5 อันดับสถานที่รปภ.เจอผีกันมากที่สุด

สถานที่หลอน

    สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับรปภ.มาให้ทุกคนได้อ่านกัน แต่ครั้งนี้นั้นแอดไม่ได้จะมาเล่าเรื่องเล่าสยองขวัญจากคนที่ได้ประสบพบเจอมาแต่อย่างใด แต่แอดจะมาพูดถึง 5 สถานที่ติดอันดับที่คนที่ทำงานอาชีพที่เป็นรปภ. มักจะเจอกับเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณหรือเรื่องที่พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถอภิบายได้ แอดเชื่อว่าใครหลายๆคนที่มักชอบฟังหรืออ่านเกี่ยวกับเรื่องผี ก็มักจะรู้กันว่าหนึ่งในอาชีพที่เจอวิญญาณอยู่บ่อยๆในช่วงเวลากลางคืน ก็คงจะไม่พ้นเหล่ารปภ.นี่แอง ถ้างั้นแอดอยากจะให้ทุกคนเดากันก่อนที่จะเริ่มอ่านว่า 5 อันดับสถานที่ที่แอดกำลังจะนำมาเสนอนั้น จะเหมือนกับที่ทุกคนกำลังคิดกันไหม ลองอ่านและติดตามกันดูนะครับ บรื้อ….    สถานที่อันดับแรกนั้นเป็นสถานที่ที่ใครๆก็มักจะไปกันตลอดในช่วงวันหยุดหรือวันธรรมดา เป็นสถานที่ที่ใครหลายๆคนมักที่จะชอบกันไปเดินเล่นไปมากัน ไม่ว่าจะไปซื้อของหรือไปเดินเล่น ผู้คนก็มักจะไปตรงสถานที่นี้กันก่อนเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งอันดับแรกที่คนทำงานอาชีพรปภ.มักจะเจอกันเป็นที่แรกๆก็คือ ห้างสรรพสินค้านี่เอง มีหลายๆเรื่องราวและเรื่องเล่าที่มีการพูดถึงกันเกี่ยวกับรปภ.ที่ทำงานแล้วเจอ ณ ที่แห่งนี้ หากพูดถึงนั้นก็จะมีหลายๆห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพที่มักจะมีเรื่องผีเกิดขึ้นมา เพราะบางที่นั้นก็เคยมีการพูดถึงของการเสียชีวิตของคนที่ตายในที่ห้างสรรพสินค้า บางคนก็กระโดดตึกลงมาเสียชีวิต หรือบางเรื่องก็พูดว่าห้างๆนั้นถูกสร้างทับที่เก่าที่เคยเป็นสถานที่ที่ไม่ดีมาก่อน อาจจะเป็นพื้นที่ป่าช้า หรือที่เคยมีอดีตประมาณนั้น หรือบางที่ก็จะมีเรื่องเล่าของการตายของคนงานก่อสร้างที่ได้เสียชีวิตลงไปในขณะที่กำลังก่อสร้างกันอยู่ จนทำให้กลายเป็นวิญญาณที่มาหลอกหลอนคนที่มาเดินหรือคนที่เฝ้ายามในตอนกลางคืนนั่นเอง นั่นจึงได้กลายเป็นสถานที่อันดับหนึ่งที่พี่ๆยามนั้นมักจะเจอกันบ่อยๆหลังจากห้างปิดนั่นเอง      สถานที่อันดับสองที่มักจะมีการเจอกันบ่อยๆนั่นก็คือสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน เนสเซอรี่ หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ต่างเป็นสถานที่ที่พี่ๆรปภ.มักจะเจอกันในยามกลางคืน สถานที่เหล่านี้นั้นในช่วงเวลากลางวันอาจจะดูไม่มีอะไรมากเป็นสถานที่ที่มีนักเรียนเต็มไปหมด แต่พอมาถึงในช่วงเวลากลางคืนก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า สถานที่เหล่านี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างน่ากลัวมาก เพราะจะมีความมืดเป็นหลักเลย ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นก็มักจะมีเรื่องเล่า ตำนานต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปตามมหาลัยของตัวมันเอง แอดก็เชื่อว่าใครหลายๆคนก็คงนึกภาพกันออกว่ามหาลัยหรือโรงเรียนในตอนกลางคืนนั้นจะน่ากลัวขนาดไหน และยิ่งมีเรื่องเกี่ยวกับตำนานที่มาคู่กับสถานที่นั้น ก็ยิ่งทวีคูณความน่ากลัวขึ้นไปอีก นั่นจึงไม่แปลกที่ว่าเหล่าผู้เฝ้ายามในเวลากลางคืนนั้นจะเจอกันอยู่บ่อยๆ     สำหรับอันดับสามนั้นเป็นสถานที่ๆคนที่ทำงานในออฟฟิศ เหล่าพนักงานที่ทำงานในช่วงกลางวันเนี่ยต่างมักจะพูดกันว่า ที่ออฟฟิศๆชั้นเนี่ยมีผีดุมากนะ เพราะสถานที่ออฟฟิศในกรุงเทพนั้น มักจะเป็นตึกสูงใหญ่และมีอยู่หลายๆชั้นมาก […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : โรงแรมที่มาเลเซีย

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    เรื่องเล่าสยองขวัญที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวเธอนั้นได้มีโอกาสได้เดินทางไปที่ประเทศมาเลเซียเพื่อที่เธอจะได้ไปดูคอนเสิร์ตของวงศิลปินเกาหลีวงหนึ่ง แต่แล้วการเดินทางในครั้งนี้ของเธอนั้นเธอได้พบกับเรื่องราวสยองขวัญเกิดขึ้นมาในช่วงนี้เธอได้เดินทางไปถึงที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ในประเทศมาเลเซียนี่เอง โดยตัวเธอไม่คิดว่าที่ต่างประเทศ เธอจะได้พบกับเรื่องสยองขวัญที่น่ากลัวไม่แพ้กับตอนที่อยู่ไทยเลย วันนี้แอดขอนำเสนอเรื่อง โรงแรมที่มาเลเซีย ในการที่เดินทางไปเจอได้เดินทางไปคนเดียวและได้นัดเจอเพื่อนของเธอที่คอนเสิร์ตในทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าการจองโรงแรมและนอนพักนั้นเธอก็ต้องนอนพักอยู่เพียงคนเดียว มันจึงทำให้เธอนั้นได้เจอกับเรื่องราวแบบนี้ในที่สุด ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ…      ในวันที่เธอได้ออกจากประเทศไทยเพื่อจะที่จะเดินทางไปที่ประเทศมาเลเซีย เธอได้ออกมาในช่วงเวลาตอนเย็นมากแล้วและเธอก็ได้ถึงที่ประเทศมาเลเซียในช่วงเวลาตอนดึกค่อนข่างมาก ด้วยความที่ว่าตอนนั้นเธอเดินทางคนเดียว เธอเลยคิดว่าเธอจะนั่งรถไฟเข้าไปในเมืองในตอนเช้าจะดีกว่า เพราะก็ไม่รู้ว่าจะเดินทางไปอย่างไรและก็กลัวที่จะหลงหากเดินทางคนเดียวในตอนกลางคืน มันคงจะเป็นอันตรายได้ถ้าหากเดินทางคนเดียวในตอนนั้น เธอจึงได้เสริชหาที่พักในโทรศัพท์ของเธอเกี่ยวกับที่พักที่เธอจะพักในคืนนั้น ในตอนที่เธอกำลังหานั้นเธอก็ได้พบกับโรงแรมมากมายแต่แล้วก็ได้เจอกับโรงแรมที่หนึ่งที่พูดเธอดูๆแล้วมันก็ดูโอเคเป็นอย่างมาก       โรงแรมที่เธอได้เจอนั้นเป็นโรงแรมที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรมากมาย แต่บรรยากาศโดยรวมนั้นดูดี ห้องพักสวยและความที่ว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวในตอนนั้น เธอก็ต้องเลือกสถานที่ที่พักที่ค่อนข้างที่จะต้องปลอดภัย ปรากฏว่าเธอก็ได้เจอที่นี่ที่เธอคิดว่าทุกอย่างมันโอเค เธอจึงได้ตัดสินใจที่จะนอนพักในคืนนี้ก่อน พอเธอได้เดินไปถึงบรรยากาศโดยรวมนั้นก็โอเคมากเลย เธอได้เห็นลูกค้าที่ได้เข้ามาพักมากมายที่พอจะทำให้เธอนั้นรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง พอเธอได้เช็คอินเข้าห้อง และตั้งใจที่จะอาบน้ำแล้วเข้านอนหลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนั้น เรื่องแปลกๆก็ได้เริ่มต้นขึ้นมาทันทีในช่วงที่เธอกำลังจะอาบน้ำนี่เลย ต้องบอกก่อนว่าโรงแรมที่เธอพักนั้นจะเป็นโรงแรมกึ่งโฮสเทลด้วย ห้องน้ำที่เธอต้องเข้านั้นจึงได้เป็นห้องน้ำประเภทรวม แต่ก็จะมีการแยกชายหญิงและแบ่งเป็นห้องๆไป เป็นห้องสำหรับอาบน้ำ ห้องเข้าทำธุระ และห้องแต่งตัวแยกเป็นโซนๆไป       ตอนที่เธอกำลังจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ พอเธอเปิดประตูเข้าไปเธอก็ได้รู้สึกขนลุกทันที เพราะในตอนนั้นมันไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลย ความที่มันเป็นห้องน้ำรวมจึงทำให้มีห้องน้ำอยู่หลายๆห้องเรียงกัน พอเธอเห็นว่าในตอนนั้นมีเพียงเธออยู่คนเดียว ด้วยความกลัว เธอจึงได้เปิดไฟทุกดวงที่มีอยู่ในห้องน้ำทั้งหมด เพื่อที่จะทำให้หายรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้าง หลังจากนั้นเธอก็ได้เริ่มที่จะอาบน้ำ พออาบได้ไปสักพักเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนกับคนกำลังใช้ไดร์เป่าผม เป่าผมอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ พอเธอได้ยินก็รู้สึกชื้นใจขึ้นมาและก็ได้อาบน้ำต่อและไม่ได้สนใจอะไรรอบข้าง พอเธออาบน้ำจนเสร็จ เธอก็ยังคงได้ยินเสียงของไดร์เป่าผมอยู่ พอเธอใส่ผ้าขนหนูเสร็จและจังหวะที่กำลังเปิดประตูห้องน้ำออกมา ปรากฏว่าเสียงไดร์เป่าผมนั้นได้หายไป และก็ได้ยินเสียงของคนชักปลั๊กออก เธอจึงได้รีบเดินไปดูตรงหน้าบริเวณกระจกว่าใครยืนอยู่ แต่ปรากฏว่าตรงนั้นไม่มีใครอยู่เลย […]

 เรื่องเล่าสยองขวัญ : ท่าน้ำหน้าวัด

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    วันนี้แอดได้นำเรื่องราวสยองขวัญที่เกี่ยวกับวัดมาให้ทุกคนได้อ่านกัน โดยเป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่ง ที่เขานั้นอยู่ในช่วงเวลาวัยรุ่นทำให้ตัวเขานั้นค่อนข้างเป็นคนที่จะเกเร ไม่ค่อยเชื่อฟังใคร พอมีเวลาว่างก็มักจะไปสังสรรค์เป็นประจำ ชีวิตไม่ค่อยดีมากนัก จนทำให้แม่ของเขาได้ไปปรึกษากับคนสนิทว่าอยากจะให้เขานั้นไปบวชเพื่อที่จะทำให้เขามีสติและเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องในชีวิตให้มากขึ้น และแม่ของเธอก็ได้ไปดูหมอดูมา ซึ่งหมอดูก็ทักมาว่าเขานั้นจะชะตาขาดอีกไม่นาน ถ้าไม่รีบหาทางแก้ ในตอนนั้นแม่ของเขาและพี่คนสนิทของเขาก็ได้มาขอร้องให้เขานั้นไปบวชเพื่อความสบายใจของทั้งแม่และตัวเขา เขาจึงได้บวชตามที่แม่ของเขาขอ จนทำให้เขาต้องเจอกับเรื่องสยองขวัญตามมา แอดขอนำเสนอเรื่อง “ท่าน้ำหน้าวัด” ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…        ในตอนแรกนั้นเขานั้นไม่ได้อยากจะบวชเลย เพราะเขารู้สึกว่ามันเสียเวลาชีวิตเขามากถ้าต้องมาบวชแบบนี้ เขาหัวดื้อจนขนาดแม่เขาจะไหว้ขอเขาเพื่อที่จะให้เขาได้ไปบวช นั่นจึงทำให้เขายอมที่จะไปบวชในที่สุดตามที่แม่ของเขาขอร้อง พอได้เข้าไปบวชแล้วนั้นก็ได้มีพระผู้ใหญ่ที่คอยสอนเขาว่าให้ทำแบบนี้นะ ห้ามทำแบบนี้นะ คอยเป็นเหมือนพระอาจารย์ที่คอยสอนเขาตลอด โดยที่วัดที่เขาไปบวชนั้นจะเป็นวัดที่ติดอยู่กับท่าน้ำที่อยู่ทางข้างๆ เหมือนกับวัดที่อยู่ตามต่างจังหวัดทั่วไป ได้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขานั้นได้ไปเดินเล่นอยู่ตรงแถวๆศาลาริมน้ำ ซึ่งฝั่งตรงข้ามของวัดนั้นจะเป็นเหมือนป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยป่ามากมาย เขาได้นั่งเล่นชิลๆสักพัก แต่แล้วเขาก็ได้หยิบบุหรี่มาสูบ (มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรที่จะทำในขณะที่เราเป็นพระ) พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มาเล่นอยู่ตรงศาลาตรงนั้น สักพักหลังจากนั้นเขาก็ได้รู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่ได้อยู่คนเดียว เขาเลยได้เงยหน้าขึ้นมามอง และเขาก็ได้มองออกไปตรงแม่น้ำที่อยู่หน้าศาลา เขาได้เห็นเหมือนผู้หญิงนั่งอยู่ตรงบันไดที่อยู่ทางลงไปในแม่น้ำ          พอเขาเห็นแบบนั้นเขาก็ได้พูดขึ้นมาว่า “โยม มาทำอะไรตรงนี้” ในตอนนั้นที่เขาได้ถามไปผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ตอบ เธอเอาแต่นั่งตัวสั่นและร้องไห้สะอืดออกมาและนั่งอยู่ตรงนั้น เขาจึงได้ถามย้ำไปอีกว่า “โยมเป็นอะไรรึเปล่า” เธอจึงได้หันหน้ามาทางเขา เขาจึงได้เห็นว่าเธอนั้นมีใบหน้าที่สวยงาม เป็นผู้หญิงปกติคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้อยู่ และเธอก็ได้หันมาพูดกับเขาว่า เธอกำลังนั่งรอแฟนของเธออยู่ และก็ได้ร้องไห้ต่อ สักพักเธอก็ได้ลุกขึ้นและเดินผ่านเขาไปเข้าไปในวัด เขาก็รู้สึกงงกับผู้หญิงคนนี้แต่ก็ไม่ได้ที่จะคิดว่าจะเดินตามเธอไปหรืออย่างไร วันนั้นก็เป็นช่วงหนึ่งที่เขาเจอเธอ วันถัดมาหลังจากที่เขาทำกิจยามเช้าเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วพอมาถึงช่วงบ่ายๆเย็นๆ ด้วยความเบื่อเขาก็ได้เดินเล่นโทรศัพท์ของเขาและได้เดินมาตรงที่ศาลาอีกครั้ง […]

 เรื่องเล่าสยองขวัญ : ดอยหลอน

เรื่องเล่าสยองขวัญ

   เหตุการณ์สยองขวัญต่อไปนี้นั้นจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน โดยที่เป็นเรื่องสยองขวัญที่เกิดขึ้นบนดอย โดยที่ตัวเขานั้นได้เข้าไปเหตุต้องไปผัวพันอยู่ตรงบริเวณดอยแห่งหนึ่งและตัวเขาก็ได้เจอกับเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นมากับตัวเอง วันนี้แอดขอนำเสนอเรื่อง “ดอยหลอน” ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…       ผู้ชายคนนี้นั้นเขามีอาชีพเกี่ยวกับการทำอีเวนท์ต่างๆตามสถานที่ต่างๆ โดยเรื่องเริ่มที่ว่าวันหนึ่งหลังจากที่เขาได้ทำงานจากสถานที่หนึ่งเสร็จแล้ว เขากับเพื่อนในทีมของเขาก็ได้พูดคุยกับเพื่อนจากที่อื่นเพื่อที่จะรวมตัวกันไปเที่ยว เขากับเพื่อนของเขาทั้งหมด 4 คนได้พูดคุยกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันดีในวันพรุ่งนี้ เพราะมันเป็นช่วงเวลาวันหยุดของเขากับเพื่อนๆพอดี พอคุยกันไปได้สักพักพวกเขาก็ตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่ดอยแห่งหนึ่งที่อยู่ทางภาคเหนือ เพราะช่วงเวลานั้นดอยเป็นอะไรที่คนกำลังฮิตกันเป็นอย่างมาก พวกเขาก็ได้ตกลงกันและได้นัดเจอกันเพื่อออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า ในวันถัดมาเขากับเพื่อนๆก็ได้เจอกันตามเวลานัดและก็ได้ออกเดินทางไปที่ดอยแห่งนั้นโดยการขับรถออกไปกันตามสะดวกของพวกเขา หลังจากที่ขับรถกันมาเป็นเวลานานเขากับเพื่อนก็ได้เดินทางถึงที่ดอยที่เป็นจุดมุ่งหมายตอนเวลาประมาณ 4 โมงเย็น       พวกเขานั้นตั้งใจที่จะนอนโดยการกางเต้นท์กันเพื่อกินบรรยากาศ พอได้เดินทางไปถึงดอยพวกเขาก็ต้องจอดรถไว้ตรงบริเวณที่จุดจอดรถและต้องเดินเท้าต่อขึ้นไปบนดอยเพื่อที่จะไปจุดกางเต้นท์ก่อนเวลาจะมืด ในระหว่างทางเดินขึ้นไปตรงจุดกางเต้นท์ เขากับเพื่อนของเขาก็ได้สังเกตเห็นอะไรแปลกประหลาดไปโดยที่ตลอดทางเดินของพวกเขานั้นได้มีเหมือนแก้วน้ำตั้งไว้ตรงบริเวณต้นไม้ที่อยู่ระหว่างทางเต็มไปหมด ต้นไม้ทุกต้นที่อยู่ตรงทางเดินนั้นจะมีแก้วน้ำตั้งคู่ไปเต็มไปหมดเลย ได้มีเพื่อนของเขาคนหนึ่งได้เห็นและเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดูว่ามันขึ้นแก้วใส่อะไร แต่แล้วเขานั้นก็รู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆจึงได้บอกให้เพื่อนของเขารีบวางลงไป เพราะกลัวว่าอาจจะมีอะไรไม่ดีก็ได้ จึงได้เดินกันต่อในตอนนั้น แต่แล้วพอเดินต่อไปสักระยะหนึ่งเขากับเพื่อนทุกคนก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ดั่งขึ้นมาอยู่บนต้นไม้เหนือหัวของพวกเขา ในตอนนั้นเพื่อนของเขาคนหนึ่งก็เกิดอาการตกใจและได้ทักว่านั่นคืออะไร จนทำให้เพื่อนคนอื่นๆต้องเตือนว่าเวลาเดินในป่านั้นห้ามที่จะทักอะไรมั่วๆ เพราะนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ไม่มีใครรู้ เพื่อนของเขาจึงได้เงียบไปและเดินทางกันต่อ         แต่แล้วเขาก็เห็นเพื่อนของเขาอีกคนมีสีหน้าแปลกไปและยืนตัวสั่นอยู่แบบนั้น เขาจึงได้เดินไปสะกิดเพื่อนของเขาและเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าเห็นสีหน้าแปลกไป แต่เพื่อนเขาก็ได้ปฏิเสธและบอกว่าไม่มีอะไรหรอกและได้เดินนำหน้าเพื่อที่จะได้ไปถึงจุดกางเต้นท์เสียที หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้เดินทางถึงจุดกางเต้นท์เป็นที่เรียบร้อย พวกเขาทั้งสี่คนก็ได้ไปแยกย้ายกางเต้นท์กันทั้งหมด แต่แล้วเขาก็ได้ไปช่วยเพื่อนคนที่ยื่นนิ่งๆเมื่อสักครู่ ด้วยความสงสัยว่าก่อนหน้านี้เขานั้นเป็นอะไร เขาจึงได้ออกปากถามเพื่อนของเขาว่าเมื่อกี้เพื่อนของเขาได้เห็นอะไรกันแน่ถึงได้มีสีหน้าแบบนั้น เพื่อนของเขาก็ตกใจที่โดนถามแบบนั้นและยังคงปฏิเสธเขาอยู่ดี และได้บอกว่าหลังจากกลับทริปนี้เขาจะเล่าให้ฟังอีกครั้ง       ไม่ทันที่เขาจะได้ถามเพื่อนของเขาต่อ เพื่อนของเขาอีกคนก็ได้เดินเข้ามาขอความช่วยเหลือให้ไปช่วยกางเต้นท์หน่อย เพราะเขานั้นเหมือนจะกางเต้นท์ไม่ได้เสียที เขาจึงได้เดินไปช่วยเพื่อนเขา จังหวะที่เขานั้นกำลังจะกางเต้นท์ตามปกตินั้น เขาก็ได้เจาะดินเพื่อนที่จะปักเสาสำหรับกางเต้นท์ แต่แล้วเขาก็ปักดินเท่าไหร่มันก็ไม่ลง เพราะมันเหมือนกำลังติดอะไรแข็งๆอยู่ตรงข้างล่างของดิน เพื่อนของเขาจึงได้บอกให้เขาลองขุดดูเพื่อที่จะได้ปักได้ง่ายขึ้น […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : วิญญาณในป่าเขา

เรื่องเล่าสยองขวัญ

     เรื่องราวสยองขวัญต่อไปนี้เป็นประสบการณ์สยองขวัญของผู้ชายคนหนึ่งที่ตัวเขานั้นเป็นเจ้าหน้าที่กรมไฟป่าที่อยู่ในภูเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัด ปราจีนบุรี โดยตัวเขานั้นได้พบเจอกับเรื่องราวสยองขวัญในตอนที่เขานั้นได้เข้าไปทำภารกิจดับไฟป่า มันจึงได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องสยองขวัญในครั้งนี้กับเรื่อง “วิญญาณในป่าเขา” ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้ตั้งใจอ่านกันนะครับ บรื้อ…      ภูเขาแห่งนี้นั้นแอดไม่สามารถเผยแพร่ได้เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ภูเขาแห่งนี้ก็มักจะได้รับความนิยมจากผู้คนกันเป็นค่อนข้างมาก เรื่องนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันหนึ่งที่เขานั้นได้เข้ามาทำงานตามปกติ โดยปกติแล้วนั้นเวลาที่เขาทำงานที่นี่เขาก็ไม่เคยที่จะต้องมาพบเจอกับเรื่องราวแปลกๆหรือเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณเลย วันนั้นเขาได้ทำงานตามปกติกับเพื่อนๆของเขา เขาก็จะเพื่อนที่ทำงานอยู่คนหนึ่งที่ตัวมักจะติดกันตลอด เวลาไปไหนเขาทั้งสองก็จะไปกันมาโดยตลอด วันนั้นเพื่อนสนิทของเขาก็ได้เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับบอกว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่อยู่ไม่ไกลออกจากที่นี่บอกมาว่า พวกเขาเหมือนจะเห็นควันหลงจากท้ายภูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากนี้ พอเขาได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะเดินทางไปดูตามที่ได้รับแจ้งในวันรุ่งขึ้นตอน 9 โมงเช้า      พอเช้าวันต่อมาเขาก็ได้เตรียมตัวเป็นที่เรียบร้อย จึงได้ออกเดินทางกันทันทีพอได้รวมตัวกันครบ พอรู้จุดของภูเขาที่แน่ชัดแล้วพวกเขานั้นก็ต้องเดินไปที่จุดแห่งนั้นแทน เพราะรถยนต์นั้นไม่สามารถที่จะเข้าถึงไปได้ ซึ่งตอนนั้นมีเขากับเพื่อนในทีมทั้งหมด 5 คนที่ต้องเดินทางไป หลังจากที่เดินเท้าเข้าไปในป่าได้สักระยะใหญ่ๆ ก็เกิดการสงสัยกันว่าในตอนนั้นพวกเขาก็เดินกันมานานสักพักใหญ๋ๆแล้วแต่ไม่ไปถึงจุดนั้นสักที ซึ่งมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะแปลกมากเพราะตอนที่เช็คดูจากแมพแล้วนั้น มันก็ไม่ควรที่จะไกลอะไรขนาดนั้น ก็เลยมีการบอกในทีมว่าให้หยุดเดินก่อนและมาปรึกษากันว่าจะทำอย่างไร จึงได้มีการตั้งจุดพักก่อนและค่อยเดินทางกันไปต่อ ซึ่งในตอนนั้นบางคนก็เริ่มเกิดอาการกังวลกันบ้างแล้วเพราะเวลาหลงในป่านั้นมันไม่ใช่เรื่องสนุกมากนัก แต่ก็ได้มีคนหนึ่งบอกไว้ว่าไม่มีอะไรหรอก พอหลังจากพักกันเสร็จก็ค่อยเดินทางกันต่อเดี๋ยวก็ถึง     ในตอนนั้นทุกคนก็ได้นั่งพักนอนพักกัน หาอะไรกินกันตามปกติ ในตอนนั้นทุกคนก็ได้นอนพักนอนงีบกัน งีบกันจนเพลินจนเวลาผ่านไปจนถึงตอน 4 โมงเย็นแล้ว ตอนนั้นทุกคนก็ตกใจกันเพราะท้องฟ้ามันก็มืดแล้ว ก็พากันปลุกกันให้ตื่น ด้วยความที่ฟ้ามันกำลังจะมืด ถ้าให้เดินต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะถึงตอนไหน แต่ถ้ากลับไปก็ไม่น่าจะทัน หัวหน้าทีมจึงได้ออกไอเดียว่าให้ตั้มแคมป์นอนพักนี่ที่นี่เลยน่าจะเป็นการดีที่สุดในตอนนั้น จึงได้มีการตกลงกันว่าให้มีการจัดเวรเพื่อที่จะเฝ้ายามกัน ทุกคนนั้นไม่สามารถนอนพร้อมกันได้ ต้องมีคนมาเฝ้าให้ได้ตลอด ทุกคนจึงได้พากันหาไม้มาจุดไฟกัน เพื่อที่จะป้องกันพวกสัตว์และพวกภูติผีวิญญาณภายในป่าด้วย […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : วัดที่ปฏิบัติธรรม

เรื่องเล่าสยองขวัญ

     สำหรับวันนี้นั้นแอดตั้งใจจะนำเสนอเรื่องราวหลอนๆที่เกี่ยวกับวัดป่าแห่งหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดพิจิตร โดยเรื่องนี้นั้นได้เกิดเรื่องกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอนั้นได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าแห่งนี้ และระหว่างที่กำลังปฏิบัติธรรมอยู่นั้นตัวเธอก็ต้องพบเจอกับเรื่องราวแปลกๆเกิดขึ้นมา สำหรับครั้งนี้นั้นแอดขอนำเสนอเรื่อง “วัดที่ปฏิบัติธรรม” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นอย่างไร ขอให้ทุกคนตั้งใจอ่านกันนะครับ…      ในตอนแรกนั้นตัวเธอเองไม่ได้ตั้งใจที่จะปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้เป็นอย่างแรก แต่ก่อนหน้านี้นั้นเธอได้มีความฝันแปลกๆ มันเป็นความฝันที่เธอนั้นได้ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมาผัวพันอยู่ภายในฝันอยู่ตลอดเวลา ผู้หญิงที่เธอได้เห็นในฝันนั้นเหมือนว่าต้องการจะเอาชีวิตของเธอไป โดยในการฝันแต่ละครั้งของเธอนั้นเธอจะตายในความฝันในทุกๆครั้งและจะเป็นการตายแบบไม่ซ้ำกันเลย บางคืนก็ฝันว่าเธอโดนฆ่าตายเพราะโดนผู้หญิงคนนี้เอามีดมาแทงที่อก บางคืนก็ฝันว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งพาเธอจับมือแล้วกระโดดน้ำตายพร้อมกัน เธอฝันมาแบบนี้ในหลายๆครั้ง จนมันทำให้เธอรู้สึกไม่ไหวขึ้นมา เธอจึงได้โทรไปปรึกษาแม่และพ่อของเธอ หลังจากที่เธอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอให้ครอบครัวฟัง       จนพ่อของเธอได้ไปปรึกษาพระอาจารย์ท่านหนึ่งที่แกรู้จัก ซึ่งพระอาจารย์ท่านนี้นั้นเป็นพระที่เหมือนมีสัมผัสพิเศษอยู่ จนพระนั้นได้แนะนำให้เธอมาปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งนี้ดู เผื่อว่าจะมีอะไรดีขึ้นไป เพราะทางวัดนั้นชอบจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมกัน หลังจากได้ยินแบบนั้นเธอก็ต้องการที่จะให้ชีวิตของเธอดีขึ้นจากตอนนี้ เธอจึงได้ยอมไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห้่งนี้เป็นจำนวน 5 วัน 4 คืน พอถึงวันเดินทางเธอก็ได้เดินทางไปจังหวัดพิจิตรกับพ่อแม่ของเธอ ในวัดแห่งนั้นที่มีคนปฏิบัติธรรมกันนั้นก็มีคนอยู่จำนวนหนึ่งที่มาเข้าร่วมในครั้งนี้กันประมาณ 30-40 คนได้ พอเริ่มที่จะปฏิบัติธรรมนั้นเธอก็ได้เดินจงกรมตามที่พระท่านสั่ง เธอก็ได้ทำตามที่พระท่านได้สั่งในหลายๆอย่างจนมาถึงกิจกรรมนึงที่เธอต้องทำต่อนั่นก็คือ การนั่งถอดกายทิพย์ พระท่านก็ได้บอกให้ทุกคนนั่งสมาธิหลับตาและตั้งใจที่จะนั่งอยู่แบบนั้นไปยาวๆ โดยที่มือต้องประกบกันให้ตลอด ท่องยุบน้อ พ่องน้อ เธอก็ได้ทำตามที่พระท่านได้บอก       ในระหว่างนั้นที่เธอกำลังนั่งสมาธิอยู่นั้นเธอก็ได้รู้สึกถึงรอบข้างของเธอนั้นมีอาการเหมือนกับของขึ้นกันเต็มไปหมด โดยเฉพาะพวกที่สักกัน บางคนทำท่าทางเหมือนลิง บางคนทำท่าเหมือนงู บางคนก็ร้องไห้ แต่ละคนไม่เหมือนกันเลย แต่สำหรับตัวเธอนั้นเธอไม่ได้เกิดอาการอะไรนอกจากอาการเจ็บอยู่ตรงที่อก หลังจากนั้นเธอก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่อไปโดยพระท่านได้สั่งให้ทุกคนจับคู่กัน และก็ได้ให้ทุกคนไปพักก่อนและมาเจอพร้อมกันอีกทีในตอนเวลากลางคืน พอถึงเวลากลางคืนทุกคนก็ได้มารวมตัวกัน โดยกิจกรรมต่อไปนั้นพระท่านได้บอกว่าให้แต่ละคู่นั้นไปนั่งตามจุดต่างๆที่เตรียมไว้เป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยที่การนั่งครั้งนั้นทุกคนต้องนั่งให้นิ่งที่สุดและห้ามลืมตา […]

 เรื่องเล่าสยองขวัญ : โรงนอนที่ 4 ณ ค่ายลูกเสือ

 เรื่องเล่าสยองขวัญ

    เรื่องราวสยองขวัญในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในค่ายลูกเสือแห่งหนึ่งที่อยู่ทางภาคอีสาน แอดไม่สามารถบอกได้ว่าค่ายลูกเสือนี้อยู่จังหวัดอะไร เพราะแอดคิดว่าหากใครที่ได้เคยไปเข้าค่ายลูกเสือแห่งนี้มาก่อนแล้วนั้น พอได้อ่านเรื่องนี้ก็อาจจะรู้ทันทีได้ว่าค่ายลูกเสือแห่งนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ เพราะที่ค่ายลูกเสือแห่งนี้นั้นได้มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีและวิญญาณอยู่เยอะแยะมากมาย สำหรับเรื่องเล่าสยองขวัญในครั้งนี้แอดขอให้ชื่อเรื่องว่า “โรงนอนที่ 4 ณ ค่ายลูกเสือ” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…      เรื่องเล่าในครั้งนี้นั้นได้เกิดขึ้นกับคุณครูผู้ชายท่านหนึ่งที่ตัวเขาได้เล่าถึงช่วงที่เขาได้มีโอกาสเข้าไปใสค่ายลูกเสือในช่วงปี 2557 โดยปกติแล้วนอกจากที่เขาจะเป็นคุณครูประจำโรงเรียนนี้แล้วนั้น เขายังเป็นวิทยากรตามค่ายลูกเสือต่างๆด้วยเช่นกัน วันหนึ่งเขาได้รับงานบรรยายสอนลูกเสือที่ค่ายแห่งหนึ่งให้กับโรงเรียนที่อยู่ต่างจังหวัด โดยการเข้ามาเป็นวิทยากรที่ค่ายลูกเสือในครั้งนี้นั้นจะเป็นค่ายที่จัด 3 วัน 2 คืน เขาก็ต้องไปรอและประจำอยู่ที่ค่ายลูกเสือแห่งนั้นก่อนที่นักเรียนของโรงเรียนจะมา พอทางโรงเรียนได้มาถึง เขาก็ต้องต้อนรับคุณครูและนักเรียนทุกคนที่เข้ามา พร้อมกับทำพิธีเปิดกองไฟตามค่ายลูกเสือทุกที่เขาทำกันก่อนที่จะไปทำกิจกรรมต่อๆไป หลังจากพิธีเปิดกองไฟเป็นที่เรียบร้อย ก็ได้มีการแบ่งกลุ่มของลูกเสือกับวิทยากรกัน ซึ่งวิทยากร 1 คนจะดูแลกลุ่มลูกเสือกับเนตรนารีหนึ่งกลุ่ม ซึ่งเขาก็ต้องรับผิดชอบกลุ่มนักเรียนด้วยเช่นกัน      เขาก็ได้พานักเรียนไปเล่นเวียนฐานตามสถานที่ต่างๆกัน แต่พอได้เดินเข้าฐานได้ไม่เท่าไหร่ ก็ได้มีนักเรียนคนหนึ่งรู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมาและนักเรียนคนนั้นก็ได้แอบไปปัสสาวะที่ใต้ต้นไม้ใหญ่จุดหนึ่งโดยที่ไม่ได้บอกเขาหรือใครเลย พอหลังจากที่นักเรียนคนนี้ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ได้กลับมาเข้ากลุ่ม แต่แล้วนักเรียนคนนั้นก็มีลักษณะที่เปลี่ยนไปเพราะเขารู้สึกมีอาการเวียนหัว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เป็นปกติแท้ๆ จนได้มีนักเรียนมาบอกเขาว่ามีนักเรียนที่รู้สึกไม่สบาย พอเห็นแบบนั้นเขาก็ได้ให้นักเรียนคนนี้ไปนอนพักที่ห้องพยาบาลเสียก่อน และเขาก็ได้นำลูกเสือคนอื่นๆเข้าฐานต่อไป หลังจากที่เขาได้พานักเรียนเข้าฐานจะครบมันก็เป็นเวลาเกือบจะ 4 โมงเย็นแล้ว ด้วยความนักเรียนทุกคนค่อนข้างเลอะ เขาเลยปล่อยให้นักเรียนไปอาบน้ำและกลับมาเจอกันอีกครั้งในตอนกลางคืน      ในระหว่างที่เขาได้ปล่อยให้นักเรียนคนอื่นๆไปอาบน้ำเตรียมตัวเจอกันอีกครั้ง เขาก็ได้เดินไปที่ห้องพยาบาลเพื่อที่จะไปดูนักเรียนที่ล้มป่วยคนนั้นอีกครั้ง พอเขาได้เดินไปถึงห้องพยาบาลปรากฏว่าเขาไม่พบกับนักเรียนนอนพักอยู่ที่ห้องพยาบาลเลยสักคน เขาเลยได้โทรศัพท์ไปหาคนที่เฝ้านักเรียนคนนี้ก่อนหน้านี้ ซึ่งคำตอบที่ได้จากคุณครูที่เฝ้านักเรียนคนนี้บอกว่า “นักเรียนคนนี้มีอาการป่วยมากขึ้น จึงได้นำนักเรียนส่งไปที่โรงพยาบาลแล้ว เนื่องจากว่านักเรียนคนนี้ไข้ขึ้นและก็เพ้ออะไรไม่รู้” […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : เรื่องเหลือเชื่อที่อยู่ภายในป่า

เรื่องเล่าสยองขวัญ

     เรื่องเล่าสยองขวัญในครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับป่า ซึ่งใครหลายๆคนอาจจะรู้กันดีว่าภายในป่านั้นมักจะมีเรื่องสยองขวัญมากมายที่เกิดขึ้นมา ทั้งเรื่องของวิญญาณเอ่ย เรื่องของความลึกลับที่อาจจะหาทางออกไม่ได้เอ่ย เรื่องของเจ้าป่าเจ้าเขาที่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น หรือแม้กระทั่งเรื่องของความเชื่อของการหลงหายไปไหนป่าแบบไม่รู้ว่าจะหาพวกเขาเจอได้จากที่ไหนกันอีก ซึ่งเรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องที่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ยากมาก สำหรับครั้งนี้ที่แอดได้นำเรื่องเล่ามาจะเป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในแถบเพื่อนบ้านของเราที่อยู่ในประเทศมาเลเซียและได้มีผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นคนได้ไปเจอกับเรื่องในครั้งนี้ วันนี้แอดจึงขอนำเสนอเรื่อง “เรื่องเหลือเชื่อที่อยู่ภายในป่า” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…       ผู้ชายคนหนึ่งที่เขาได้เจอนั้นเขาได้ทำงานเกี่ยวกับวิศวะปิโตเรียมและหน้าที่ของเขาคือการสำรวจและวางท่อก๊าซ และตัวเขาได้มีโอกาสที่ได้ไปแถบประเทศมาเลเซียและได้ยินเรื่องๆหนึ่งมาจากคนงานแถวนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องย้อนกลับไปประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ในช่วงนั้นก็มีการจัดสำรวจและวางท่อก๊าซเช่นกัน เขาก็ต้องมีการส่งคนงานเพื่อลงไปสำรวจว่าเส้นทางที่พวกเขาจะวางหรือจะติดตั้งนั้นต้องใช้ความยาวทั้งหมดกี่กิโลเมตร และต้องผ่านเส้นทางไหนบ้าง หรือต้องไล่ซื้อที่ที่ไหนบ้างเพื่อที่จะติดตั้งของเหล่านั้น แต่แล้วเส้นทางที่จัดตั้งนั้นก็ได้มีการผ่านเส้นทางป่าของทางแถบมาเลเซียด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ต้องมีการส่งคนงานไปค่อนข้างเยอะเพื่อที่จะให้ล้นเวลาในการทำงานให้เร็วขึ้น เขาก็ได้มีการไปสำรวจกัน ในตอนนั้นได้มีคนงานอยู่ทั้งหมดประมาณ 10 คนที่ได้รวมตัวกันเพื่อที่จะไปสำรวจ ซึ่งในสมัยนั้นไม่ได้มีเทคโนโลยีที่จะดีเท่าปัจจุบันนี้ เรื่องของ GPS หรือเครื่องนำทางดีๆก็ยังไม่ได้มีให้เห็นกันมากนัก ในตอนนั้นพวกเขาต้องใช้กล้องในการส่องเส้นทางแทน        ทุกคนก็ได้ทำงานกันแบบนี้ไปเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ผ่่านไป วันหนึ่งก็ได้มีฝนตกมารุนแรงทำให้การทำงานนั้นทำอะไรไม่ได้ ทุกคนก็ได้มีการรวมตัวกันเพื่อที่จะหลบฝนที่รุนแรงนั้น แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเพราะได้มีน้ำป่าไหลมาอย่างรุนแรง ทำให้คนงานทุกคนต่างวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง และได้มีคู่บัดดี้คู่หนึ่งได้วิ่งหลกเข้าไปในป่า หลงไปที่ไหนไม่รู้ไม่มีใครทราบ หลังจากที่รวมตัวกันคบ 8 คน ตอนนั้นทุกคนก็ได้พากันเดินตามหาคู่บัดดี้นั้นว่าหายไปไหนกันแน่ พวกเขาทั้งเดินตามหาและตะโกนแต่ก็หาไม่เจอ จนมาถึงในตอนกลางคืนพวกเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะหยุดตามหาและตั้งแคมป์เอาไว้ก่อน พอตั้งแคมป์คืนนั้นเรื่องประหลาดก็ได้เกิดขึ้นมา         โดยปกติก่อนหน้านั้นการทำงานของพวกเขาที่สำรวจป่านั้น พวกเขาไม่เคยที่จะได้เจอคนเลยระหว่างที่เดินภายในป่า แต่แล้ววันนั้นอยู่ๆก็ได้มีคนแก่สองคนเป็นผู้หญิงและผู้ชายได้เดินตรงเข้ามาที่แคมป์พวกเขาอย่างช้าๆ และพวกเขาก็มีการพูดถามพวกเขาว่าพวกเขากำลังหาอะไรกัน พวกเขาก็ได้อธิบายว่ากำลังทำงานกันอยู่ ชายหญิงชราคู่นั้นก็ได้ทักมาว่า […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : กางเต้นท์ที่เขาใหญ่

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    เหตุการณ์สยองขวัญต่อไปนี้ได้เกิดขึ้นมากับผู้ชายคนหนึ่งในช่วงต้นปีของ 2560 แต่เป็นช่วงปีที่มีแต่เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นมากับชีวิตของเขาจึงทำให้ชีวิตของเขาได้เจอกับเรื่องไม่ดี แม้กระทั่งเรื่องผีๆที่เขานั้นก็ไม่ได้อยากจะเจอแต่ตัวเขาก็ต้องเจอในตอนนั้น วันนี้แอดขอนำเสนอเรื่อง “กางเต้นท์ที่เขาใหญ่” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเรื่องต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…      วันหนึ่งเขาได้มีโปรแกรมที่จะไปเที่ยวที่เขาใหญ่กับเพื่อนๆของเขา ทั้งหมดสี่คนรวมตัวเขาแล้วด้วย ทั้งหมดจะมีผู้หญิงสองคนกับผู้ชายสองคน พอถึงวันที่นัดกันเขากับเพื่อนๆของเขาก็ได้ขับรถเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปสู่เขาใหญ่กัน ตลอดทางขับรถพวกเขาก็ขับรถกันเรื่อยๆมีการแวะกันกินและแวะไปถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆที่สามารถแวะได้ระหว่างทาง โดยพวกเขาตั้งใจว่าพอเดินทางไปถึงเขาใหญ่พวกเขาก็จะไปตั้งแคมป์กันที่เขาใหญ่ พวกเขาก็ได้เดินทางไปเรื่อยๆ จนถึงเวลา 4 โมงเย็นพวกเขาได้เดินทางไปจนถึงเขาใหญ่กัน พอพวกเขาได้เดินทางไปถึงพวกเขาก็ได้จอดรถเพื่อที่จะแวะถามเจ้าหน้าที่ เพราะพวกเขานั้นไม่เคยที่จะได้เดินทางที่นี่กันมาก่อน พวกเขาได้ถามเกี่ยวกับว่าพวกเขาจะสามารถไปกางเต้นท์ที่ไหนได้บ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้แนะนำพวกเขาให้ขับรถไปที่ผาแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนี้ เจ้าหน้าที่บอกว่าพวกเขาสามารถไปกางเต้นท์ที่นั้นได้ถ้าต้องการ ด้วยความไม่รู้พวกเขาจึงได้ขอบคุณและขับรถไปตามที่เจ้าหน้าที่บอกมา     พวกเขาได้ขับรถไปตามทางที่เจ้าหน้าที่บอกจนได้ไปถึงจุดหมายปลายทางกัน พอเดินทางไปถึงก็ปรากฏว่าไม่มีใครเลยที่อยู่ ณ บริเวณแห่งนั้น ตัวเขานั้นก็รู้สึกหวั่นๆที่ไม่มีใคร แต่คงเป็นเพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีฝนตกค่อนข้างหนักทำให้ผู้คนนั้นไม่ค่อยที่จะออกกันมาเที่ยวมากกว่า พอคิดได้แง่ดีแบบนั้นเขาก็ไม่คิดมากอะไรต่อแล้ว แต่แล้วไม่ทันที่พวกเขาจะได้ทำอะไรเลย ฝนก็ได้ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เขากับเพื่อนต้องไปหลบฝนตรงบริเวณป้อมของเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะได้รอให้ฝนหยุดและไปกางเต้นท์นอนกัน เพราะพวกเขาขับรถกันมาทั้งวัน พวกเขาจึงไม่อยากที่จะเสียเวลาขับรถไปหาที่พักอื่นแล้ว หลังจากที่ฝนเริ่มหยุดแล้วพวกเขาจึงได้รีบกันไปกางเต้นท์ตรงบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่กัน แต่แล้วพวกเขาก็ได้เห็นเหมือนมีครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่งมากางเต้นท์อยู่ไม่ไกลจากพวกเขาเช่นกัน พอเห็นแบบนั้นพวกเขาจึงเข้าไปทักทายเป็นพิธีและหลังจากทักทายเสร็จก็ได้กลับมากางเต้นท์กันต่อ       ในคืนนั้นช่วงเวลากลางคืนพวกเขาได้จุดกองไฟและทำปิ้งย่างกันอย่างสนุกสนาน พอพวกเขากินและคุยเล่นกันไปหลายชั่วโมงจนเริ่มง่วงกันแล้ว พวกเขาก็ได้แยกย้ายกันไปอาบน้ำกันก่อนเข้านอน ซึ่งห้องน้ำนั้นอยู่ห่างจากเต้นท์ไปประมาณ 100 เมตรได้  เขาจึงได้เดินไปอาบน้ำที่ห้องน้ำหลังจากเพื่อนๆของเขาทุกคนอาบกันเสร็จ ในตอนนั้นตัวเขารู้สึกว่าระหว่างที่กำลังอาบน้ำอยู่นั้นเขาได้รู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสายตาที่จ้องมองเขานั้นจริงๆแล้วเขาสามารถรู้สึกได้ตั้งแต่ตอนที่ฝนตกมาแล้ว แต่เขาก็เพียงแค่คิดว่าคงรู้สึกไปเองเท่านั้น แต่ตอนที่พวกเขาแยกออกจากเพื่อนมามันทำให้เขามั่นใจขึ้นว่ามีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่จริงๆ และในระหว่างที่กำลังอาบน้ำอยู่เขาก็ได้ยินเสียงของคนเดินมาตรงบริเวณข้างๆห้องน้ำ แต่เขาก็คิดว่าคงเป็นเสียงของเพื่อนเขาที่เดินมามากกว่า เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จเขาก็ได้ตะโกนเสียงเรียกเพื่อนของเขาที่อยู่ห้องข้างๆ แต่ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาเลย […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : อพาร์ทเม้นท์ผี

เรื่องเล่าสยองขวัญ

เหตุการณ์เรื่องเล่าสยองขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง โดยตัวลักษณะของอพาร์ทเม้นต์นี้มีลักษณะที่มี 8 ชั้นมองจากภายนอกก็ไม่ได้แตกต่างจากอพาร์ทเม้นต์อื่นๆทั่วไปที่สามารถเห็นได้ตามที่อื่น โดยเรื่องนี้นั้นได้เกิดขึ้นมากับผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า “บอย” โดนปกติแล้วเขาเป็นคนต่างจังหวัด แต่แล้วก็ต้องย้ายมาหางานทำที่กรุงเทพ และตัวเขาก็ต้องหาอพาร์ทเม้นต์สำหรับเป็นที่นอนเอาไว้ และแล้วเขาก็ต้องได้เจอกับเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นกับเขาภายในอพาร์ทเม้นต์แห่งนี้ วันนี้แอดขอนำเสนอเรื่อง “อพาร์ทเม้นต์ผี” ขอให้ทุกคนเอ็นจอยและสนุกกับการอ่านนะครับ บรื้อ…     ในช่วงที่เขาได้มาหางานทำที่กรุงเทพนั้น เขาได้มาหางานทำแถวพระรามสอง จนสุดท้ายแล้วนั้นตัวเขาก็ได้งานที่บริเวณแถวนั้นโดยที่ไม่ทันได้หาสถานที่พักเป็นหลักเป็นแหล่งเลย และด้วยความที่เพื่อนที่ทำงานของเขานั้นใจดี จึงได้แนะนำอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งให้กับเขา เพื่อนของเขาได้แนะนำอพาร์ทเม้นต์ที่อยู่ใกล้ๆกับบริษัท พอได้ยินแบบนั้นเขาก็ได้ไปที่อพาร์ทเม้นต์นั้นกับเพื่อนของเขาที่แนะนำ เพียงไม่นานหลังจากที่เดินทางถึง เขาก็ได้ทำสัญญาและเข้าอยู่เลย โดยไม่ได้คิดคำนวนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ในวันนั้นเวลาประมาณสาม-สี่ทุ่ม เขาได้ลงมาข้างล่างตึกเพื่อหาอะไรกินและก็ได้กลับมาตอนประมาณช่วงเที่ยงคืน ในตอนนั้นเขาได้กดลิฟต์เพื่อที่จะขึ้นห้องที่อยู่บนชั้น 7 พอลิฟต์ได้ขึ้นไปและก็ได้เปิดประตูออกมา สิ่งที่เขาได้เจอคือมีแต่เพียงความว่างเปล่า มืดไปหมดเลย ข้างหน้าลิฟต์เต็มไปด้วยตู้ที่หัก เตียงที่หัก เขาเลยเงยหน้าดูว่าเขาอยู่ชั้นไหน มันขึ้นว่าเขาอยู่ที่ชั้น 8 ซึ่งตัวเขานั้นไม่ได้กดที่ชั้น 8 เลยด้วยซ้ำ เขาคิดแค่ว่าสงสัยลิฟต์คงเสีย เขาเลยเดินออกจากลิฟต์และตั้งใจจะใช้บันไดเดินลงชั้น 7 ที่เขาอยู่     แต่ไม่ทันที่ตัวเขาจะเดินลงไปชั้น 7 เขาก็ได้เห็นตรงบริเวณมืดๆที่อยู่ไกลออกไปนั้นได้มีเหมือนแววตาจ้องมาทางที่เขา แต่เขาก็ยังคงคิดในแง่ดีอีกว่า อาจจะเป็นเงาจากแสงที่สะท้อนมากกว่า จึงได้รีบเดินกลับไปที่ห้องของเขาอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นวันแรกที่เขาได้เจอกับเรื่องแปลกๆ พอเวลาผ่านไปในวันที่สองเขาก็ได้ออกไปทำงานอย่างปกติ หลังจากทำงานเสร็จก็ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่ทำงานกว่าจะได้กลับมาห้องก็ประมาณ 3-4 ทุ่มแล้ว เขาก็ได้กดลิฟต์เพื่อที่จะขึ้นห้องอีกอย่างเคย […]