เรื่องเล่าสยองขวัญ : สวัสดีค่ะ 

เรื่องเล่าสยองขวัญ

     เรื่องสยองขวัญต่อจากนี้เป็นเรื่องที่แอดได้ฟังมาจากผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายคนนี้มีชื่อว่า “เอม” มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาเพียงผู้เดียวแต่คนรอบตัวเขาในตอนนั้นก็ได้พบเจอกับเรื่องน่าสยองขวัญพร้อมๆกันในตอนนั้น และที่สำคัญมันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่นานนี้เอง โดยเรื่องนี้ต้องเกริ่นก่อนว่าเคยได้มีเรื่องจากรายการๆหนึ่งที่มีชื่อเรื่องว่า “สวัสดีค่ะ” มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มครอบครัวหนึ่งที่ได้ไปเที่ยวที่ต่างจังหวัดโดยการขับรถกันไป และระหว่างที่ไปกันนั้นก็ได้ซื้อแผ่นซีดีเล่าเรื่องผีของเดอะช็อกมาฟังกัน แต่แล้วพอถึงโรงแรมที่พักและกำลังนอนไปได้สักพัก อยู่ๆก็มีคนมาเคาะห้องและพูดขึ้นมาว่า สวัสดีค่ะ! เสียงเคาะห้องนั้นดังขึ้นมาอยู่แต่แบบนั้นเรื่อยๆ จนครอบครัวนี้ได้เปิดประตูไปดู ก็ได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ และเธอก็บอกว่าเธอทำของหาย ช่วยเธอหาหน่อย พอครอบครัวนี้ช่วยไปได้สักพัก เธอก็ได้พูดขึ้นมาว่า “เป็นไงบ้างฟังเรื่องผี เป็นไงบ้างฟังเรื่องกูน่ากลัวไหมหล่ะ” และนั่นก็คือทั้งหมดของเรื่อง “สวัสดีค่ะ” แต่เรื่องเล่าต่อจากนี้จะเป็นคนละเรื่องกับเรื่องสวัสดีค่ะ แต่จะเป็นอะไรที่คล้ายๆกันลองอ่านกันดูนะครับ บรื้อ…       โดยเรื่องนี้เริ่มต้นที่เขานั้นกำลังโทรศัพท์และเล่าเรื่องผีเรื่องสวัสดีค่ะให้กับเพื่อนของเขาฟังอยู่ในวันก่อน แต่ระหว่างที่เล่าไปเล่ามาได้เกือบจะครึ่งเรื่อง จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงสายโทรศัพท์เรียกเข้า พอมองในโทรศัพท์ของตัวเองก็กลับไม่พบอะไร และคิดว่าคงเป็นสัญญาณแทรกหรืออะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นกับโทรศัพท์ เขาจึงได้เล่าให้เพื่อนเขาฟังต่อ แต่พอพูดต่อได้สักพัก โทรศัพท์ก็เกิดเหมือนมีเสียงสายเรียกเข้าอีกครั้ง ในตอนนั้นเขาเริ่มรู้สึกแปลกๆแล้วว่ามันคงไม่ปกติเท่าไหร่ เขาจึงได้บอกเพื่อนว่าหากเจอกันแล้วจะเล่าให้ฟังใหม่ และได้วางโทรศัพท์จากเพื่อนไป หลังจากวางโทรศัพท์จากเพื่อนไปได้ไม่นาน เขาก็ต้องตกใจเพราะว่าอยู่ๆห้องของเขาก็มีคนมาเคาะประตูดัง ปังๆๆ! (ตอนนั้นเขาอยู่หอพัก) เขาจึงได้เดินไปดูตรงตาแมวปรากฏว่าไม่มีใครยืนอยู่ที่หน้าห้องของเขาเลย และขณะที่เขาหันหลังได้แปปเดียว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอีก ปังๆๆ! ตอนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าเขาคงโดนดีไม่ต่างจากเรื่องสยองขวัญที่เขาได้ฟังมาอย่างแน่นอน และในคืนนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงเดินไปมาวนเวียนอยู่ตรงหน้าห้องของเขาอยู่ตลอดเวลาตลอดทั้งคืน เขาจึงได้แต่เก็บความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ตลอดเวลา        จนวันหนึ่งเขาได้มีโอกาสโทรศัพท์ไปถามถึงรายการเดอะช็อกว่าต้นตอของเรื่องราวสวัสดีค่ะนั้นเป็นเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมอยู่ๆช่วงเวลาที่เขานั้นกำลังเล่าอยู่เขาถึงได้พบเจอกับเรื่องสยองขวัญอันนี้ เขารู้สึกกลัวและคาใจเป็นอย่างมากว่าทำไม เขาจึงได้โพสเรื่องนี้ลงเฟสบุ๊คแล้วสอบถามเกี่ยวกับว่าใครได้เคยฟังเรื่องเล่าเรื่องนี้และได้พบเจอกับเรื่องประหลาดๆตามมากันบ้างไหม คำตอบที่เขาได้มานั้นก็มีหลายเสียงไป บางคำตอบก็บอกว่า เขาหรือเธอก็เคยฟังเรื่องนี้อยู่ครั้งหนึ่งและก็ได้พบเจอกับเรื่องแปลกๆตามมา […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : เสียงเรียก

เรื่องเล่าสยองขวัญ

     วันนี้แอดจะนำเรื่องราวสยองขวัญที่เกี่ยวข้องกับการเสียงเรียกปริศนา ว่ากันว่าช่วงเวลาตกดึกหรือยามวิกาล หากใครก็ตามที่ได้ยินเสียงเรียกที่ไม่รู้แหล่งที่มาหรืออยู่ๆก็มีเสียงเรียกขึ้นมา ผู้คนสมัยก่อนก็จะบอกกันว่าห้ามที่จะขานรับเสียงเหล่านี้เด็ดขาดเพราะเขาว่ากันว่าเสียงๆนั้นคือเสียงเรียกจากวิญญาณ… แต่ทั้งนี้เรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่แล้วแต่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่ก็ได้ แต่ก็มีการปลูกฝั่งกันมาตั้งแต่ตอนเด็กๆกัน ซึ่งเรื่องราวแบบนี้ส่วนใหญ๋จะมาจากปู่ย่าตายายในสมัยก่อนกันจนมากันจนถึงปัจจุบัน วันนี้แอดจึงขอนำเกี่ยวกับเรื่องนี้มานำเสนอกัน กับเรื่อง “เสียงเรียก” ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ…         เรื่องราวต่อไปนี้เกิดขึ้นมากับแก๊งของเพื่อนแก๊งหนึ่ง โดยแก๊งจะมีกันอยู่ทั้งหมด 3 คนเป็นผู้ชายทั้งสามคนเลย โดยกลุ่มๆนี้นั้นพวกเขาทั้งสามมักจะชอบตะลอนไปตามสถานที่ต่างๆ หากสถานที่ไหนแปลกๆดังๆหรือมีการพูดถึงกันมากๆ พวกเขาก็จะไปตะลุยกันตลอด พวกเขาทำกันมาแบบนี้มาตลอดและได้ไปมาหลายพื้นที่แล้ว พอพวกเขาเดินทางไปรอบๆประเทศไทยมาได้หลายที่แล้ว จึงมีการอยากจะที่ขยับไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว กัมพูชาอะไรแบบนั้นเพื่อที่จะไปเที่ยวและศึกษาประวัติศาสตร์ของพื้นที่แหล่งนั้น จนวันหนึ่งมีการตัดสินใจที่จะไปประเทศเขมรกัน พวกเขาก็ได้เดินทางตามกันปกติและได้เดินทางไปจุดด่านระหว่างประเทศ และพอได้เดินทางเข้าสู่ประเทศเขมรเป็นที่เรียบร้อย และด้วยความที่มาประเทศแห่งนี้เป็นครั้งแรกทำให้ไม่มีความรู้หรือสถานที่ที่จะไปกันมากนัก พวกเขาจึงได้สอบถามทางด่านว่ามีไกด์หรือที่แนะนำให้ไหม จนทางด่านได้มีการแนะนำไกด์สำหรับนำท่องเที่ยวให้คนหนึ่ง พวกเขาจึงตัดสินใจจ้างไกด์เป็นคนนำทางให้กับพวกเขากัน        สถานทีที่พวกเขาอยากจะไปและศึกษามาที่หนึ่งจริงๆก็คือคุก ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีการพูดถึงกันเป็นอย่างมากทั้งประเทศไทยด้วยเช่นกันที่พูดถึงกันอยู่ โดยการที่จะเข้าไปในคุกที่เขมรนั้น ไกด์ได้บอกไว้ว่าจะมีกฏอยู่ คือระหว่างที่เข้าไปในคุกแล้วนั้นและหากเจออะไรไม่ชอบมาพากลหรือรู้สึกแปลกๆอะไรเกิดขึ้นห้ามทักเป็นอันขาด เพราะที่นี่นั้นของมันค่อนข้างแรกเป็นอย่างมาก ถ้าหากไม่เชื่อหล่ะก็ถ้าเกิดอะไรขึ้น ตัวไกด์ก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือได้นะ พอพวกเขาทั้งสามได้ยินก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมด เพราะพวกเขานั้นยืดหลักวิทยาศาสตร์มากกว่า แต่ก็ไม่คิดที่จะหลบหลู่อยู่ดี วันนั้นพอเดินทางเข้าประเทศมันก็เป็นเวลาช่วงหัวค่ำเข้าให้แล้ว ตอนนั้นถ้าไปเที่ยวที่ไหนก็คงจะไม่ได้แล้ว พวกเขาเลยมุ่งหน้าหาโรงแรมที่พักนอนกัน โรงแรมที่พวกเขาไปกันนั้นเป็นลักษณะที่ดูไม่ได้หรูหราอะไรมากนัก และเป็นเรือนไม้สองชั้นเพียงเท่านั้น พอเดินทางไปถึงที่พักก็ได้เปิดห้องกัน พวกเขาเปิดห้องให้ไกด์นอนห้องนึงและพวกเขาก็นอนกันอีกห้องหนึ่ง      ระหว่างที่อยู่ในห้องก็มีการพูดกันว่าพรุ่งนี้จะไปไหนทำอะไรกันบ้าง ก็คุยกันไปได้สักพักก็มีคนมาเคาะประตูห้อง พอเปิดประตูแล้วก็เจอกับไกด์และไกด์ก็ได้ให้อะไรบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายตะกุดอันเล็กๆมาอันนึง โดยบอกว่าให้เก็บเอาไว้นะ เขาก็สงสัยว่าเก็บไว้ทำไม […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : เสียงสาวปริศนา

เรื่องเล่าสยองขวัญ

      เรื่องเล่าสยองขวัญต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมากับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ปกติแล้วในทุกๆปีในช่วงปลายปีผู้หญิงคนนี้นั้นมักจะได้ยินเสียงของใครบางคนมักจะเรียกชื่อของเธอตลอดเวลา โดยเธอนั้นมีชื่อว่า “กุ๊ก” ในการเรียกแต่ละครั้งนั้นจะมีเสียงผู้ชายบ้าง เสียงผู้หญิงบ้าง หรือบางครั้งเสียงเรียกนั้นก็เป็นเสียงของคนในครอบครัว และตัวเธอเองนั้นก็มักจะเห็นวิญญาณอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่เห็นนั้นจะเป็นการเห็นเพียงเวียบเดียวแล้วก็หายไปมากกว่า เธอเลยไม่ค่อยใส่ใจมากนักเพราะทุกครั้งที่เธอเห็นแล้วนำเรื่องนี้ไปเล่าให้กับใครฟัง ก็ไม่ค่อยจะมีใครมาเชื่อเธอมากนัก ชีวิตของเธอช่วงนั้นไม่ค่อยจะเป็นอะไรที่ดีมากนัก จนกระทั้งได้เกิดเรื่องขึ้นมากับเธอเรื่องหนึ่ง จะเป็นเรื่องที่แอดนำเสนอต่อจากนี้ กับเรื่อง “เสียงสาวปริศนา” ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้ตั้งใจอ่านกันนะครับ       มีอยู่ปีหนึ่ง เธอนั้นก็ได้ยินเสียงของคนเรียกเธอในช่วงปลายปีเป็นปกติเหมือนกับทุกๆปี แต่ในครั้งนี้นั้นมันมีอะไรที่แปลกไปมากขึ้นอีกเพราะปีนี้เสียงเรียกที่เรียกชื่อเธอนั้น มันเริ่มที่จะเรียกถี่มากขึ้น จนมันทำให้เธอรู้สึกรำคาญและรู้สึกที่จะทนไม่ไหว เธอจึงได้ตะโกนออกมาว่า “จะเรียกอะไรนักหนาวะ” เสียงๆนั้นก็ได้เงียบไปสักพัก แต่แล้วก็กลับมาเรียกอีกในอีกสักพัก เธอก็รู้สึกรำคาญและรู้สึกไม่ดีด้วยในเวลาเดียวกัน เธอจึงได้ตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้กับแม่ของเธอฟังเหมือนอย่างเคยในทุกๆปี แต่แม่ของเธอกับคนอื่นๆก็ยังคงไม่เชื่อเธออยู่ดี ที่บ้านของเธอบอกว่าเธออาจจะคิดมากไปเองมากกว่าคงไม่มีอะไรหรอก อาจจะหูฝาดไปเองมากกว่า เธอจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ วันถัดมาในช่วงหลังเลิกเรียน เธอจึงได้ไปพูดกับน้องสาวของเธอในช่วงระหว่างเดินออกจากโรงเรียน โดยได้บ่นเกี่ยวกับเรื่องของคนที่เรียกเธอแบบไม่หยุดในช่วงนี้ น้องของเธอจึงได้ตอบกลับมาเหมือนกับแม่ของเธอว่าคงคิดไปเองมากกว่า และได้บอกว่าให้เธอนั้นไปลองชวนเสียงเรียกนั้นคุยดูว่าเป็นใครหรืออะไรกันแน่ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นอาจจะตอบกลับมาก็ได้         หลังสิ้นเสียงจากน้องสาวของเธอแล้ว เธอก็ได้ยินเสียงของคนเรียกชื่อเธออีกครั้งทันที มันเป็นเสียงเรียกเหมือนกับครั้งก่อนๆแต่ในครั้งนี้เหมือนจะมีน้ำเสียงที่โกรธขึ้นด้วย เหมือนกับว่าโกรธกับสิ่งที่น้องสาวของเธอได้พูดมาเมื่อกี้ และที่สำคัญในครั้งนี้นั้นน้องสาวของเธอก็ได้ยินเสียงเรียกในครั้งนี้ด้วย ในตอนนั้นเธอกับน้องสาวของเธอถึงกับมองหน้ากัน และตัดสินใจวิ่งหนีไปจากจุดๆนั้นทันที พอวิ่งไปได้สักพักก็ได้เจอกับลุงยามที่อยู่หน้าโรงเรียน หลังจากนั้นเธอกับน้องสาวก็พากันกลับบ้านและได้ไปพูดกับแม่ของเธอในเรื่องที่ผ่านมา โดยครั้งนี้มีน้องสาวของเธอด้วยที่ช่วยพูดให้แม่เข้าใจ แต่แม่ของเธอก็ไม่เชื่ออย่างเช่นเคย เธอจึงไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้พากันเข้าห้องนอนในคืนนั้น คืนนั้นในขณะที่เธอกำลังจะหลับ เธอมีความรู้สึกว่าร้อนมาก เธอจึงได้ลุกขึ้นมาเพราะร้อน แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นเพราะข้างหน้าเธอตรงปลายเตียงนั้น […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : หญิงชราตรงข้างกำแพง

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าสยองขวัญที่ได้มีผู้ชายคนหนึ่งได้พบเจอมา โดยตัวเขานั้นมีชื่อว่า “คุณบอย” ปกติแล้วนั้น คุณบอยเป็นคนที่มักจะเห็นอะไรแปลกๆอยู่เป็นประจำ ถึงเขาจะเห็นอะไรแปลกๆเป็นประจำ แต่ตัวเขาก็ไม่เคยได้เห็นแบบเต็มตา หรือสามารถพูดได้ว่าตัวเขานั้นเป็นคนที่มีซิกเซ้นต์หรือที่บางคนเรียกกันว่าสัมผัสพิเศษ และจึงสามารถพูดได้ว่าตัวเขานั้นเป็นคนที่เชื่อเรื่องผีแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เขาจึงได้นำเรื่องราวหนึ่งเรื่องที่เขาได้เจอมามาเล่าให้กับผู้ทีชอบเรื่องผีมาได้อ่านกัน วันนี้แอดจึงขอนำเสนอเรื่อง “หญิงชราตรงข้างกำแพง” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…     วันหนึ่งในช่วงเวลาเย็นถึงค่ำ เป็นเวลาช่วงทุ่มกว่าๆ เขานั้นได้อยากที่จะออกไปเที่ยวกับเพื่อนของเขา เขาจึงคิดว่าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน แต่ไม่ทันที่จะได้ออกไปข้างนอกกับเพื่อน น้าของเขาก็ได้เรียกเขาเข้าไปคุยก่อน และน้าก็ได้ถามเขาว่า ช่วงที่เขาออกไปเที่ยวและกลับมาบ้านเป็นเวลาดึกๆดื่นๆช่วงตี1-2 เขาไม่เคยเจอะไรเลยเหรอ ซึ่งโดยปกติแล้วทุกครั้งที่เขาไปเที่ยวและกลับมาดึกๆเขาก็ยังไม่เคยเจออะไรเลย จึงได้บอกน้าไปแบบนั้น น้าเขาก็ไม่ได้พูดอะไรและได้ปล่อยให้เขาออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนของเขาต่อตามปกติ      ในช่วงที่เขาออกไปเที่ยวกับเพื่อนของเขา เขาก็ได้ไปนั่งกินเหล้า หลังจากที่เขาไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนจนถึงเวลาประมาณตีหนึ่ง เขาก็ได้แยกย้ายกับเพื่อนของเขาเพื่อที่จะกลับบ้าน บ้านของเขาอยู่ในซอยค่อนข้างลึก ไม่ค่อยที่จะมีแสงไฟมากนักจะมีก็แสงไฟที่อยู่ข้างถนนแบบเสาไฟค่อนข้างที่จะห่างกันแต่ละเสา และถนนเป็นลาดยาง ในตอนนั้นเขาได้ขับมอไซต์ของเขาเข้าซอยมืดๆมา ในช่วงระหว่างที่ขับรถไปเรื่อยๆ พอถึงในช่วงถนนที่มืดไร้แสงไฟ เขาก็ต้องค่อยๆขับอย่างช้าๆและใจเย็นๆ เพราะตอนนั้นไม่มีไฟและด้วยความที่ตอนนั้นเป็นเวลาดึกมากแล้วทำให้เขาเป็นรถคันเดียวที่ขับอยู่ในถนนเส้นนั้น เขาจึงต้องขับช้าๆเพื่อระวังว่าจะมีอะไรมาวิ่งตัดผ่านถนนรึเปล่าเพราะบริเวณนั้นก็มีป่ายางอยู่ข้างทางทำให้อาจจะมีสัตว์ออกมาวิ่งเล่นกันในช่วงเวลากลางคืน       พอขับมาได้เรื่อยๆพอถึงช่วงที่จะเข้าซอยยาวเข้าบ้านเขา เขาก็ต้องยิ่งขับช้าขึ้นไปอีก เพราะซอยนั้นค่อนข้างที่จะแคบมาก ระยะกว้างประมาณรถคันนึงที่สามารถที่จะขับเข้าไปได้ โดยข้างทางนั้นก็จะมีเป็นคูน้ำทางซ้ายมือ และทางขวาจะเป็นกำแพง ในช่วงระหว่างที่ขับรถเข้าซอยอยู่นั้น ไฟก็ได้ไปสาดเข้าตรงกำแพงข้างทาง เขาก็ได้สังเกตเห็นขาสองข้างของใครบางคนนั่งห้อยขาลงมาจากข้างบน พอเขาได้เห็นแบบนั้นเขาก็รู้สึกตกใจมาก แต่ตอนนั้นด้วยความที่เขาดื่มเหล้ากับเพื่อนมาก่อนหน้านี้ทำให้เขาคิดว่าเขาอาจจะเมาหรืออาจจะตาฝาดไปเองก็ได้ ไม่ก็อาจจะเป็นต้นไม้กิ่งไม้อะไรมากกว่า แต่พอคิดไปคิดมาเขาก็เห็นว่าแทบนั้นก็ไม่มีต้นไม้แล้วนี่นา […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : บ้านทาวเฮาส์

เรื่องเล่าสยองขวัญ

   สวัสดีครับวันนี้แอดได้นำเรื่องราวสยองขวัญที่เกี่ยวกับวิญญาณที่ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่มันเกิดขึ้นที่ต่างประเทศนั่นเอง โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวเธอนั้นได้มีโอกาสไปเรียนปริญญาโทอเมริกา ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นเธอเป็นคนที่มีหัวคิดสมัยใหม่หรือก็คือเป็นคนที่ไม่ค่อยที่จะเชื่อหรือรับฟังเกี่ยวกับเรื่องของวิญญาณหรือสิ่งที่มองไม่เห็นเลยก็ว่าได้ แต่หลังจากที่เธอได้พบเจอกับเรื่องต่อไปนี้แล้วนั้น ทำให้ทุกวันนี้ของเธอกลับต้องพกพระไปไหนมาไหนตลอดเวลาเลย ถึงขั้นที่ว่าหากไปนอนที่ไหนแล้วไม่มีพระหัวนอนเธอก็แทบไม่อยากจะนอนเลย วันนี้แอดจึงขอนำเสนอเรื่อง “บ้านทาวเฮาส์” ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ       โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นในปลายปี 40 ในตอนนั้นเธอได้มีโอกาสไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ เธออยู่ที่นั่นโดยที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยสลับกันไปและได้เช่าบ้านหลังนึงไว้ แต่บ้านที่อยู่นั้นจะเป็นบ้านทาวเฮาส์เหมือนกับของประเทไทยนี่เอง เรื่องมันเริ่มแปลกตั้งแต่วันแรกที่เธอไปอยู่ เพราะตอนที่เธอไปขอเช่าบ้านหลังนี้นั้นเธอได้มาในราคาที่ถูกมาก จากปกติมันควรจะเป็น 1200 เหรียญ แต่ตัวเธอนั้นได้เช่ามาในราคา 700 เหรียญเพียงเท่านั้น มันถือว่าเป็นการลดราคาที่รู้สึกน่าประหลาดใจมาก ด้วยความที่มันถูกมากเธอจึงไม่ปล่อยไป และได้ตัดสินใจที่จะเช่าบ้านหลังนี้อยู่เลย ตอนเข้าไปนั้นเธอได้เข้าไปในช่วงกลางเดือน เจ้าของบ้านจึงได้บอกให้เธอสามารถเข้าไปอยู่ก่อนได้เลยและค่อยมานับเรื่องจ่ายเงินตอนต้นเดือนหน้า พอเธอได้เข้าไปอยู่ก็ได้พบว่าของภายในบ้านนั้นไม่ได้มีอุปกรณ์อะไรมากนัก เธอจึงได้เริ่มย้ายของและซื้อของเข้ามาเรื่อยๆ เธอก็ได้จัดบ้านจัดของตั้งแต่วันแรก ในวันแรกทุกอย่างก็เป็นปกติ       ในวันที่สองเธอก็ได้มีธุระที่ต้องออกไปข้างนอกบ้าน ซึ่งก่อนที่เธอจะออกจากบ้านนั้นเธอมีนิสัยที่จะชอบปิดไฟปิดประตูทุกอย่าง เพราะเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวและรู้ว่าค่าไฟที่ต่างประเทศนั้นค่อนข้างแพง เธอจึงต้องปิดทุกอย่างก่อนออกจากบ้าน เธอก็ได้ออกจากบ้านหลังจากปิดทุกอย่างเรียบร้อย หลังจากทำธุระข้างนอกทั้งวันเสร็จ พอเธอกลับมาที่บ้านก็ปรากฏว่าที่บ้านของเธอนั้นไฟได้เปิดเอาไว้ทั้งบ้านเลย เธอก็คิดว่าเธอคงลืมไปเองมากกว่าเลยไม่คิดอะไร แต่พอเวลาผ่านไป มันก็เป็นแบบนี้มาตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา เธอก็พยายามเช็คแล้วทุกครั้งที่ออกจากบ้าน แต่พอกลับมาแล้วก็ปรากฏว่าไฟได้เปิดเองในทุกครั้ง เธอก็เริ่มสงสัยขึ้นมาเรื่อยๆ พอเข้ามาถึงวันที่ 4 ในระหว่างที่เธอนอนอยู่ในตอนกลางคืนนั้น เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่างลากอยู่บนชั้นสอง เพราะตอนนั้นเธอนอนอยู่ชั้นหนึ่ง เธอจึงคิดว่าคงจะเป็นข้างบ้านที่ลากของอะไรบางอย่างอยู่ เสียงเลยดังมาถึงบ้านของเธอ […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : ตายเพราะปาก

เรื่องเล่าสยองขวัญ

  เรื่องนี้จะพูดถึงเรื่องราวสยองขวัญที่เกิดขึ้นกับหนึ่งอาชีพที่เสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะเจอเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องของภูตผีวิญญาณหรือสิ่งที่อาจจะไม่สามารถอธิบายได้ ถ้าพูดกันนั้นก็มีอยู่ไม่กี่อาชีพที่จะสามารถเจอวิญญาณได้บ่อยๆกันนัก แต่ก็มีหนึ่งอาชีพที่ต้องพูดได้ว่าเป็นอาชีพที่เสี่ยงมากนั่นก็คืออาชีพผู้รักษาความปลอดภัยหรือที่เราเรียกกันว่ารปภ.นั่นเอง เพราะว่าคนเหล่านี้นั้น งานของเขานั้นส่วนใหญ่ต้องทำงานกันตอนกลางคืนและเชื่อว่าใครหลายๆคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวเรื่องเล่าวิญญาณจากคนที่ทำงานจากอาชีพนี้กันเป็นส่วนใหญ่ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แอดตั้งใจจะนำมาเล่าในครั้งนี้ กับเรื่อง “ตายเพราะปาก” ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…     เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่ง ตัวเขานั้นมีอายุประมาณ 45 ปีเข้าแล้ว ในช่วงแรกตอนนั้นเขาจะอยู่ที่บ้านที่อยู่ต่างจังหวัด ตรงจังหวัดศรีสะเกษ ปกติแล้วนั้นเค้าทำงานเป็นชาวนาชาวไร่มาก่อน แต่ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่อากาศไม่ค่อยดีนักและค่อนข้างที่จะแห้งแล้งทำให้เขาไม่สามารถทำงานอย่างที่เขาเคยทำได้ เขาจึงต้องย้ายเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯด้วยความจำเป็น ตัวเขานั้นไม่ค่อยมีความรู้อะไรมากนัก งานที่เขาสามารถที่จะทำได้ก็มีค่อนข้างน้อย เขาจึงได้พยายามที่จะไปสมัครตามสถานที่ต่างๆในตำแหน่งรปภ. แล้วด้วยความที่เขาอายุเยอะหลายๆบริษัทจึงไม่ได้รับเขาเข้ามาทำงาน เพราะส่วนใหญ่แล้วรปภ.นั้นควรที่จะมีอายุประมาณ 25 ปีถึง 30 ปี เขาใช้เวลาค่อนข้างนานในการหางานแต่ก็หาไม่ได้เสียที เขาจึงได้โทรศัพท์ไปหาญาติของเขา เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการมีงานว่างให้เขาทำบ้างไหม เพราะเขาอยากจะทำงานมาก ญาติของเขาจึงได้แนะนำบริษัทๆหนึ่งให้กับเขาที่อยู่ตรงฝั่งธนบุรี เขาจึงได้ไปติดต่อตามที่ญาติของเขาแนะนำมาและสรุปว่าที่บริษัทแห่งนั้นกำลังต้องการพนักงานพอดี และได้มารู้ทีหลังว่ารปภ.คนเก่าๆนั้นได้ออกจากส่วนนี้ไปหลายคนแล้ว แต่ก็ไม่ได้สอบถามว่าทำไมถึงออกกัน เขาจึงคิดแค่ว่าคงจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการที่ไม่ดีหรืออะไรบางอย่างที่ไม่โอเค แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักเพราะเขาก็ไม่มีทางเลือกแล้วในตอนนั้น     ในวันที่เขาได้เข้าไปสมัครงานเขาได้รับมอบหมายให้ไปเป็นรปภช่วงเวลากลางคืนที่จะต้องไปเฝ้าแคมป์งานแห่งหนึ่งที่กำลังมีการก่อสร้างขึ้นมาใหม่  วันถัดมาเขาก็ได้ถูกทางบริษัทได้นำตัวไปที่ทำงานของเขาที่เขาต้องไปเฝ้างาน นอกจากที่เขาจะต้องทำงานในการเฝ้าแคมป์งานที่นั่นแล้ว เขาก็ต้องคอยนับของและสิ่งต่างๆที่คนงานที่เป็นคนก่อสร้างต้องรับไปทำต่อ ซึ่งงานเหล่านี้นั้นเขาไม่ได้ทำเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่เขาก็ได้ทำงานร่วมกับคนที่มาสมัครงานใหม่พร้อมเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งในทีมของการทำงานครั้งนี้ก็จะมีทั้งหมด 3-4 คน แต่พอได้มารวมตัวกันนั้นก็จะมีคนหนึ่งที่อยู่ในทีมเขานั้นนิสียค่อนข้างที่จะไม่ดี ชอบทำตัวเป็นใหญ่และเป็นเหมือนหัวหน้าทีม โดยวันแรกที่ทำงานนั้นเขากับคนอื่นๆจะโดนคนๆนี้มาคอยสั่งงานและชี้นิ้วสั่งให้ทุกคนทำอย่างนู่นอย่างนี้ ทั้งๆที่ตัวเองนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งเขากับคนอื่นๆก็ได้มาจับกลุ่มคุยกันและได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่คนอื่นๆก็บอกคงเป็นแค่วันนี้ อย่างไปคิดมากเลย […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : ชุมทางผีผ่าน

เรื่องเล่าสยองขวัญ

      เหตุการณ์ต่อไปนี้ได้เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอมีชื่อว่า “ยุ้ย” ตัวเธอนั้นเป็นคนที่เชื่อเรื่องของวิญญาณหรือสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ถ้าถามว่าเธอนั้นกลัวไหม เธอเป็นคนที่ค่อนข้างไม่กลัวเรื่องพวกนี้มากนัก แต่เธอก็ได้มีโอกาสที่ได้พบเจอกับเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้กับตัวเอง วันนี้แอดจึงขอนำเสนอเรื่อง “ชุมทางผีผ่าน” ขอให้ทุกคนอ่านกันให้สนุกนะครับ รับรองว่าหลอนแน่นอน บรื้อ…        เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตอนที่เธอนั้นเรียนอยู่มหาลัย เธอนั้นเรียนเกี่ยวกับวรรณคดี พอเรียนเกี่ยวกับด้านนี้เธอก็ต้องออกเดินทางไปที่ต่างจังหวัดบ่อยๆเพราะต้องไปศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่อยู่ตามต่างจังหวัด และทุกครั้งที่เธอต้องออกไปตามต่างจังหวัดเธอก็ต้องไปนอนพักตามบ้านของนักโบราณคดี และมีวันหนึ่งที่เธอนั้นต้องออกไปศึกษาที่จังหวัด นครราชสีมา ด้วยความที่ว่าตอนนั้นเธออยู่ปีหนึ่งก็ต้องไปตามรุ่นพี่ของเธอ พอได้เดินทางไปถึงก็ได้มีการแยกย้ายเข้าที่พักที่ทางมหาลัยและทางนักโบราณคดีจัดหามาให้ เธอก็ได้เข้านอนพักที่บ้านหลังหนึ่งของราชการ พอเข้าไปในบ้านเธอก็ได้โดนสั่งให้ไปนอนที่ชั้นสองที่ไม่ใช่ในห้อง เพราะชั้นสองของบ้านหลังนั้นห้องจะถูกล็อคเอาไว้ทั้งหมด เธอก็จะได้นอนอยู่ตรงบริเวณพื้นที่อยู่ตรงหน้าห้องเหล่านั้น เธอนอนตรงนั้นกับแก๊งเพื่อนของเธอประมาณ 3-4 คน เธอก็ได้นอนเรียงกับเพียงกันไป แต่เธอก็นึกสงสัยอยู่ภายในใจว่าทำไมทางผู้ใหญ่ไม่ให้พวกเธอนอนที่ห้องพักที่ล็อคเอาไว้ และก็ไม่บอกด้วยว่าทำไมห้องที่อยู่บนชั้นสองนั้นถูกล็อคเอาไว้ทั้งหมด         ในคืนนั้นเพื่อนๆของเธอก็นั่งเล่นไพ่กันเพราะนอนไม่หลับกัน แต่ด้วยความที่ปกติตัวเธอนั้นเป็นคนนอนเร็ว เธอจึงได้นอนก่อนเพื่อนๆ เธอได้นอนตะแคงหันหน้าเข้าไปที่ทางหน้าประตู ระหว่างนั้นเธอก็นอนหลับๆตื่นๆ แต่แล้วเธอก็รู้สึกได้ว่ามีมือเย็นๆมาจับตรงบริเวณคอของเธอ มันไม่ใช่การจับเฉยๆแต่มันคือการบีบเลย และก็มีเสียงของคนที่เข้ามาใกล้ๆหูของเธอพูดขึ้นมาว่า “ถอยไปๆ” เสียงๆนั้นเป็นเสียงต่ำๆแหบๆ พอได้ยินแบบนั้นเธอก็สบัดตัวตื่นขึ้นมาและหันหลังไปมอง ก็ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลังเธอเลย เพราะเพื่อนๆของเธอก็ยังคงนั่งจับกลุ่มเล่นไพ่กันอยู่ เธอก็รู้สึกแปลกใจเพราะสิ่งที่เธอโดนนั้นรู้สึกจริงๆ แต่เธอก็หันหลังกลับไปนอนต่อ ตอนนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกระแวงจึงทำให้เธอนอนไม่ค่อยหลับ นอนหลับตาบ้างเปิดตาบ้างไปๆมาๆ แต่จังหวะที่กำลังเปิดปิดตานั้น สายตาของเธอได้ไปเห็นช่องเล็กๆที่อยู่ตรงใต้ประตูที่อยู่ตรงหน้าเธอ        เธอได้เห็นเหมือนเท้าของคนยืนอยู่ข้างในประตูผ่านช่อง เธอรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีและได้ลุกขึ้นมาและพอจะรู้ได้ว่านี่คงไม่ใช่เพื่อนแกล้งแล้ว เธอจึงได้คิดไปเองว่าเธอคงไปนอนขวางทางเขารึเปล่า เลยโดนเตือนให้ออกไปจากทางเดินเขาอย่างแน่นอน เธอจึงค่อยๆลุกเข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่เล่นไพ่กันและได้พูดกับเพื่อนว่า “พวกเราย้ายไปนอนตรงอีกด้านกันดีกว่า เพราะตรงนี้เขาจะเดิน” […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : คืนหลอนที่ชะอำ

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    เรื่องเล่าสยองขวัญต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งในช่วงประมาณปี 2556 โดยตอนนั้นเธอยังคงเป็นนักศึกษาอยู่และยังเป็นช่วงสอบของเธอด้วย เธอจึงได้พูดคุยกับกลุ่มเพื่อนของเธอทั้งหมด 4 คนว่าหลังสอบเสร็จพวกเราควรจะไปเที่ยวพักผ่อนกันนะ นี่จึงได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องสยองขวัญในครั้งนี้ กับเรื่อง “คืนหลอนที่ชะอำ” ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…       หลังจากที่เธอและกลุ่มเพื่อนของเธอสอบเสร็จ พวกเธอก็ได้คุยกันเรียบร้อยแล้วว่าจะไปฉลองหลังสอบเสร็จที่จังหวัดชะอำกัน โดยตัวเธอนั้นจะเป็นคนที่จะหาที่พักให้ทุกๆคนเอง และเธอก็หาได้เรียบร้อย ที่พักที่เธอหานั้นไม่ได้ไกลจากหาดชะอำมากนัก พอไปถึงที่จังหวัดชะอำเธอกับเพื่อนๆก็ได้เดินทางไปสู่บ้านพักทันที พอไปเธอก็ได้เจอกับบ้านพักที่เธอได้จองเอาไว้ ลักษณะของบ้านพักจะเป็นบ้านพักร้อนที่มีอยู่ 2 ชั้น เป็นบ้านพักสามห้องนอนอยู่ไม่ไกลจากหาดมากนัก โดยที่พอไปถึงทางเจ้าของบ้านพักก็ได้นำพวกเธอไปเลือกบ้านพักกัน บ้านพักแถบนั้นจะมีทั้งหมด 4 หลัง แต่จะเหลืออยู่ 3 หลังเพราะหลังสุดท้ายมีคนพักแล้ว เธอจึงได้เลือกว่าขอเลือกพักหลังที่ 2 แต่ทางเจ้าของบ้านพักก็ได้แนะนำเธอว่าให้เลือกหลังที่ 3 จะดีกว่าไหม แต่เธอก็ยืนยันว่าเธอจะเอาหลังที่ 2 เพราะไม่อยากพักใกล้ๆกับคนอื่นเพราะกลัวจะทำเสียงดัง ซึ่งสิ่งที่น่าแปลกก็คือเจ้าของบ้านนั้นก็ทักย้ำแล้วย้ำอีกว่าแน่ใจนะว่าจะอยู่บ้านหลังที่ 2 แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรและได้ตอบตกลงไปทันที       พอได้ตกลงกับเจ้าของเรียบร้อย เธอกับเพื่อนๆก็ได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกกันจนเริ่มเย็นและได้กลับมาที่บ้านพักกัน ต่อจากนั้นก็ทำอะไรกินกันเองภายในบ้าน หลังจากทุกคนกินกันอิ่มเสร็จเรียบร้อย เธอกับเพื่อนอีกคนก็ได้นำพวกจานชามไปล้างกันที่ครัวหลังบ้านที่ด้านหลังบ้านนั้นจะเป็นเหมือนกับป่า ระหว่างที่กำลังล้างกันอยู่นั้นเพื่อนของเธอที่กำลังล้างจานอยู่ก็เหมือนจะได้ยินเสียงของผู้หญิงบางคนพูดขึ้นมาว่า “โสโครก” หลังจากนั้นเขาก็ได้วิ่งเข้าไปในบ้าน เธอจึงได้วิ่งตามไปเพราะตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อน เธอจึงได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนของเธอจึงได้ถามว่าเธอได้ยินเสียงของผู้หญิงบางคนไหม เธอก็ได้ปฏิเสธไปว่าไม่ได้ยินอะไรเลย เขาจึงเล่าให้เพื่อนทุกคนฟัง […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : ความเชื่อที่อยู่คู่กับมหาวิทยาลัย

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อที่อยู่คู่กับมหาวิทยาลัยต่างๆมาให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งในแต่ละสถาบันหรือสถานที่ตามมหาวิทยาลัยนั้นต่างมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป ซึ่งบางสถานที่นั้นแอดก็เพิ่งเคยได้ยินจากปากของเด็กมหาวิทยาลัยนั้นๆพูดกันมา เช่น หากใครที่ได้เข้าไปเที่ยวในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เด็กที่นั่นจะมีความเชื่อกันว่า ใครที่เข้าไปห้ามที่จะไปไหว้พ่อขุน ถ้าหากใครไปยกมือไหว้พ่อขุน เขาหรือเธอที่ยกมือไหว้นั้นจะถูกเรียกให้ไปอยู่กับพ่อขุน ให้ไปเป็นลูกพ่ออะไรประมาณนั้น นี่ก็เป็นหนึ่งในความเชื่อของเด็กมหาลัยรามคำแหงนี่เอง แอดจึงได้นำเรื่องราวความเชื่อของบางมหาลัยให้ทุกคนได้อ่านกันในวันนี้ ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะเป็นอย่างไรของแต่ละความเชื่อ ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…      เราจะมาเริ่มต้นที่ความเชื่อของมหาลัยชื่อดังอันดับหนึ่งที่แอดเชื่อว่าใครๆก็รู้จักกันดีเกี่ยวกับมหาลัยนี้นั้นก็คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเอง โดยเด็กที่อยู่ในมหาลัยนี้นั้นต่างมีความเชื่อกันอย่างนึงที่นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างเชื่อกันมาหลายรุ่นนั่นก็คือเกี่ยวกับสระน้ำที่อยู่ข้างในมหาลัยแห่งนี้ เขาพูดกันปากต่อปากว่าสระน้ำแห่งนี้นั้นจะมีทั้งความโชคดีและโชคร้ายอยู่ข้างในสระน้ำแห่งนั้น วันดีคืนดีถ้าวันไหนคุณได้เดินผ่านสระน้ำจุฬาไปและได้พบเห็นกับเต่าที่อยู่ภายในสระน้ำแห่งนั้น เขาจะมีความเชื่อกันว่าหลังจากนั้นคุณจะโชคดีตามมา แต่ในทางกลับกันหากคุณได้เดินๆไปและได้พบเจอกับตะพาบนั้น คุณจะเกิดความโชคร้ายตามมา ซึ่งเต่ากับตะพาบนั้นก็มีลักษณะที่ค่อนข้างที่จะคล้ายกัน และมีการพูดกันว่ายิ่งนักศึกษาคนไหนกำลังจะมีการสอบหรือการพรีเซ้นต์งานที่จะใกล้เข้ามาถึงและได้ไปพบเจอกับเต่า นักศึกษาคนนั้นก็จะสอบผ่านหรือเสนอพรีเซ้นต์ผ่านอย่างแน่นอน แต่หากได้เจอกับตะพาบก็ต้องขอให้ทำใจไว้ได้เลย และต้องตั้งใจกว่าเดินเป็นสิบๆเท่า เพราะคุณจะโชคร้ายอย่างแน่นอน      นอกจากนี้ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่เขาห้ามไม่ให้นักศึกษาหรือใครก็ตามที่จะไปถ่ายรูปนั้นห้ามไปถ่ายรูปที่ส่วนนี้เป็นอันขาดเลย นั่นก็คือหน้าตึกอักษรที่เป็นส่วนบริเวณบันไดที่เป็นพยานาค โดยความเชื่อที่พูดกันนั้นคือการที่ห้ามไปถ่ายรูปที่บริเวณนั้นก่อนเรียนจบ ถ้าใครก็ตามที่ไปถ่ายตรงบริเวณนั้นเขาว่ากันว่าคนๆนั้นจะถูกรีทายหรือโดนออกและเรียนไม่จบจากมหาลัยนี้ แต่ถ้าคุณได้จบจากมหาลัยแห่งนี้ไปแล้วนั้นคุณก็ต้องมาถ่ายรูปที่แห่งนี้เพื่อยืนยันว่าคุณนั้นได้เรียนจบไปแล้วอย่างโดยดี      และอีกอย่างนึงที่พูดกันก็คือต้นไม้ที่มีชื่อว่า ต้นชงโค ที่เป็นเหมือนกับต้นไม้ที่เป็นดั่งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีการห้ามกันว่าไม่ให้นักศึกษาไปเด็ดใบชงโคกันโดยเด็ดขาด เพราะเขาเชื่อกันว่าต้นนี้นั้นเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิที่อยู่มาคู่กับประจำมหาลัย ถ้าคุณได้เด็ดดอกชงโคออกมา มันจะทำให้คุณเจอแต่โชคร้ายและพบเจอแต่สิ่งไม่ดีตามๆมา และเวลาทำอะไรภายในมหาลัยก็จะไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง     นอกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วยังมีมหาลัยชื่อดังอีกแห่งหนึ่งที่มีความเชื่อเหมือนกันนั่นก็คือ มหาลัยธรรมศาสตร์ที่อยู่ตรงแถวท่าพระจันทร์ ซึ่งก็มีกันพูดของทั้งคุณครูและนักศึกษาหรือแม้กระทั่งคนที่อยู่แถวนั้นต่างรู้ดีกันเกี่ยวกับความเชื่อของมหาลัยนี้ เคยมีรุ่นพี่ที่มักจะเตือนรุ่นน้องที่มาเป็นเด็กใหม่ที่มหาลัยแห่งนี้กัน โดยที่ในมหาลัยธรรมศาสตร์นั้นจะมีโดมขนาดใหญ่ที่อยู่ในมหาลัยแห่งนั้นอยู่ เขามักจะเตือนกันว่าถ้าไปเรียนอยู่ที่นั่น ใครก็ตามก็ห้ามที่จะไปถ่ายรูปคู่กับโดมนี้เป็นอันเด็ดขาด ห้ามถ่ายรูปแล้วมีโดมติดอยู่ในภาพเป็นอันเด็ดขาด เพราะเขาเชื่อกันว่าหากคุณถ่ายรูปคู่กับโดมเมื่อไหร่นั้นมันจะทำให้คุณเรียนไม่จบจากมหาลัยแห่งนี้ และก็ได้มีนักศึกษาที่อยากลองดีและไม่ได้สนใจคำเตือนที่มีพูดกันมาลองทำแล้ว และนักศึกษาคนนั้นก็เรียนไม่จบจริงๆ โดมแห่งนี้จึงเป็นเหมือนสถานที่ต้องห้ามที่ไม่ควรจะมายุ่งหรือเกี่ยวกับข้องกัน     และจะมีอีกจุดหนึ่งที่ถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมากก็คือตรงบริเวณรูปปั้นพญานาคที่อยู่ในมหาลัยแห่งนี้เช่นกัน […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : เสียงร้องไห้กลางดึก

เรื่องเล่าสยองขวัญ

     สำหรับเรื่องอันนี้ราวในครั้งนี้นั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ตรงสปป.ลาว โดยเดิมทีนั้นผู้ชายคนนี้เขาได้ทำงานเป็นทหารอยู่ที่จังหวัดแถวๆนั้น โดยตัวเขานั้นก็ต้องอาศัยอยู่ที่ค่ายทหารและประจำอยู่ที่ๆค่ายที่เขาอยู่ นั่นจึงทำให้เขาได้เจอกับเรื่องสยองขวัญในครั้งนี้ วันนี้แอดจึงขอนำเสนอเรื่อง เสียงร้องไห้กลางดึก ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้ทุกคนตั้งใจอ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…       เหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาประมาณ 4 ปีที่แล้ว โดยตัวเขาได้ประจำอยู่ที่ค่ายแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงบริเวณสปปลาว ค่ายของเขาตั้งอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เขาได้เจอเรื่องราวสยองขวัญนั้นเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ประจำการอยู่ที่ค่ายแห่งนั้น ค่ายทหารที่เขาประจำการอยู่นั้นจะไม่ไกลจากหมู่บ้านที่อยู่รอบๆข้างมากนัก และจะมีป่าเขาเป็นส่วนมากที่อยู่รายล้อมค่ายแห่งนั้น หมู่บ้านที่อยู่รอบข้างจะเป็นหมู่บ้านของพลทหารชั้นสูงเป็นส่วนใหญ่ที่เขาได้สร้างเอาไว้เพื่อจะอยู่แถวนั้น และจะได้เป็นประจำการอยู่ที่ค่ายทหารอบริเวณนั้นเช่นกัน แน่นอนว่าก็จะเป็นครอบครัวของทหารที่อาศัยกันอยู่ที่หมู่บ้าน แต่ละหลังก็อยู่ห่างกันไม่มากประมาณ 400-500 เมตร วันหนึ่งเขามีเวรที่ต้องเข้าเฝ้ายาม มันเป็นเวลากกะดึกเสียด้วย โดยเขาได้เข้าเฝ้าช่วงเวลาประมาณตี 1 ซึ่งป้อมที่เขาต้องเฝ้าอยู่นั้นจะอยู่ห่างจากบ้านหลังนึงประมาณ 300 เมตรเห็นจะได้ เวลาประมาณเที่ยงคืนเขาก็ได้ถึงเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปที่ป้อม พอเขาเดินทางไปถึงก็ได้ไปเจอกับเพื่อนทหารของเขาที่เฝ้าก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ได้มีการถามเกี่ยวกับว่าได้เจอเรื่องอะไรแปลกๆก่อนหน้านี้หรือไม่ เพื่อนของเขาก็ได้ตอบกลับมาว่าไม่มีอะไรเลยก่อนหน้านี้ทุกอย่างเป็นปกติดี แต่อยู่ๆเพื่อนเขาก็พูดขึ้นมาว่าคืนนี้ อย่ารีบหลับตอนเฝ้าล่ะ เพราะว่าจะต้องมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ตอนนั้นเขาก็ได้สงสัยเกี่ยวกับที่เพื่อนเขาบอก จึงได้ถามไปว่าช่วยบอกได้ไหมว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่เพื่อนของเขาก็ไม่ยอมที่จะบอกเขา เพื่อนของเขาตอบเพียงแค่ว่า เดี่ยวก็รู้เองแหละ!!         หลังจากนั้นเขาก็ได้เริ่มเฝ้ายามตามที่เขาเคยเฝ้าเป็นปกติ ในช่วงเวลาที่เขาเริ่มเฝ้าก็ยังไม่มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นมา แต่แล้วพอถึงเวลาประมาณ 01.45 จู่ๆก็ได้มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นเสียงร้องไห้ดังขึ้นมาให้เขาได้ยิน มันเป็นเสียงร้องไห้เหมือนคนเสียใจเป็นอย่างมาก เธอร้องไห้อยู่แบบนั้นนานพออยู่สมควร ด้วยความที่ว่าที่ๆเขาอยู่นั้นอยู่ในบริเวณป่ากับเขา มันจึงทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นปกติแล้วจะเงียบมาก เสียงนกเสียงสัตว์อะไรก็ไม่ค่อยจะมี พอไม่มีเสียงเหล่านั้น […]