในช่วงกลางคืนมักจะได้พบเห็น พวกมันซ่อนตัวอยู่ในนองน้ำต่างๆ แสงผีนี้อยู่ในตำนานพื้นบ้านของประเทศอินเดียและยังเกิดสิ่งนี้อยู่ทั่วโลกแต่มีชื่อที่ต่างกันออกไป นอกเหนือรัฐเบงกอลที่พบเห็นแสงผี ยังมี ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ลัตเวีย อเมริกาเหนือ ที่เห็นแสงผีนี้ด้วย  ส่วนใหญ่บุคคลที่จะพบเห็นแสงนี้จะเป็นชาวประมงอยู่ในพื้นที่เบงกอลทางตะวันตกประเทศอินเดียและชาวบังคลาเทศ พวกเขาได้บอกกล่าวถึงแสงผีนี้เอาไว้ว่า ใครก็ตามที่พบเจอกับแสงประหลาดนี้ มักจะเหมือนกับอยู่ในมนต์สะกด รู้สึกสับสน จนเดินตามแสงผีนี้ไป พวกมันจะนำพาให้เหยื่อจบชีวิตโดยการที่ลงน้ำ เหยื่อไร้สติที่จะควบคุมตัวเองได้ด้วยฤทธิ์ของพวกมัน  ถึงเหยื่อเคราะห์ร้ายนั้นจะว่ายน้ำเป็นหรือไม่เป็นก็มีสิทธิ์ที่จะเสียชีวิตเท่ากัน หาคนรอดนั้นไม่ค่อยมี ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้มีการค้นพบศพเป็นจำนวนมากจากเหตุการณ์แสงผีนี้ ถ้าคุณต้องไปยังรัฐเบงกอลตะวันตก ก็ต้องขอเตือนเลยบอกให้ระวังสิ่งอันตรายเหนือธรรมชาตินี้เพราะมันได้ซ่อนตัวเพื่อรอเหยื่อรายต่อไป หนองน้ำที่ดูแล้วมีความเงียบสงัดดูสงบใครจะไปรู้ว่าสิ่งทีอยู่ข้างใต้น้ำนั้นมีสิ่งที่จะพรากชีวิตของเราไปอย่างง่ายดาย ตำนานพื้นบ้าน : Aleya แสงผี  ถึงแสงผีนั้นจะมีอยู่หลายพื้นที่ก็ตามแต่ที่รัฐเบงกอลนี้มีตำนานเกี่ยวกับพวกมัน ได้กล่าวเอาไว้ว่า เมื่อในสมัยก่อนนานมาแล้วนั้นที่รัฐเบงกอลนี้ มีกษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืององค์หนึ่งมีนามว่า  Srutanjaya มีการกล่าวกันไว้ว่าดินแดนของพระองค์นั้นมีความกว้างใหญ่ไพรศาลเป็นอย่างมากอาจจะยาวไปถึงพม่าเลย […]

ตำนาน “Baak” ปีศาจแห่งห้วงน้ำ (อัสสัม,ประเทศอินเดีย)

ตำนาน Baak

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหน บ้านเมืองใดก็ตามมักจะมีนิทานพื้นบ้านอยู่ซึ่งมีเรื่องราวสยองขวัญแฝงอยู่ด้วย ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะนำนิทานที่น่ากลัวนี้ออกมาเล่าให้ลูกหลานได้รับรู้กัน พวกเราในวัยเด็กมักจะมีความทรงจำกับเรื่องราวลี้ลับเช่นนี้ วันนี้เราจะมานำเสนอ ผีทางฝั่งประเทศอินเดียในรัฐอัสสัม คือ “บาก (Baak)” ตำนานสยองขวัญของเมืองแห่งนี้ มันจะเป็นอย่างไรตามไปดูกันได้เลย ความเชื่อ : Baak (บาก)  Baak(บาก) พวกมันจัดว่าเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติหรือจะเรียกได้ว่าปีศาจ ปรากฏอยู่ในตำนานนิทานพื้นบ้านที่รัฐอัสสัม จะตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ซึ่งสถานที่นี้เด่นในเรื่องด้านประเพณีและมีชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรม นั้นจะหมายถึงนิทานพื้นบ้านที่มี่เรื่องราวสยองขวัญที่ได้ถ่ายทอดบอกเล่าสืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ซึ่งคำว่า “บาก” มีต้นกำเนิดคำนี้แต่เป็นภาษาอัสสัมว่า “บาคอร”  ซึ่งจะมีความหมายว่า “ปีศาจ” หรือ “ดวงจิตวิญญาณที่ชั่วร้าย” พวกมันมีความสามารถที่จะแปลงร่ายกายของพวกมันให้กลายเป็นอะไรก็ได้เช่น อาจแปลงเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือวัตถุที่ไม่มีชีวิตพวกมันก็สามารถทำได้เพื่อเป็นการหลอกล่อเหยื่อไม่ให้สงสัยในตัวของพวกมัน บทสรุปก็คือ “บาก(Baak)” เป็นปีศาจชั่วร้ายที่สามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายได้ ที่มาตำนาน : Baak (บาก) Baak (บาก) พวกมันเป็นปีศาจสิ่งชั่วร้ายที่มีถิ่นอาศัยในป่าทึบ หรืออยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ หรือบริเวณที่น้ำตื้น พวกมันจะแฝงตัวอยู่ในเงาที่มืดมิด เพื่อรอคอยโอกาสโจมตีเหยื่ออย่างสมบูรณ์ เหยื่อที่บากชื่นชอบมักจะเป็น พวกนักเดินทาง ผุ้ที่หลงจากเส้นทาง ผุ้ที่อ่อนแอหรือดวงตก รวมไปถึงเด็กอีกด้วย พวกมันมีความสามารถที่น่ากลัวคือแปลงเปลี่ยนร่างกายได้ตามที่ต้องการจะเป็นเพื่อหลอกล่อเหยื่อของพวกมัน Baak (บาก) […]

ตำนาน “Nale Ba (นาเล บา)” อย่าเปิดประตู ถ้าไม่แน่ใจ พวกมันรอคุณอยู่

ตำนาน Nale Ba

ถ้าหากสถานที่คุณอยู่อาศัยมีเรื่องราวลี้ลับเกิดขึ้นภายในเมืองคุณจะกล้าอยู่ต่อหรือไม่? ในทุกเมืองย่อมมีตำนานพื้นบ้านที่เกี่ยวกับผีอยู่เสมอ ซึ่งเรื่องสิ่งลี้ลับนี้มักเป็นที่พูดถึงในวงกว้างเมื่อสมัยของยุคปี 1990 มีผีอยู่ตนหนึ่งที่ตามหลอกหลอนผู้คนโดยการไปเคาะประตูตามบ้านเรือนอยู่ในบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย คือ “Nale Ba (นาเล บา)” ใครหลงไปเปิดประตูจะต้องตาย ความเชื่อ : Nale Ba  Nale Ba (นาเล บา) เป็นผีเจ้าสาว ซึ่งชื่อนี้มีอยู่ในตำนานพื้นบ้านที่ได้ถูกเล่าขานกันมาในรัฐกรณาฏกะ ประเทศอินเดีย ถ้าใครที่ได้ไปเมืองนี้จะมีเรื่องแปลกประหลาดบางอย่างคือ ตามกำแพงหรือผนังที่อยู่บริเวณหน้าประตูบ้านที่อยู่ภายในหมู่บ้านนี้จะเห็นคำว่า Nale Ba ถูกเขียนเอาไว้ คำนี้เป็นภาษากันนาดาจะมีความหมายว่า “มาพรุ่งนี้” ความดังของผีนาเล บา นี้ได้นำไปทำภาพยนตร์อีกด้วย ตำนานที่มา : Nale Ba เหตุผลที่ผุ้คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ต้องเขียนคำว่า “Nale Ba” ไว้ตามผนังหรือประตูบ้านนี้เพื่อเป็นการป้องกันวิญญาณชั่วร้ายที่จะมาเข้าในบ้านของพวกเขา คำอธิบายที่เกี่ยวกับของผี นาเล บา มี 2 version เวอร์ชั่นแรกคือเป็นเหตุการณ์ลี้ลับที่เกิดขึ้นภายในรัฐกรณาฏกะ ตั้งอยุ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดีย ตำนานนี้เป็นที่นิยมได้เล่าขานกันต่อมาเป็นอย่างมาก เริ่มเลยคือต้องขอย้อนเวลาไปในทศวรรษปีที่ 1990  ในยามสิ้นแสงช่วงค่ำคืน จะมีผีที่เป็นผู้หญิง บางความเชื่อว่าเป็นแม่มด […]

ตำนาน “Pishacha” ปีศาจกินเลือดกินเนื้อ แวมไพร์ครั้งแรกในดินแดนภารตะ 

ตำนาน Pishacha

ปีศาจ เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเป็นอย่างมากตามหลักของศาสนาพุทธและฮินดู มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “Phishacha (ปีชาฉะ)” สิ่งมีชีวิตนี้นั้นหมายถึง ปีศาจประเภทหนึ่งที่ทางศาสนามีความเชื่อว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นโดยพระพรหม อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า Phishacha เป็นบุตรของ โครธา (Krodha) พวกมันเป็นเผ่าพันธุ์ที่นอกเหนือจากมนุษย์ พวกมันจะมีความน่ากลัวเพียงไหน ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งน่ากลัวนี้อย่างไร ความเชื่อ : “Phishacha” “Phishacha” (ปิชาฉะ) เป็นปีศาจที่มีตำนานความเชื่อต้นกำเนิดอยู่หลากหลายไม่ชัดเจน Phishacha ตามศาสนาพุทธและฮินดู มีความเชื่อว่า พวกมันถูกพระพรหมสร้างขึ้นมาและยังมีอีกความเชื่อหนึ่งว่า ปิชาฉะ เป็นลูกชายของ Krodha ในหลักฐานเป็นคำที่มาจากภาษาสันกฤต แปลว่า “ความโกรธ” ตามตำนานมหาภารตะ พวกมันถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้าย รูปลักษณ์ : Phishacha ในศาสนาฮินดูและพุทธ Phishacha เป็นเผ่าพันธุ์แยกจากมนุษย์โดบสมบูรณ์ พวกมันมีลักษณะภายนอกที่น่ากลัวคล้ายมนุษย์ มีผิวพรรณที่ดูสีเข้ม ตามตัวมีเส้นเลือดปูดออกมาจากหนัง พวกมันมีดวงตาสีแดงดั่งไฟเพลิงยื่นออกมาจากเบ้าตา Phishacha เป็นปีศาจที่มีอายุยาวนานเท่ากาลเวลา ในดินแดนมหาภารตะได้มีกำเนิดแวมไพร์ครั้งแรก นั้นคือ Phishacha (ปิชาฉะ) พฤติกรรม/สถานที่พบเจอ :  Phishacha Phishacha เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติทีชื่นชอบอยู่อาศัยในสถานที่มืด ตัวอย่างเช่น […]

ตำนาน “Nuckelavee” อสูรกายร้ายแห่งท้องทะเลสกอตแลนด์

ตำนาน Nuckelavee

ตามตำนานพื้นบ้านในนั้นมักจะมีเรื่องสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติอยู่มากมายที่มนุษย์อย่างเรามีความเกรงกลัวพวกมันเป็นอย่างมาก มีสถานที่หนึ่งคือเมืองออร์คาเดียนตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ มีอสูรกายที่ชาวออร์คาเดียนเชื่อว่ามีความชั่วร้ายและเป็นที่น่ากลัวมากที่สุด ซึ่งอยู่ในตำนานพื้นบ้าน มันเป็นปีศาจที่ชั่วร้ายแห่งท้องทะเลมีชื่อว่า “Nuckelavee” อสูรกายแห่งท้องทะเลสกอตแลนด์ ความเชื่อ : “Nuckelavee” Nuckelavee เป็นปีศาจที่มีชื่ออยู่ในตำนานพื้นบ้านออร์คาเดียน มันเป็นสัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเล คำนำหน้า “Nuck” อาจมีความหมายว่า “ปีศาจ” ชื่อโดยภาพรวมจึงมีความหมายว่า “ปีศาจแห่งท้องทะเล” มีลักษณะทางกายภาพเป็นสัตว์ลูกผสมระหว่างม้ากับมนุษย์ มีความสูงมากถึง 3 ฟุต ในบางความเชื่อว่าพวกมันมีสองหัวเลยด้วยซ้ำ ชาวออร์คาเดียนได้เคยกล่าวกันไว้ว่า  ไม่มีสัตว์ปีศาจตัวไหนที่น่ากลัวมากที่สุดเท่ากับ Nuckelavee มันเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่มีความชั่วร้ายเป็นอย่างมาก พวกมันมีเป้าหมายหลักเพียงมองความหวาดกลัวให้แก่ชาวออร์คาเดียนที่อยู่ในเกาะแห่งนี้ตามความเชื่อของคนเก่าแก่ชาวออร์คาเดียน พวกเขามักจะใช้ชีวิตในทุกลมหายใจด้วยความหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลาที่มีชีวิต แต่ยังมีเทพีแห่งท้องทะเล Mither o’ the Sea มีพลังจากเธอผู้นี้คอยปกป้องคุ้มครองพวกเขาจากอสูรกายตัวนี้ เธอสามารถป้องกันพวกเขาได้ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น  เชื่อกันว่าพลังของเธอนั้นสามารถควบคุมกักขัง ปีศาจตัวนี้ได้และยังมีความเชื่อว่าการก่อกวนของ Nuckelavee นั้นเพราะว่ามันต้องการขับไล่มนุษย์ให้ออกจากเกาะออร์กนีย์ อยู่นอกชายฝั่งออกไปทางตอนเหนือสกอตแลนด์ ซึ่งหมู่เกาะแห่งนี้มีความโดดเด่นในเรื่อง ตำนานวัฒนธรรม ที่รอการพัฒนาให้เกิดความเจริญ ซึ่งตำนานพื้นบ้านของที่นี้จะมีความคล้ายกับตำนานของชาวเซลติกเช่นกัน ชาวออร์คาเดียนมักจะหลีกเลี่ยงการที่ต้องเอ่ยชื่อถือสัตว์ปีศาจตัวนี้ เพราะพวกเขามีความเชื่อว่าพวกมันเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายถ้าเกิดไปเอ่ยชื่อของพวกมันจะเกิดเรื่องไม่ดีได้อาจพาสิ่งเลวร้ายมาให้ในบ้าน ลักษณะของพวกมันจะอธิบายได้ดังนี้ในการมองระยะไกลแล้วพวกเขาเหมือนกับคนทำกำลังขี่ม้าอยุ่ แต่ถ้ามองดีๆแล้วพวกมันเป็นเหมือนกับมนุษย์ม้า ในช่วงส่วนด้านบนหัวลงมาจรดปลายนิ้วจะเหมือนกับมนุษย์ มีแขนไว้ใช้งานเหมือนกับมนุษย์มีความยาวลงพื้นดินเป็นอย่างมาก ใบหน้ามีรูปปากที่ใหญ่มีความสยองเป็นอย่างมา มีครีบเหมือนกับปลา น้ำหนักขึ้นมาเกือบ […]

ตำนาน “Rokurokubi” โรคุโรคุบิ ปีศาจคอยาว แห่งแดนอาทิตย์อุทัย

ตำนาน Rokurokubi

ประเทศญี่ปุ่นเป็นดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย สถานที่แห่งนี้มีตำนานพื้นบ้านที่เกี่ยวกับเรื่องราวลี้ลับ มีตำนานหนึ่งที่ถือว่าเป็นเรื่องที่นิยมติดอันดับบนๆของชาวญี่ปุ่น คือ โรคุโรคุบิ Rokurokubi ปีศาจคอยาว หรือ ผีสาวคอยาว สิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาตินี้มีลักษณะพิเศษคือ ในช่วงกลาวันนั้นเธอจะใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงธรรมดา แต่พอตกกลางคืนนั้น ลำคอของเธอกลับยืดยาวออกมาเพื่อไปสูบกินพลังชีวิตของมนุษย์ ความเชื่อ : โรคุโรคุบิ (ผีสาวคอยาว) โรคุโรคุบิ (Rokurokubi) ตามหลักความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ปีศาจตนนี้จัดอยู่ในประเภทผี โยไค ลักษณะภายนอกนั้น เธอเป็นปีศาจในขณะที่ยังใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วไป หรือจะบอกได้เลยว่าเธอเป็นปีศาจทั้งที่ยังไม่เสียชีวิต การกลายเป็นผีสาวคอยาว โรคุโรคุบิ เป็นเพราะการผิดคำสัญญากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือผิดคำสาบานที่ให้กับปีศาจ เธออาจต้องคำสาปหรืออาจจะถูกมนต์อาถรรพ์ ในบางความเชื่อว่า โรคุโรคุบิ อาจเกิดจากความที่ตนนั้นไม่มีความซื่อสัตย์กับสามีของตนเอง และอาจได้รับผิดกรรมแทนสามีหรือบิดาของตนทีมีการกระทำผิดบาปมา เธอจึงเป็นผู้หญิงที่โชคร้ายที่สุดที่ต้องรับคำสาปแทนพวกเขาในทุกกรณี ส่วนสามีหรือบิดานั้นจะรอดพ้นจากบทลงทัณฑ์นี้ คำสาปของผีสาวคอยาว โรคุโรคุบิ นั้นจะส่งผลกระทบต่อเพศหญิงหรือผุ้หญิงเพียงเท่านั้น ลักษณะรูปร่างหน้าตาของโรคุโรคุบิ (Rokurokubi) ผีสาวคอยาว ในตอนกลางวันนั้นเธอจะแสดงให้เห็นเป็นผุ้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น คอยแฝงตัวดำรงชีวิตไปอย่างมนุษย์ธรรมดา แต่ถ้ายามกลางคืนแล้วละก็ ร่างกายที่พวกเธอนั้นที่กำลังนอนหลับอยู่ปกติแต่ลำคอของเธอนั้นมันก็ขยับแล้วยืดออกไปจนยาวสุดอย่างเหลือเชื่อ กลายเป็นผีคอยาว เธอจะเดินไปเดินมาตามที่ต้องการได้อย่างเสรีอิสระ  มีความเชื่อกันว่า การกระทำนี้เป็นการทอดวิญญาณในขณะนอนหลับแต่พิธีกรรมนี้ไม่สมบูรณ์  การจำแนกของปีศาจโรคุโรคุบินี้ ไม่ได้มีแต่เพศหญิงเท่านั้น สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นในผู้ชายก็ได้เช่นกันจะเรียกว่า “โรคุโรโบะ” เวลาล่วงเลยมาถึงยุคเอโดะที่เป็นยุคของโยไคเพราะมีคนวาดรูปโยไคออกมามากมาย […]

ตำนาน “Jikininki” ผีปอบกินซากศพ ประเทศญี่ปุ่น

ตำนาน Jikininki

ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน เทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้าเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย นั้นคือเรี่องราวลี้ลับที่เกี่ยวกับผี สิ่งเหนือธรรมชาติ ของโลกใบนี้นั้นไม่มีที่ไหนจะเกินไปกว่าประเทศญี่ปุ่นแล้ว ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัยนี้เป็นสถานที่มีเรื่องแล้วตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับผีที่แปลกและประหลาดอยู่มากมาย วันนี้เรามานำเสนอ ตำนาน Jikininki ผีปอบกินซากศพ ของประเทศญี่ปุ่น เป็นอย่างไรไปดูกัน ความเชื่อ : Jikininki Jikininki (จิกินินกิ) เป็นผีปอบที่กินซากศพของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว พวกมันจัดอยู่ในประเภทผี Gaki (กากิ) หรือ ผีผู้หิวโหย เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติมีความแปลกประหลาด ผีประเภทนี้เป็นดวงจิตวิญญาณของผู้สิ้นชีวิตที่มีสภาวะอยู่ในอารมณ์ทุกข์ทรมานมีความอดอยากขาดแคลนในรูปแบบต่างๆ ผีประเภทกากินี้มี่ต้นกำเนิดมาตั้งแต่มีคำสอนทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับเรื่องกรรมการกลับชาติมาเกิด ถ้าเราดำเนินชีวิตไปให้อยู่บนเส้นทางที่มีคุณธรรมตอนที่หมดลมหายใจจากโลกใบนี้ไปแล้วจะไปเกิดใหม่ในที่ดีขึ้นแต่ถ้าเราดำรงชีวิตไปในเส้นทางที่มีแต่ความชั่วร้าย เห็นแก่ตัวมีแต่ความโลภ พอเสียชีวิตไปแล้วต้องเกิดใหม่กลายเป็นผีประเภท Gaki (กากิ) ในความเชื่อของชินโต จะมีวิญญาณของบรรพบุรุษ ถ้าเกิดครอบครัวไม่ทำความเคารพกับพวกท่านอย่างที่ถูกที่ควรและต้องเหมาะสม   ครอบครัวนั้นอาจจะต้องถูกสาปโดยที่พบเจอกับการปรากฏตัวของ Jikininki (จิกินินกิ) ผีผุ้หิวโหย ณ ปัจจุบันนี้เป็นยุคสมัยใหม่ที่ความหมายของการใช้คำว่า Gaki นั้นหมายถึง คำเรียกเด็กที่ไม่มีความเมตตากรุณา โดยเฉพาะเรียกเด็กที่มีแต่ความโลภ หิวโหยกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่มอยากได้สิ่งของ อาหาร หรืออะไรก็ตามของคนอื่นที่ตนมีอยู่นั้นไม่เพียงพอ Jikininki (จิกินินกิ) พวกมันเป็นผีปอบที่กินซากศพมีถิ่นอาศัยอยู่ที่สถานโบราณวัดที่มีอายุเยอะเก่าแก่ หรือ วัดหรือสถานที่เป็นซากปรักหักพัง ส่วนใหญ่แล้วจะพบเจอกับผีตนนี้ได้ในที่วัดร้างหรือสถานที่วิเวกพังทะลายอยู่บริเวณใกล้กับหมู่บ้านของผู้คน พวกมันจะไม่เข้าใกล้กับมนุษย์มากเกินไปและยังมีถิ่นที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้กับสถานที่อยู่ของมนุษย์ […]