ตำนาน “ZoZo” ปีศาจจอมโกหกแห่งกระดานวีจา (Ouija Board)

ตำนาน ZoZo

ถ้าคุณอยากติดต่อกับญาติหรือคนรักในโลกหลังความตาย คุณจะเลือกวิธีไหนถึงจะปลอดภัยที่สุด การสื่อสารกับโลกคู่ขนานของพวกเรานั้นมีอยู่หลากหลายวิธี แต่ต้องหาวิธีที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเรามากที่สุดนั้นคือ การเลือกใช้กระดานวีจา(Ouija Board) เพื่อติดต่อสื่อสารกับวิญญาณจะปลอดภัยที่สุดแต่คุณจะมั่นใจและรู้ได้อย่างไรว่า ปีศาจ ZoZo โซโซ ที่สถิตในกระดานนั้นจะไม่ทำร้ายคุณ ความเชื่อ : ZoZo ปีศาจโซโซจอมโกหกแห่งกระดานวีจา เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักกระดานผีถ้วยแก้วของคนไทยเรา ซึ่งต่างประเทศก็มีความเชื่อและกระดานที่คล้ายกับของคนไทยเหมือนกันนั้นคือ กระดานวีจา นี้คือเป็นความเชื่อของชาวตะวันตกที่มีกันมายาวนานพอสมควรแล้ว ซึ่งลักษณะในการเล่นกระดานนี้เพื่อติดต่อสื่อสารกับวิญญาณที่อยู่ในโลกหลังความตายจะมีกติกาการเล่นค่อนข้างคล้ายกัน นั้นคือการอัญเชิญดวงวิญญาณเข้ามาในกระดาน แต่คงมีคนรู้น้อยว่าในกระดานวีจานี้มีปีศาจจอมโกหกที่ร้ายกาจ สิงสถิตอยู่นั้นคือ ZoZo โซโซ ผู้คนส่วนใหญ่ของชาวตะวันตกนั้นมีความนิยมในการเล่นกระดานวีจา การที่อยากติดต่อสื่อสารกับปีศาจโซโซนั้นไม่ได้มีแค่การสื่อสารผ่านกระดานวีจ่าเท่านั้น มีผู้คนที่รู้จักปีศาจตนนี้ได้บอกเอาไว้ว่าสามารถติดต่อปีศาจโซโซภายนอกเกมโดยใช้สื่อสารในรูปแบบการสะกดจิตได้ด้วย แต่ส่วนมากผุ้ที่จะติดต่อสื่อสารกับปีศาจโซโซนี้ผ่านการดานวีจา ต้องใช้สื่อกลางในการติดต่อเพราะว่าปีศาจตนนี้มีพลังที่ร้ายกาจเป็นอย่างมาก ในการแสดงพลังของมันส่งผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างมีสาระสำคัญ ปีศาจโซโซเป็นที่รู้จักกันมายาวนานเป็นหลายร้อยปี ครั้งแรกที่เคยได้ยินชื่อของมันอยู่ในปี 1818 โดยมีหลักฐานคือมันมีชื่ออื่นที่ใช้เรียกปีศาจโซโซอีกตัวอย่างเช่น Pazuzu, ZoSo, ZaZa,Zo เป็นต้น Zozo (ปีศาจโซโซ) เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติมันมีชื่อเสียงมากที่สุด เพราะไม่ว่าหลายการทีวีมักจะนำชื่อเสียงของมันไปจัดทำรายการ ยาวไปถึงวรรณคดี และยังอยู่ตามกิจกรรมหลอนๆอาถรรพ์ๆอีกหลากหลายเรื่องอีกด้วย ผู้คนทีรู้จักปีศาจโซโซนี้จะไม่ทราบถึงหน้าตาที่แท้จริงของ Zozo กันเลยสักคน และผุ้ที่เคยเล่นกระดานวีจานี้ส่วนใหญ่มักจะได้รับประสบการณ์สุดหลอนเพื่อเป็นการต้อนรับเป็นอย่างดี เหตุการณ์ที่เป็นสัญญาณว่า “ZoZo” กำลังปรากฏตัว การป้องกันตัวจาก ZoZo (ปิศาจโซโซ) […]

ตำนาน “Jimmenken” จินเมนเกน สุนัขหน้าคน ประเทศญี่ปุ่น

ตำนาน Jimmenken

ทางศาสนาพุทธของเรานั้น มีความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิด ชาตินี้ ชาติหน้า การเกิดใหม่นั้นอยู่ที่กรรมของแต่ละคนที่ตนได้กระทำมาแต่ชาติปางก่อน สัตว์ก็สามารถไปเกิดเป็นมนุษย์ได้ ก็เช่นเดียวกันกับ มนุษย์ถ้าทำกรรมก็สามารถเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานได้เช่นกัน ทางประเทศญี่ปุ่นก็มีความเชื่อคล้ายกัน วันนี้เรามาเจาะลึกถึง ปีศาจ“Jinmenken สุนัขหน้าคน” ว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่ ความเชื่อ : “Jinmenken (ปีศาจสุนัขหน้าคน) Jinmenken (ปีศาจสุนัขหน้าคน) คือ ปีศาจที่มีตัวเป็นสุนัขส่วนใบหน้าเป็นมนุษย์ ปีศาจตนนี้จัดอยู่ในประเภทโยไค ส่วนใหญ่แล้วสุนัขหน้าคนจะมีแต่เพศผู้ไม่เคยมีใครพบเห็นเพศเมีย พวกมันมีลักษณะนิสัยเหมือนสุนัขทั่วๆไป คือ ชอบคุ้ยขยะในถัง ชอบวิ่งตามไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือจักรยานที่วิ่งผ่านพวกมัน มักจะชื่นชอบในการเห่าหอนเป็นอย่างมาก บุคคลที่จะพบเห็นสุนัขหน้าคนนี้มีอยู่สองประเภทคือ บุคคลที่มีดวงตกและบุคคลที่มีความสามารถมองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติได้ มีความเชื่อของบางกลุ่มนั้นมีอยุ่ว่า การพบเจอสุนัขหน้าคนนี้มักจะพบเจอลางร้ายหรือลางบอกเหตุว่าอาจจะพบเจอกับภัยพิบัติ บุคคลใดที่พบเจอกับสุนัขหน้าคนในขณะตนเองนั้นกำลังขับรถอยู่นั้นมักจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ในตำนานนั้นได้มีการกล่าวถึงกรรมของปีศาจสุนัขหน้าคนเอาไว้ว่า  ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ขอสุนัขหน้าคนนั้นผู้นี้มักจะทำผิด ทำบาปกรรมที่ร้ายแรงโดยเฉพาะกระทำกับบุพการี พ่อแม่ ทำเรื่องร้ายแรงจนต้องโดนผุ้คนนั้นสาปแช่ง แม้แต่ตายจากโลกใบนี้ไปก็ยังโดนสาปแช่ง ผลจากเหตุนี้ทำให้วิญญาณนั้นไม่สามารถไปสู่สุขคติได้ พอตายไปลงแล้วจากกรรมเลวต้องถูกพิพากษาไปเกิดเป็นสุนัขหน้าคน พอกลายเป็นปีศาจไม่เป็นที่ต้องการรังเกียจจากปีศาจด้วยกัน  แม้แต่มนุษย์ผู้ที่มีความเมตตาก็ยังรังเกียจและหวาดกลัวปีศาจสุนัขหน้าคน ทำให้การพบเจอปีศาจสุนัขหน้าคนนี้เห็นได้ในเฉพาะเวลากลางคืนเพียงเท่านั้นการที่เป็นอะไรครึ่งๆกลางๆอย่างนี้ทำให้สุนัขหน้าคนต้องทนทุกทรมานใช้กรรมนั้นให้หมดก่อนถึงจะหลุดพ้นจากตรงนี้ได้ จากเหตุนี้เป็นแรงกรรมทำให้บุคคลที่ทำกรรมหนักกลับกลายไปเกิดเป็นสุนัขหน้าคน  พวกมันไม่มีฤทธิ์เดชอะไรเลย จะพิเศษกว่าสุนัขทั่วไปคือ มันสามารถพูดและมีสติปัญญาเช่นเดียวกับมนุษย์ ส่วนใหญ่ปีศาจสุนัขหน้าคนพวกมันพูดเพียงไม่กี่คำ คือถ้าเกิดมนุษย์ไปพบเห็นพวกมันจนปีศาจสุนัขหน้าคนรับรู้ว่ามนุษย์กำลังมองมันก็จะพูดออกมาว่า “อย่ามายุ่งกับฉัน” หรือ “ปล่อยฉันอยู่คนเดียวเถอะ” และสุดท้าย “ไปให้พ้น” […]

ตำนาน “อาฬวกยักษ์” หนึ่งในยักษ์ผู้อหังการที่รู้จักดีเมื่อพุทธกาล

ตำนาน อาฬวกยักษ์

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “ยักษ์” ตามหลักคำสอนทางพระพุททธศาสนาแล้วนั้น ยักษ์พวกมันเป็นอมนุษย์ประเภทหนึ่ง ชื่อของพวกมันถูกจดบันทึกเรื่องราวลงไปในพระไตรปิฎกพร้อมอรรถกถา ยักษ์ถูกแบ่งเอาไว้มีอยู่หลายประเภทที่ชอบกระทำแต่กุศลคือทำความดีกับยักษ์ที่ไร้ศีลธรรมกระทำแต่ความชั่วคืออกุศลกรรม วันนี้เราจะมารู้จักประวัติความเป็นมาของ “อาฬวกยักษ์” หนึ่งในยักษ์ผู้อหังการทางพระพุทธศาสนา ความเชื่อ : ตำนาน อาฬวกยักษ์ อาฬวกยักษ์ คืออสูรตนหนึ่งที่เป็นยักษ์หนึ่งในสี่ของมหาอำมาตท้าวเวสสุวรรณ ในทางตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่า ตอนที่ท้าวเวสสุวรรณยังไม่ได้บรรลุโสดาบัน ท่านได้ให้พรกับอาฬวกยักษ์เอาไว้ว่า เขาสามารถจับมนุษย์และสัตว์ที่หลงมายังใต้ต้นไทรที่ตนนั้นอยู่กินเป็นอาหารได้ ณ ขณะนั้นที่นครอาฬวี มีกษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนแห่งนั้นมีนามว่า “พระเจ้าอาฬวกะ” พระองค์เป็นพระราชาที่ทรงโปรดปรานในการออกล่าสัตว์เนื้อเป็นอย่างมาก พระองค์มักจะออกล่าสัตว์เนื้ออยู่เป็นประจำ วันหนึ่งพระราชาได้ทรงเข้าป่าออกล่าสัตว์ที่ทรงโปรดปราน ในการออกล่าครั้งนี้พระองค์ได้ตั้งกติกาเอาไว้ว่า การออกล่าในครั้งนี้ถ้าสัตว์วิ่งหนีออกไปทางคนใด ผุ้นั้นต้องรับผิดชอบตามสัตว์กลัยมาให้เราจงได้ สิ่งที่พระองค์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในขณะที่กำลังล่านี้มีสัตว์ตัวหนึ่งวิ่งหนีมาทางพระองค์เอง พระราชาจึงต้องตามสัตว์นี้ด้วยตัวของท่านเอง ในขณะที่พระราชาได้ติดตามสัตว์ตัวนั้นไป พระองค์ได้ทรงเห็นต้นไทรที่ดูสูงใหญ่ร่มเย็นพระองค์จึงได้แวะประทับใต้ต้นไทรแห่งนั้น โดยที่พระองค์ไม่ทรงรู้ได้เลยว่ากำลังจะเกิดเหตุร้ายตามมาเพราะต้นไทรแห่งนี้มีเจ้าถิ่นเป็นอาฬวกยักษ์ เวลาต่อมาไม่นานเจ้าถิ่นก็ได้ปรากฏกายขึ้นให้พระราชาได้พบเห็น อาฬวกยักษ์ได้จับตัวของพระราชาขึ้นเพื่อจะกินเป็นอาหาร พระองค์ทรงตกพระทัยเป็นอย่างมากจึงได้ร้องขอชีวิตกับอสูรตนนี้ โดยมีขอแลกเปลี่ยนว่าถ้าเจ้าปล่อยเราไป ท่านไม่ต้องรออาหารอีกต่อไป เพราะเรขอสัญญาว่าจะส่งอาหารมาให้ท่านเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าวันใดที่พระองค์ผิดคำสัญญา ขอให้ท่านอาฬวกยักษ์มาจับเรากินเป็นอาหารได้เลย อสูรตนนี้ได้คิดทบทวนแล้วมีแต่ผลประโยชน์จึงได้ตัดสินใจปล่อยตัวพระราชากลับไป ต่อมาพระองค์ก็ได้ปฏิบัติตามขอตกลงเอาไว้โดยการจับนักโทษของพระองค์มาเป็นเครื่องสังเวยกับอาฬวกยักษ์ ข่าวที่พระองค์นำนักโทษผู้กระทำความผิดไปเป็นอาหารให้กับยักษ์นี้รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้ชาวเมืองไม่มีคนไหนที่กล้ากระทำความผิดด้วยความหวาดกลัวว่าจะกลายเป็นอาหารของยักษ์ สุดท้ายพระองค์ไม่มีคนที่จะส่งไปเป็นอาหารให้กับยักษ์ ด้วยความหวาดกลัวตายของพระองค์และความไม่มีศีลธรรม พระองค์จึงตัดสินใจให้นำเด็กไปเป็นอาหารยักษ์ จนสุดท้ายไม่มีเหลือเด็กส่งให้ยักษ์ได้จับกิน เมืองนี้ก็เหลือเด็กคนสุดท้ายคือ โอรสของพระองค์เอง พระราชาตัดสินใจส่งพระโอรสไปเป็นเครื่องสังเวย ขณะนั้นพระพุทธเจ้าได้ทรงทราบด้วยญาน […]

ตำนาน “Todomeki (โทโดมิกิ)” ปีศาจร้อยตา แห่งประเทศญี่ปุ่น

ตำนาน Todomeki

ถ้ากล่าวกันถึงคำว่า “ยักษ์” คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักกัน ต้องพูดกันเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า รู้จัก และ หวาดกลัวกับคำนี้กันอย่างแน่นอน ทุกสถานที่มักจะมีสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติยังหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้เลย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดั้งทางเรื่องลี้ลับนี้ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับปีศาจตนหนึ่งที่มีดวงตาเกิดขึ้นบนร่างกายนับร้อยกันว่าเป็นอย่างไร ตำนานความเชื่อ: Todomeki (โทโดมิกิ) ในประเทศญี่ปุ่นนมีความเชื่อเรื่องยักษ์คือโอนิ และส่วนใหญ่ยักษ์พวกนี้มักจะเป็นเพศชายเท่านั้น  แต่ในดินแดนปลาดิบแห่งนี้มียักษ์เพศหญิงด้วยคือ Todomeki โทโดมิกิ มันเป็นปีศาจร้อยตา หรือ มีชื่อเรื่องอีกคือ ยักษ์ร้อยตา ความพิเศษเกิดขึ้นเพราะเป็นยักษ์เพศหญิง คนญี่ปุ่นโบราณ รุ่นปู่ย่าตายายเล่าเรื่องยักษ์ร้อยตาสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นตำนานคือ ยักษ์ตนนี้มีลักษณะพิเศษที่มีร้อยตานับร้อยดวงที่ร่างกายของมัน ลักษณะภายนอก / ต้นกำเนิด : Todomeki (โทโดมิกิ) โทโดมิกิ (Todomeki) คือ ปีศาจร้อยตา ปีศาจตนนี้จัดเป็นผีประเภทโยไคที่มีการปรากฏให้ผู้คนได้พบเห็นในลักษณะของผู้หญิงสาวที่รูปร่างภายนอกเป็นเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง ส่วนที่แตกต่างจากมนุษย์นั้นคือส่วนบริเวณของลำแขนที่มีลักษณะที่ดูยาวผิดรูปปกติเป็นอย่างมาก และส่วนที่สองคือ มี “ดวงตานก” ซึ่งมีขนาดที่ดูเล็กก่อกำเนิดอยู่เต็มแขนจำนวนนับร้อยดวงเลยทีเดียว ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า โทโดมิกิ (Todomeki) ปีศาจร้อยตานี้มีต้นกำเนิดมาจาก ในยามที่มีชีวิตมนุษย์เธอเกิดเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีลักษณะนิสัยที่มักจะชื่นชอบในการลักขโมยเงินและทุกสิ่งที่ทำได้ หญิงสาวคนนี้มักจะโดนคำสาปแช่งให้ผลแห่งการโกหกเกิดลูกตาของเล็กขนาดเล็กงอกขึ้นมาที่บริเวณลำแขน หญิงสาวคนนี้โกหกเป็นนิสัยจนมีลูกตาเกิดขึ้นเต็มแขนจำนวนก็นับร้อยแถบจะไม่มีพื้นที่วางของพื้นแขนให้เห็นเลย บางความเชื่อของชาวญี่ปุ่น “ปีศาจร้อยตา” ก็คือ “ยักษ์ร้อยตา” เรื่องของยักษ์ส่วนใหญ่แล้วมีแต่เพศชายแต่ ยักษ์ร้อยตานี้เป็นเพศหญิง […]

ตำนาน “TEKE TEKE” ผีสาวร่างขาด วิญญาณพยาบาทแห่งประเทศญี่ปุ่น

ตำนาน “TEKE TEKE”

ประเทศญี่ปุ่นมีเรื่องราวตำนานพื้นบ้านที่ถูกเล่าสืบต่อกันมานี้ ในนั้นมักจะมีความอาถรรพ์ ความหวาดกลัว คำสาป่แช่ง ความน่าสะพรึงกลัว และยังโด่งดังอยู่คู่กับประชากรของประเทศญี่ปุ่นนี้มาตลอดตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่เวลากี่ทศวรรษ เรื่องราวก็ยังคงอยู่ วันนี้เรามานำเสนอตำนาน TEKE TEKE ผีสาวร่างขาด วิญญาณพยาบาทแห่งประเทศญี่ปุ่น จะมีเรื่องราวเป็นอย่างไรไปเจาะลึกกันเลย ความเชื่อ : TEKE TEKE ผีสาวร่างขาด TEKE TEKE (เทเกะ เทเกะ) จัดเป็นวิญญาณประเภทอนเรียว คือ วิญญาณที่มีความอาฆาต ความเกลียดชังในขณะที่ชีวิตอยู่บนเส้นความเป็นกับความตาย หรือที่เสียชีวิตด้วยอารมณ์นั้นๆที่กล่าวมา TEKE TEKE มักจะปรากฏตัวในเขตตัวเมืองหรือตามสถานีรถไฟในยามค่ำคืน วิญญาณเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นเพศหญิงที่ถูกกลั่นแกล้งเป็นอย่างหนัก อาจถูกล่วงละเมิดทางเพศจนตัวเองตกอยุ่ในสถานการณ์ที่อันตรายถึงแก่ชีวิต TEKE TEKE เสียชีวิตจากโลกใบนี้แต่พวกมันไม่สามารถไปสู่สุขคติวิญญาณของเธอต้องติดบ่วงอยู่บนโลกใบนี้ด้วยอารมณ์อยากแก้แค้น ความโกรธที่มีอยู่มากมายเป็นโซ่ตรึงวิญญาณพวกเธอให้มีแต่ความอาฆาตพยาบาท วิญญาณของเธอจึงมีแต่ความรุนแรงด้วยความแค้นเธอจึงออกไล่ล่าเหยื่อให้มีผู้เสียชีวิตพร้อมกับเธอให้ได้มากเท่าที่เธอจะสามารถทำได้ และตำนานที่มาของ TEKE TEKE ก็ยังมีอยู่อีกหลายเวอร์ชั่นมากมายอีกด้วย ตำนานที่มา : TEKE TEKE เรื่องราวที่มาตามตำนานมีอยู่หลากหลายเวอร์ชั่น เรื่องราวดั้งเดิมของเทเกะ เทเกะของผู้หญิงคนหนึ่งมีชื่อว่า “คาชิมะ เรโกะ” เธอเป็นคนของจากเมืองฮอกไกโด เธอทำงานเป็นสาวพนักงานออฟฟิศ ในยุคสมัยหลังสงครามโลกญี่ปุ่นแพ้ถูกยึดครองนั้น ภายในประเทศญี่ปุ่นนั้นยังคงมีทหารจากประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่เต็มเมือง […]

ตำนาน “La Planchada” ผีสาวพยาบาล ผู้อาภัพรัก 

ตำนาน La Planchada

เรื่องราวลี้ลับเกี่ยวข้องกับวิญญาณหรือที่พวกเราเรียกกันสั้นๆว่า “ผี” มีอยุ่ทั่วทุกมุมโลกแต่ละพื้นที่แต่ละศาสนาก็มีเรื่องเราวเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาตินี้ที่แตกต่างกันออกไป ตำนานของ La Planchada เป็นวิญญาณที่สถิตอยู่ในโรงพยาบาลผีสิง ตั้งอยู่ใจกลางของเม็กซิโกซิตี้ หรือทางตะวันตกเฉียงใต้สหรัฐอเมริกา เรื่องราวของผีพยาบาลนี้มีอยู่หลายเวอร์ชั่น จะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกัน ความเชื่อ : La Planchada ผีสาวพยาบาล ผู้อาภัพรัก La Planchada เป็นผีสาวพยาบาลที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในเขตประเทศเม็กซิโก La Planchada คือภาษาสเปนซึ่งมีความหมายว่า “สาวรีด” เธอมักจะถูกพบเห็นหรือปรากฏตัวในรูปลักษณ์ของผีสาวที่สวมใส่ชุดพยาบาลแบบโบราณ มีผู้คนที่พบเห็นเธออยู่ตามโรงพยาบาลในเขตเมืองตอนกลางของเขตเม็กซิโก เรื่องราวของเธอนั้นมีอยู่ว่า ช่วงทศวรรษที่ 1930  มีหญิงสาวพยาบาลมีชื่อว่า Eulalia เธอทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอเป็นพยาบาลที่เก่งมากและยังทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง ดูแลผุ้ป่วยได้เป็นอย่างดีใส่ใจในงานของตัวเอง คนไข้ของเธอโชคดีที่มีเธอคอยดูแล เธอมักจะสวมใส่ชุดพยาบาลที่ดูสะอาดและดูเรียบไม่มีรอยยับอยู่เสมอ เธอดำรงชีวิตไปอย่างสงบเรียบง่ายอยู่ภายใต้โรงพยาบาลแห่งนี้  ต่อมามีจุดเปลี่ยนไปคือวันหนึ่ง มีนายแพทย์หนุ่มรูปร่างหน้าตาดีดูหล่อ ได้ย้ายเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลที่ Eulalia ทำงานอยู่ นายแพทย์กับ Eulalia ได้พบเจอกันไม่นานทั้งสองด้วยความใกล้ชิดจึงเกิดตกหลุมรักกัน ทั้งคู่จึงได้คบหาและหมั้นหมายกันในที่สุด ชีวิตรักของทั้งสองคนหวานชื่นก็เหมือนกับคนทั่วไป แต่หลังจากที่หมั้นหมายกันแล้วไม่นาน  นายแพทย์หนุ่มต้องออกไปเดินทางเข้าร่วมสัมมนาทางการแพทย์ในเมืองใหญ่ ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว Eulalia รอคอยแต่นายแพทย์หนุ่มคนนั้นก็ไม่กลับมา Eulalia มีความกังวลและประหลาดใจ เป็นห่วง […]

ตำนาน “La Llorona” ผีสาวร่ำไห้คร่ำครวญ ละตินอเมริกา

ตำนาน La Llorona

ในยุคหนึ่งเด็กๆชาวเม็กซิกันไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ต่างมีความหวาดกลัวกับเสียงร่ำไห้คร่ำครวญของ La Llorona  คำนี้เป็นภาษาสเปนมีคำอ่านว่า LAH Yoh Roh nah มีความหมายว่า หญิงสาวผู้ร้องไห้คร่ำครวญ La Llorona  เธอมีชื่ออยู่ในตำนานพื้นบ้านของชาวละตินอเมริกา ซึ่งได้มีการสันนิฐานว่ามีพื้นฐานอิทธิพลความเชื่อของวัฒนธรรมฮิสแปนิกมาจากเม็กซิโก ความเชื่อ : La Llorona   La Llorona เป็นผีที่อยู่ในตำนานพื้นบ้านของชาวละตินอเมริกา ตามความเชื่อนั้นได้บอกเอาไว้ว่า เธอเป็นผีผู้หญิงที่สูญเสียลูกของเธอไป ทำให้เธอเสียใจร้องไห้คร่ำครวญเดินไปตามแม่น้ำเพื่อที่จะหาลูก มีความเชื่ออีกว่าใครที่อยู่ใกล้บริเวรแม่น้ำหรือเกิดได้ยินเสียงของเธอร้องไห้คร่ำครวญนี้จะเกิดความเคราะห์ร้ายต่อชีวิตตนเอง ตำนานเรื่องราวของ La Llorona นั้นไม่มีใครทราบถึงต้นกำเนิดวันเวลาสถานที่แท้จริงในเหตุการณ์นี้ ในแต่ละพื้นที่ก็มีเรื่องราวของ La Llorona ที่แตกต่างกันออกไป แต่เรื่องที่ตรงกันในแต่ละพื้นที่นั้นก็คือ เธอเป็นดวงวิญญาณของผู้เป็นแม่ที่ต้องพบการการเคราะห์ร้ายเพราะสูญเสียลูกจากการทำร้ายโดยตัวของเธอเอง ลูกของเธอต้องจมน้ำตายด้วยฝีมือของตัวเองและสิ่งที่เหมือนกันในทุกพื้นที่อีกเรื่องคือ เธอต้องหาลูกๆของไปตามริมแม่น้ำหรืออาจเป็นริมทะเลสาปก็ได้เช่นกันไปชั่วนิรันดร์ ตำนาน : La Llorona ที่มาของตำนาน La Llorona เรื่องราวของเธอนั้นมีหลากหลายเวอร์ชั่น แต่มีอยู่ 1 เวอร์ชั่นที่ผุ้คนนิยมและถูกค้นพบบ่อยที่สุดนั้นคือ เวอร์ชั่นของ หญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Maria เธอเป็นหญิงสาวที่ดูแล้วสวยเป็นอย่างมาก เธอดูดีแบบไร้ที่ติติ่ง และเธอได้พบรักกับชายที่มีความร่ำรวยเป็นอย่างมาก […]

ตำนาน “Iso Onna” แวมไพร์สาวแห่งทะเล ประเทศญี่ปุ่น

ตำนาน Iso Onna

Iso Onna (อิโซะ อนนะ) จัดอยู่ในประเภทโยไค ถูกพบในเกาะคิวชูหรืออาจอยู่ทางซีกแถบตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น พวกมันมีความชอบในการดื่มเลือดสดๆของมนุษย์ด้วยลักษณะอาหารโปรดของพวกมันนี้ อิโซะ อนนะถือว่าดูเหมือนกับว่าเป็นแวมไพร์สาว หรือ ปีศาจดูดเลือดที่อยู่ในความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับในทางโซนยุโรปเธอมีความอันตราย มีความเชื่อว่า อิโซะ อนนะ มีความเกี่ยวข้องกับ นูเระ อนนะ  สิ่งที่เหมือนกันคือโยไคทั้งสองนี้ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อ อาหาร พฤติกรรม สถานที่ล่าเหยื่อที่ดูแล้วคล้ายกันเป็นอย่างมาก คือ ริมชายหาดเป็นสถานที่ล่าเหยื่อที่โยไคทั้งสองประเภทนี้ชื่นชอบเป็นอย่างมาก ความเชื่อ : Iso Onna อิโซะ อนนะ อิโซะ อนนะ (Iso Onna) เป็นโยไคของประเทศญี่ปุ่นที่มันมีความน่ากลัวเป็นอย่างมากภายใต้ใบหน้าที่สวยงามของเธอ จะพบพวกมันอยู่ที่หมู่บ้านของชาวประมงทั่วประเทศญี่ปุ่น อิโซะ อนนะ อาหารที่พวกมันชื่นชอบโปรดปรานเป็นอย่างมากคือการดูดเลือดจากเหยื่อ ถือได้ว่ามันเป็นแวมไพร์สาวจากความเชื่อของชาวยุโรป แต่พวกมันไม่กินเนื้อมนุษย์นะ พวกมันมีความข้องเกี่ยวกับ นูเระ อนนะ เพราะพฤติกรรมและลักษณะของเหยื่อ พวกมันชอบออกล่าเหยื่อโดยการเดินไปตามชายหาด ส่วนที่ต่างระหว่าง อิโซะ อนนะกับ นูเระ อนนะ คือ ภายนอกนูเร อนนะจะเป็นงู แต่อิโซะ อนนะ […]

ตำนาน “Hanako-san” ฮานาโกะซัง ผีเด็กผู้หญิงในห้องน้ำ

ตำนาน Hanako-san

ภายมในโรงเรียนของประเทศญี่ปุ่นต่างก็มีเรื่องราวที่เกี่ยวกับสิ่งลี้ลับอยู่เหนือธรรมชาติปรากฏให้พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน ครูบาอาจารย์ หรือบุคคลากรที่ทำงานภายในโรงเรียนนั้นๆก็ต่างได้รับประสบการณ์พบเจอกับผีกันทั้งสิ้น มีเรื่องราวของเด็กผู้หญิงที่มีลักษณะผมบ๊อบสวมใส่ชุดกระโปรงสีแดงใครอยากพบเธอให้ไปที่ห้องน้ำที่ 3 ของอาคารชั้น 3 ให้เคาะประตูสามครั้งแล้วคุณจะได้รับถึงประสบการณ์ชวนสยอง ตำนานความเชื่อ : “Hanako-san” ฮานาโกะซัง “Hanako-san” ฮานาโกะซัง หรือ  Toire no Hanako-san เป็นผีที่ปรากฏอยู่ในตำนานพื้นบ้านของเมืองที่ประเทศญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงเกี่ยวกับดวงวิญญาณหรือผีของเด็กผู้หญิงที่มีชื่อที่เรียกขานกันว่า Hanako-san ผีตนนี้จะสิงสถิตอยุ่ในห้องน้ำที่ 3 ชั้นที่ 3 ภายในตัวโรงเรียน เพื่อตามหลอกหลอนผู้คนที่เป็นเหยื่อของเธอ ที่มาของต้นกำเนิดฮานาโกะซังนี้มีอยุ่หลากหลายแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่ของแต่ละสถานที่ด้วย บางก็ว่ามีความเชื่อว่าฮานาโกะซัง เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่เสียชีวิตลงไปจากการถูกโจมตีทางอากาศที่ในขณะนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่สองอยู่ ซึ่งในตอนนั้นเธอกำลังเล่นซ่อนหาอยู่กับเพื่อน และยังมีความเชื่อว่า ฮานาโกะซัง เธออาจถูกพ่อแม่หรืออาจเป็นคนแปลกหน้าสำหรับฮานาโกะซังทำการสังหารเธอลงไป หรือไม่ก็ว่าเธออาจจะฆ่าตัวตายภายในห้องน้ำ ณ โรงเรียนแห่งนั้นๆ ตำนานของฮานาโกะซังนี้เป็นเด็กที่อยู่ในวัยของประถมศึกษาประเทศญี่ปุ่น และตำนานนี้ได้รับความนิยมจากเด็กนักเรียนชอบมาล่าท้าผีโดยการท้าทายกับเพื่อนๆให้พยายามไปเรียกฮานาโกะซัง ให้เธอออกมา ซึ่งในห้องน้ำภายในโรงเรียนของประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ได้มีแค่ดวงวิญญาณของเธอตนเดียวแต่ยังมีวิญญาณของ คาชิมะ เรอิโกะ เด็กสาวที่เสียชีวิตจากการถูกรถไฟชนร่างขาดครึ่ง มีใบหน้าที่เสียโฉม อยู่ในห้องน้ำนี้ด้วย ผีตนนี้มักจะคอยมาถามร้านขายของว่าขาของเธอไปอยู่ที่ไหน ถ้าเกิดเหยื่อของ   เรโกะมีคำตอบที่ไม่พอใจแล้ว ผีตนนี้จะจับเหยื่อฉีกขาให้ออกจากกันทันที ความจริงแล้วมีคนที่เชื่อว่าดวงวิญญาณของ ฮานาโกะซังนั้นไม่มีอันตรายแต่อย่างใด แต่เธอมักจะทำร้ายผุ้คนที่คอยทำพิธีกรรมเรียกหาตัวเธอให้ออกมาปรากฏตัวเพื่อตอบสนองความต้องการเล่นสนุกเพียงเท่านั้น […]

ตำนาน “Boogeyman(บูกี้แมน)” ปีศาจแห่งฝันร้ายของเด็กๆ

ตำนาน “Boogeyman(บูกี้แมน)”

เรื่องราวลี้ลับ สิ่งที่อยู่ในความมืด ความเชื่อเรื่องปีศาจหรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่เหนือจินตนาการของเราเองนั้น ไม่มีหลักฐานพิสูจน์สิ่งนี้ได้เลย มีตำนานหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Boogeyman (บูกี้แมน) มีตำนานเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับสิ่งนี้มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะมีสิ่งนี้แฝงอยู่ พวกมันชอบมักจะเป็นเครื่องมือของพ่อแม่ไว้ขู่ลูกๆให้กลัวไม่ซน ไปดูตำนานบูกี้แมนจากทั่วโลกกันว่าอะไรบ้าง ความเชื่อ : “Boogeyman (บูกี้แมน)” บูกี้แมน (Boogeyman) เป็นปีศาจหรือสัตว์ประหลาดประแภทหนึ่งในตำนานที่เหล่าบรรดาผุ้ปกครองที่นิยมเอาเรื่องราวของบูกี้แมนนี้มาหลอกหรือขู่เด็กให้ไม่ดื้อให้เด็กทำตัวเป็นคนดีไม่ซน เชื่อฟังผู้ใหญ่ ซึ่งหลักความเชื่อของบูกี้แมนนี้มีอยู่หลายวัฒนธรรมรอบโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามบูกี้แมนจะแฝงไปอยู่หลักความเชื่อของสิ่งเหนือธรรมชาตินี้ไม่ว่าจะเป็นตำนานหรือนิทานสยองขวัญก็ตาม ตามตำนานแล้วจากข้อเท็จจริงนี้ บูกี้แมนจึงไม่มีรูปร่างหน้าตาที่แน่ชัด จึงทำให้บูกี้แมนจะเปลี่ยนร่างกายไปตามความกลัวของคนๆนั้น และตามหลักของคนที่เคยเจอบูกี้แมนแล้วมีสถิติอยู่ว่า บูกี้แมนมักจะทำการหลอกหลอนกับพวกเด็กๆสะส่วนใหญ่ พวกมันชอบเสพความกลัวของเด็กๆเป็นอย่างมาก ถือว่าเด็กๆเป็นเหยื่ออันหอมหวานของพวกมัน ถ้าผู้ใหญ่ต้องการสอนเด็กๆพวกเขาก็จะยกเรื่องราวของบูกี้แมนนั้นออกมา บูกี้แมน (Boogeyman) : ปีศาจแห่งฝันร้ายตามวัฒนธรรมต่างๆ บูกี้แมน เป็นปีศาจที่มีความน่ากลัวและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักสำหรับเด็กๆกับผู้ใหญ่ทางฝั่งอเมริกาเหนือ มีประโยคที่พวกผู้ปกครองได้เคยพูดไว้ว่า “ถ้าเกเร ดื้อ เดี๋ยว Boogeyman จะมาเอาตัวไป” เป็นประโยคที่บอกถึงการข่มขู่เด็กให้กลัวอย่าดื้อเป็นเด็กดี และพวกมันเป็นปีศาจที่เด็กกลัวเป็นอย่างมาก พวกมันมักจะมีที่สถิตอยู่ตามใต้เตียง ในตู้เสื้อผ้า ใต้บันได มักเป็นทางออกเพื่อให้พวกมันออกมาล่าเหยื่อ ต้นกำเนิด : “Boogeyman (บูกี้แมน)” ที่มาต้นกำเนิดของ บูกี้แมน (Boogeyman) มีความเชื่อว่าจากเรื่องที่ถูกเล่ากันว่านี้ พวกมันถูกพบเห็นหรือค้นพบที่ประเทศมาเลเซีย โดยขณะนั้นได้เกิดการล่าอาณานิคมโดยมีอังกฤษเข้ามายึดครองที่เกาะอันดับที่ […]