ตำนานสยองทั่วโลก: ฮาจิซาคุ หรือ ปีศาจผีสาวสูง 8 เมตร

ตำนาน ผีต่างประเทศ ฮาจิซาคุ

   หลังจากที่ได้พูดถึงเรื่องสยองขวัญมากมายที่ผ่านมา หลายคนคงคิดว่าปีศาจนั้นคงจะมาในลักษณะที่เป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวและอาจจะมีรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาด แต่จะป็นยังไงถ้าปีศาจตนนั้นมาในลักษณะหญิงสาวที่มีความสวยงาม สำหรับวันนี้แอดขอนำเสนอ ฮาจิซาคุซามะ หรือ ปีศาจผีสาวสูง 8 เมตร ที่เป็นปีศาจขึ้นชื่อในญี่ปุ่น ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นยังไง ขอให้อ่านกันอย่างสนุกนะครับ    เรื่องเกี่ยวกับตำนานเกี่ยวกับผีสางในประเทศญี่ปุ่นนั้น ก็สามารถพูดได้ว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่เป็นที่รู้จักและโด่งดังเกี่ยวกับตำนานน่ากลัวของปีศาจในประเทศนี้ฮาจิซาคุซามะ (Hachishakusama) นั้นเป็นปีศาจที่สามารถพูดได้ว่าตำนานฮาจิซาคุซามะนั้นเป็นที่โด่งดังอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่นก็ว่าได้ ซึ่งสำหรับคนไทยนั้นหากพูดชื่อออกมาก็อาจจะยังมีงงอยู่บ้าง แต่ถ้าได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับความน่ากลัวของปีศาจตนนี้แล้ว ทุกคนส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกว่าเหมือนเคยได้ยินมาก่อนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  แต่สำหรับคนญี่ปุ่นนั้นหากได้ยินชื่อเกี่ยวกับ ฮาจิซาคุซามะแล้วพวกเข้าก็จะรู้เกี่ยวกับความน่ากลัวและตำนานของมันที่มีมาแล้วตั้งแต่โบราณและมันได้สร้างความน่ากลัวให้กับเหล่าคนญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน    ความหมายของฮาจิซาคุซามะ นั้นมีความหมายตามคำก็คือ ฮาจิ นั้นแปลว่าแปด ส่วน ซาคุ นั้นแปลว่า ฟุตหรือเมตร และซามะ ที่แปลว่าท่าน ซึ่งหากพอได้รวมกันทั้งหมดนั้น ก็ได้แปลว่า ปีศาจที่มีความสูง8เมตร นั่นเอง    สำหรับประวัติของฮาจิซาคุซามะนั้นก็ได้มีการพูดถึงและบันทึกเอาไว้โดยชาวบ้านและผู้ทีได้พบเจอกับปีศาจตนนี้ว่า เดิมทีแล้วนั้นฮาจิซาคุซามะเป็นปีศาจที่ได้สิงสถิตอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแต่ปีศาจตนนี้นั้นได้ถูกกักขังหรือที่เรียกว่าผนึกวิญญาณของปีศาจตนนี้ไว้ตรงที่รูปปั้นของพระพุทธรูปของชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเรียกว่าจิโซ ตัววิญญาณของปีศาจนั้นได้ถูกพนึกไว้ในรูปปั้นหินนี้เป็นเวลานานแล้วซึ่งรูปปั้นหินนี้ได้มีอยู่จำนวนสีฝั่งเป็นรู้สี่เหลี่ยมรอบหมู่บ้าน ซึ่งทุกรูปปั้นนั้นก็ได้มีวิญญาณของฮาจิซาคุซามะอยู่และสาเหตุที่วิญญาณของฮาจิซาคุซามะได้ถูกผนึกไว้นั้นก็เพราะว่า ฮาจิซาคุซามะนั้นเป็นปีศาจที่มีความชั่วร้ายมากก่อนที่วิญญาณของฮาจิซาคุซามะจะถูกผนึกนั้น มันได้ไล่กินมนุษย์เป็นอาหาร มนุษย์ที่ว่านั้นจะเป็นเด็กซะส่วนใหญ่ที่ได้โดนฮาจิซาคุซามะกินเข้าไป     ฮาจิซาคุซามะนั้นได้กินเด็กไปเป็นจำนวนมากก่อนหน้านั้นด้วยวิธีที่ว่า มันจะหลอกล่อเด็กที่มันได้หมายตาเอาไว้แล้ว การที่จะหลอกล่อของมันนั้นมันจะเริ่มที่ใช้เสียงแปลกๆในการเรียกเหยื่อของมันเพื่อที่จะทำให้เหยื่อนั้นสนใจกับเสียงที่ตัวเองได้ยินและจะค่อยๆเดินเข้าไปหาต้นตอของเสียงและหลังจากนั้นมันจะปรากฏตัวให้กับเหยื่อที่มันต้องการจะกินได้เห็น โดยลักษณะของมันที่ปรากฏนั้น มันจะปรากฏมาเป็นลักษณะของหญิงสาวที่มีหน้าตาสวย ผิวขาวเหมือนผู้หญิงปกติทั่วไป แต่สิ่งที่แปลกไปนั้นก็คือร่างกายของมันที่มีความสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไป ซึ่งร่างของหญิงสาวที่มันปรากฏนั้นสูงถึง 8 เมตร ซึ่งในบันทึกนั้นมีผู้ที่ได้บอกไว้ในบันทึกว่า ได้มีชาวบ้านนั้นได้เคยเจอกับฮาจิซาคุซามะที่มาในลักษณะของหญิงสาวนั้น ในบันทึกได้บอกไว้ว่าฮาจิซาคุซามะนั้นไม่ได้เพียงแค่สามารถแปลกกายเป็นหญิงสาวที่สูง […]

มหาลัยสยองขวัญ : 5 ตำนานสยองขวัญของมหาลัยสงขลานครินทร์ ( ทุกวิทยาเขต)

ตำนาน มหาลัยสยองขวัญ

   มหาลัยนั้นถือว่าเป็นสถานที่มีเรื่องเล่าและตำนานเกี่ยวกับความน่ากลัวที่เราอาจจะไม่รู้กัน ซึ่งวันนี้แอดได้นำ 5 ตำนานสยองขวัญของมหาลัยสงขลานครินทร์ มาให้เหล่านักศึกษาที่ชอบเรื่องผีได้รู้กันเกี่ยวกับตำนานต่างๆที่อยู่ภายในมหาลัยนี้ ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีอะไรบ้าง อ่านกันให้สนุกได้เลยครับ… 1. ควนมดแดง    ก่อนอื่นเลยนั้นคำว่า “ควน” ของภาษาใต้ก็มีความหมายของภาคกลางประมาณว่าเนินที่มีความสูงขึ้นมาเพียงนิดหน่อย ซึ่งหากมีสถานที่ที่สูงขึ้นเนินขึ้นมาคนใต้เค้ามักจะเรียกกันว่าควน ซึ่งในมหาลัยสงขลานครินทร์นี้ได้มีตึกวิศวะอยู่ตรงที่หนึ่งที่อยู่ข้างในเข้าไปซึ่งข้างๆตัวตึกวิศววะนั่นจะเป็นถนนอยู่สายหนึ่งเป็นถนนเส้นแรกๆที่มีเพียงผู้ที่รู้ทางมักจะเข้าไปใช้กัน ซึ่งมันเป็นทางที่นำไปสู่เส้นเนินที่ว่า “ควนมดแดง” ลักษณะของถนนเส้นนี้นั้นตลอดทางเข้าไปนั้นจะมีลักษณะที่เป็นเหมือนมีป่าประกบอยู่ทั้งสองข้างจึงทำให้ทางถนนนั้นค่อนข้างจะมืดมากในตอนกลางคืนเนื่องจากว่าถนนเส้นนั้นเป็นถนนที่อยู่ลึกเข้าไปและมีแสงไฟเพียงไม่กี่เสาเท่านั้นที่อยู่ในทางถนน    ซึ่งตัวถนนควนมดแดงนี้ได้มีตำนานสยองขวัญอยู่ที่ทำเอาคนที่รู้นั้นก็รู้สึกกลัวและไม่อยากขับรถผ่านถนนเส้นนี้คนเดียวเลย เหล่านักศึกษาของมหาลัยนี้เคยเล่ากันว่า ควนมดแดงนี้ได้เคยมีรุ่นพี่อยู่คนหนึ่งได้เพิ่งเลิกเล่นบอลเสร็จในตอนกลางคืน ซึ่งมันเป็นเวลาที่ดึกมากๆเข้าไปแล้วและตัวเขานั้นได้ใช้ถนนนี้เป็นทางในการกลับ เขาเลือกที่จะเดินกลับในเวลากลางคืนซึ่งมันเป็นอะไรที่มืดมากเพราะบรรยากาศรอบๆก็เต็มไปด้วยแค่ป่ามืดๆ ซึ่งความสว่างที่มีก็มีเพียงแค่มือถือของเขาและเสาไฟที่อยู่ห่างกันมากในแต่ละต้น เขาเดินไปเรื่อยๆจนได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ตรงเสาไฟที่อยู่ตรงทางผ่านที่เขาต้องเดินผ่าน ผู้หญิงคนนั้นใส่ชุดนักศึกษาและทำท่าใช้มือควักเรียกเขาให้เขานั้นไปหาเธอ และพอเขาเดินไปเพื่อที่จะเจอเธอ ในช่วงที่เธอเงยหน้าขึ้นมานั้นก็ต้องพบว่าใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยเลือดโชกที่อยู่บนใบหน้าเธอและเธอก็ได้วิ่งหนีหายไปในความมืดหลังจากนั้น    วิญญาณของหญิงสาวนักศึกษานั้นอาจจะมาจากเรื่องนี้ก็ได้ เพราะว่าได้มีการเล่าจากคนเก่าคนแก่ที่เคยอยู่แถวๆนั้นเล่ากันว่า บริเวณควนมดแดงนี้ได้เคยเกิดเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาสาวคนหนึ่ง ตัวเธอนั้นได้โชคร้ายได้ถูกคนงานแถวนั้นจับตัวเธอไปข่มขืนและฆ่าเธอในหลังจากนั้น ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่กำลังสร้างตึกวิศววะพอดีจึงได้มีคนงานอยู่ค่อนข้างเยอะในระแวงนั้น 2. ผีที่ตึกหอ 5     ในเรื่องเกี่ยวกับหอตึก 5 มีการเล่ากันว่าหอตึก 5 แห่งนี้เป็นหอที่ถูกรีโนแวดใหม่อีกทีเพราะในเมื่อก่อนนั้นหอแห่งนี้ได้เคยเป็นโรงแรมเก่ามาก่อน ซึ่งนักศึกษาหลายคนที่ได้เคยเข้าไปพักที่หอแห่งนี้ก็ต่างพูดกันว่ารูปแบบของหอพักแห่งนี้มีความคล้ายคลึงกับโรงแรมอย่างมากและมีการตกแต่งที่เป็นโรงแรมอย่างชัดเจน ซึ่งหอตึก 5 นี้เป็นหอเพียงหอเดียวจากทั้งหมดนั้นที่มีลิฟต์อยู่ภายในตึก ซึ่งหอหญิงอื่นๆนั้นไม่มีลิฟต์อยู่ภายในตึกเลยถ้าสังเกตจริงๆ ซึ่งตัวลิฟต์นี้แหละที่เป็นที่มาของความเฮี้ยนของหอพักตึก 5 นี้ ที่เหล่านักศึกษาของ มอ.พูดกันถึงความเฮี้ยนที่สุดของมหาลัยเขตปัตตานี     เรื่องความเฮี้ยนที่เกิดขึ้นภายในหอตึก 5 แห่งนี้เริ่มที่ช่วงก่อนปิดเทอมของเหล่านักศึกษา วันนั้นเป็นวันปกติที่ได้มีนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่งได้เข้าไปในลิฟต์ตัวนี้เพื่อที่จะขึ้นไปห้องของเธอ แต่ด้วยความดวงซวยของเธอที่อยู่ดีๆลิฟต์ตัวนี้นั้นอยู่ๆก็ได้ค้างอยู่ภายในตึก […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : ตำนานผีดูดเลือด หรือ Elizabeth Bathory แห่งปราสาท Cachtice Castle

ตำนาน ตำนานผีดูดเลือด

   สำหรับใครที่ได้เคยอ่านหรือเคยดูหนังเกี่ยวกับเรื่องเล่าสยองขวัญ หรือประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมในสมัยก่อนนั้น เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินหรืออาจจะคุ้นหูเกี่ยวกับตำนานของอลิซาเบธ ผู้ที่เป็นฆาตกรสาวที่ได้ฆ่าเหล่าเด็กสาวบริสุทธิ์และนำเลือดของพวกเธอมาอาบเพื่อที่จะรักษาร่างกายของเธอให้เป็นอมตะกันบ้าง แต่มีใครพอจะรู้เกี่ยวกับประวัติและที่มาของราวของเธอมาแล้วบ้าง วันนี้แอดจึงได้นำตำนาน ตำนานผีดูดเลือด หรือ Elizabeth Bathory แห่งปราสาท Cachtice Castle ที่จะทำให้คุณได้รู้จักเกี่ยวกับตัวอลิซาเบธมากขึ้น ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นยังไง อ่านกันได้เลยครับ บรือออ….    เรื่องราวสยองขวัญนี้ที่ได้เกิดเป็นตำนานเกี่ยวกับผีดูเลือดแห่งปราสาทแอคติส ที่ทุกคนได้รู้จักกันนั้นเกิดขึ้นที่ประเทศสโลวาเกียนี่เอง ก่อนจะเข้าเรื่องเกี่ยวกับ “ตำนานผีดูดเลือด” หรือ “อลิซาเบธ บาโธรี่” ที่เป็นที่รู้จักกันนั้นต้องบอกก่อนว่า ปราสาทแอคติสแห่งนี้ เป็นปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นอยู่ตรงบนภูเขาที่บริเวณเนินผาที่อยู่ใกล้ๆ กับหมู่บ้านแอคติส ปราสาทแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงกลางของศตวรรษที่ 13 สาเหตุที่ได้สร้างปราสาทแห่งนี้นั้นก็เพื่อที่จะให้เป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับอลิซาเบธกับคู่หมั้นของเธออย่างท่านเคาท์ ฟีเรนซ์ นาดาสดิ้ (Ferenc Nádasdy) ซึ่งหลังจากการแต่งงานระหว่างอลิซาเบธกับท่าเคาท์ ปราสาทแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของพวกเขา ซึ่งนอกจากนั้นก็ยังเป็นทั้ง เรือนจำ และยังเป็นสถานที่ที่ได้เกิดเรื่องสยองขวัญน่ากลัวและยังเป็นเรื่องที่ทำเอาประวัติศาตร์จำเป็นต้องระลึกไว้ถึงความอำมหิตของอลิซาเบธที่ได้ทำมา     สำหรับเรื่องราวความน่ากลัวหรือที่ตำนานน่ากลัวที่ได้เกิดขึ้นนั้นบางคนจะรู้จักกันในนามตำนานผีดูดเลือด ซึ่งนั่นได้มาจากความน่ากลัวของอลิซาเบธ บาโธรี่ นี่เองที่เธอนั้นเป็นทั้งเจ้าของปราสาทแอคติสแห่งนี้และยังเป็นเจ้าของของความน่ากลัวที่เกิดขึ้น     เคาท์เตส อลิซาเบธ บาโธรี่ นั้นเป็นผู้หญิงที่เกิดมาในประเทศฮังการี เธอมีความฉลาด เธอมีร่างกายและหน้าตาที่สวยงามและเธอยังเกิดมาในตระกูลชั้นสูงอีกด้วย นั่นจึงเป็นที่หมายตาของหลายๆ ตระกูลที่ต้องการแต่งงานกับตัวเธอ แต่นอกเหนือจากที่ว่ามาทั้งความฉลาดและหน้าตาที่สละสวยแล้วนั้น ข้างในภายในนิสัยของเธอนั้นช่างน่ากลัว […]

ตำนานสยองทั่วโลก : เทเค เทเค (Take Take) แห่งประเทศญี่ปุ่น

ตำนาน ผีต่างประเทศ เทเค เทเค

   อย่างที่รู้กันว่าประเทศญึ่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เป็นประเทศต้นๆ ที่สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวต้องการที่จะไปเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งนอกจากที่ว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่สวยงามแล้ว ประเทศญี่ปุ่นก็ยังขึ้นชื่อเกี่ยวกับเรื่องราวสยองขวัญ ตำนานวิญญาณต่างๆ ที่อยู่เต็มไปหมด ซึ่งวันนี้แอดได้นำหนึ่งในตำนานวิญญาณเฮี้ยนของประเทศญึ่ปุ่นมาให้อ่านกันก็คือ ตำนาน เทเค เทเค (Take Take) ซึ่งตำนานวิญญาณเฮี้ยนตนนี้เป็นวิญญาณที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันต้นๆ เลย ถ้าหากอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณตนนี้แล้ว ก็ขอให้อ่านกันอย่างสนุกนะครับ บรือ ….    เทเค เทเค (Take Take) หรือที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันในอีกชื่อก็คือ “วิญญาณของผีสาวครึ่งท่อน” เป็นเรื่องเล่าและยังเป็นตำนานวิญญาณผีเฮี้ยนที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นนี้ เป็นเรื่องที่ทำให้คนญี่ปุ่นนั้นรู้สึกกลัวที่จะต้องเดินไปไหนมาไหนคนเดียว มันเป็นตำนานที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนญี่ปุ่นมากมาย รวมถึงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ก็ต่างรู้สึกเสียวสันหลังกันหากได้ไปบริเวณที่ที่เคยเกิดเรื่อง เทเค เทเค นี่เอง ซึ่งเรื่องราวของวิญญาณผีสาวครึ่งท่อน เทเค เทเค นั้นมีอยู่มากมาย แต่จะสรุปให้ฟังให้ได้เข้าใจกันในที่แห่งนี้กันนะครับ สล็อตแตกง่าย    ตำนานของวิญญาณผีสาวครึ่งท่อนนั้นเกิดขึ้นมาจากที่ว่ามันคือเรื่องเล่าของชาวญี่ปุ่นในสมัยก่อนที่ได้พูดถึงนักเรียนที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่โดยปกติแล้วนั้นเธอก็ได้ใช้ชีวิตธรรมดาๆ ของเธอ เช้าไปโรงเรียนและตอนเย็นก็กลับบ้าน ซึ่งนั่นก็เป็นชีวิตประจำวันของเธอเป็นปกติ ทุกครั้งที่เธอกลับบ้านนั้น เธอจะเลือกวิธีที่จะเดินกลับบ้านเหมือนคนทั่วไป ซึ่งทางกลับบ้านของเธอนั้นจะต้องผ่านทางรถไฟที่เธอต้องเดินขึ้นสะพานและได้ข้ามรางรถไฟกลับบ้านของเธอ ซึ่งทุกครั้งมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ได้มีวันหนึ่งนั้นในระหว่างที่เธอกำลังเดินกลับบ้านและขึ้นบนสะพานของทางรถไฟ เธอก็ได้พลัดตกลงมาหล่นตรงรางรถไฟพอดี และในจังหวะนั้นเป็นกรรมของเธอที่ว่าได้มีรถไฟวิ่งเข้ามาพอดีและทำให้เธอนั้นได้ถูกรถไฟบดขยี้ร่างของเธอโดยที่ผ่าตัดร่างของเธอเป็นสองท่อน ครึ่งบนของเธอได้กระเด็นออกมาแล้วครึ่งล่างก็อยู่ตรงรางรถไฟ ซึ่งนั่นทำให้เธอนั้นได้เสียชีวิตทันทีหลังจากถูกรถไฟตัดสองท่อน ซึ่งบางคนก็เล่าว่าสาเหตุที่ทำให้เธอตกลงไปบนล่างรถไฟนั้นเป็นเพราะอุบัติเหตุที่เพื่อนๆ ของเธอในโรงเรียนได้เข้ามาแกล้งเธอด้วยความสนุกโดยการพลักเธอตกลงตกลงมาจากสะพานจึงทำให้ตัวเธอนั้นได้โดนรถไฟตัดเป็นสองท่อนนั่นเอง […]

ตำนานสยองทั่วโลก : ผีนับจานแห่งปราสาทฮิเมจิ

ตำนาน ผีต่างประเทศ ตำนานสยองทั่วโลก

   ในประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นแดนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และมีปราสาทที่สวยงามมากมายที่ได้ถูกสร้างมาไว้แล้วตั้งแต่สมัยก่อน และแต่ละปราสาทนั้นก็ต่างมีประวัติที่ทั้งดีและน่ากลัวต่างกันไป ซึ่งวันนี้สำหรับเรื่องสยองขวัญที่ได้นำมาให้ทุกคนได้อ่านนั้นเกี่ยวกับวิญญาณของ ผีนับจานแห่งปราสาทฮิเมจิ ซึ่งมันเป็นตำนานที่ชาวญี่ปุ่นเล่ากันมานานและยังเป็นเรื่องราวที่บางคนอาจจะได้ยินกันมาก่อน หากอยากรู้ประวัติความเป็นมาของที่แห่งนี้แล้ว ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ…    ปราสาทฮิเมจินั้นถูกตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ได้ถูกสร้างมาตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สองและยังคงเป็นหนึ่งในปราสาทที่อยู่รอดมาได้จากการทิ้งระเบิดในตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตอนนั้นและได้ถูกแต่งตั้งเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่เหลือรอดมาได้ ตัวปราสาทฮิเมจินั้นนับได้ว่าเป็นปราสาทที่มีความงดงามและมีความสวยมากในประเทศญี่ปุ่น และยังติดอันดับเป็น 1 ใน 3 ของปราสาทที่มีความงดงามที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ตัวปราสาทฮิเมจินั้นเป็นปราสาทที่มีพื้นผิวของตัวปราสาทที่อยู่ด้านนอกนั้นจะมีสีที่เป็นสีขาวสะอาด จึงได้มีผู้ที่เรียกชื้อปราสาทแห่งนี้อีกแบบว่า “ปราสาทนกกระสาสีขาว” ด้วยตัวลักษณะตัวตึกที่เป็นสีขาวสะอาด ตัวปราสาทนั้นได้ถูกสร้างและออกแบบมาให้ตัวปราสาทนั้นมีความลึกลับและค่อนข้างซับซ้อนหากได้เข้าไปเดินข้างในและข้างนอกนั้นก็ดูมีความแปลกตาและซับซ้อนเช่นกัน ตัวปราสาทแต่ละตึกนั้นมีการเชื่อมต่อที่สามารถเดินไปมากันได้ถึง 83 อาคารเลย ที่เขาทำแบบนั้นก็เพื่อที่จะใช้ปราสาทแห่งนี้ไว้ป้องกันศัตรูจากภายนอกหากเกิดสงครามที่อยู่ภายนอกได้เข้ามา ซึ่งปราสาทนี้ก็ได้ผ่านมาแล้วหลายสงครามจริงๆ ทั้งสงครามกลางเมืองและสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งในปัจจุบันปราสาทฮิเมจิแห่งนี้ก็ได้ถูกลงทะเบียนให้เป็นสมบัติที่เป็นประจำชาติของญึ่ปุ่นและยังคงมรดกของโลกอีกด้วยในวันนี้ สล็อต pg เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์    ตัวปราสาทแห่งนี้ได้มีตำนานเรื่องความน่ากลัวอยู่สองเรื่องหลักๆ ที่คนญี่ปุ่นมักจะรู้จักกันดีในเรื่องแรกคือ หากใครได้เข้าไปในปราสาทแห่งนี้ไม่ว่าจะเข้าไปทำธุระหรือเข้าไปดูความสวยงามข้างในหากใครได้เข้าไปอยู่ภายในนั้นเป็นเวลามากกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว หากไม่รีบออกมาจากตัวปราสาทภายใน 2 ชั่วโมงนับจากนั้น จะมีตำนานที่เล่ากันว่าคุณจะถูกอะไรบางอย่างที่จะบังดวงตาคุณไว้ไม่ให้หาทางออกจากปราสาทแห่งนี้ได้และจะหลงอยู่ข้างในนั้นเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนภายในจริงๆ ที่มาเห็นคุณเข้าแล้วพาคุณออกไปเอง ซึ่งนี่เป็นตำนานและความเชื่อที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับชาวญี่ปุ่นหลายคนและได้มีการเล่ากันจนเป็นที่รู้กันเกี่ยวกับความน่ากลัวของตำนานนี้    นอกจากนี้จะมีอีกตำนานหนึ่งที่นับได้ว่าเป็นตำนานเรื่องสยองขวัญที่ทำเอาทุกคนไม่ใช่เพียงแต่คนญี่ปุ่นเท่านั้นที่รู้จักเกี่ยวกับตำนานนี้ นั่นก็คือตำนานวิญญาณของผีนับจาน หรือที่รู้จักอีกชื่อคือ ชารายาชิกิ (Sarayashiki) หรืออีกชื่อก็คือ “โอคิคุ” นั่นเอง ภายในปราสาทแห่งนี้ได้มีการสร้างบ่อน้ำไว้หลายสิบบ่อเพื่อไว้ใช้งานกันภายใน แต่จะมีอยู่หนึ่งบ่อที่เป็นตำนานเกี่ยวกับวิญญาณที่มีผีนับจาน ซึ่งวิญญาณตนนั้นเป็นวิญญาณของหญิงสาวที่เคยใช้ชีวิตอาศัยอยู่ที่ปราสาทฮิเมจิแห่งนี้ นามของเธอที่รู้จักกันก็คือ […]

10 ตำนานป่าผีเฮี้ยนของประเทศอังกฤษ

ตำนาน ผีต่างประเทศ

    ป่าเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและความสงบ ที่จะทำให้คนที่ได้เดินเข้าไปนั้นรู้สึกสงบและสบายใจ แต่มีใครรู้บ้างว่าป่าที่เราเดินๆ กันอยู่นั้น ก่อนหน้านั้นได้มีเรื่องอะไรมาก่อนรึเปล่า วันนี้แอดได้นำ 10 ตำนานป่าผีเฮี้ยนของประเทศอังกฤษ ประเทศที่เต็มไปด้วยป่าไม้ที่มีประวัติน่ากลัว ถ้าอยากรู้แล้วว่าเป็นยังไง ลองอ่านกันได้เลยครับ บรือออ…. 1. เอ็ปปิ้งฟอเรสต์ (epping forest) (ระดับความสยอง : 7/10)    เอ็ปปิ้งฟอเรสต์เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่มีอายุมาแล้วเนิ่นนานและกินพื้นที่ภายในประเทศอังกฤษกว่า 5900 เอเคอร์ ป่าแห่งนี้อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างลอนดอนกับเอสแซก ซึ่งคนในประเทศอังกฤษนั้นต่างรู้ดีถึงความน่ากลัวของป่าเอ็ปปิ้งแห่งนี้ เหล่าคนอังกฤษนั้นรู้จักกันว่าป่าแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับฝังศพเหยื่อที่คนร้ายนั้นเป็นคดีที่เกี่ยวกับฝาแฝดคู่หนึ่งที่ได้ถูกฝั่งศพบริเวณนี้     หลังจากคดีชื่อดังที่คู่ฝาแฝดนั้นได้ถูกฝั่งศพลงไป หลังจากนั้นผู้คนก็ต่างได้รู้ถึงเกี่ยวกับคดีแห่งนี้ จึงได้มีการพบเจอสิ่งแปลกๆ ในบริเวณป่าแห่งนี้ ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นต่างล่ำลือกันเกี่ยวกับความดุของวิญญาณที่สิ่งสถิตอยู่ในป่าแห่งนี้ คำว่าดุที่พวกเขาหมายถึงนั่นก็คือการออกมาอาละวาดของเหล่าผีที่ทำให้ชาวบ้านนั้นรู้สึกกลัว ชาวบ้านต่างพูดกันเลยว่าพวกเขาสามารถจับต้องเหล่าวิญญาณที่อยู่ที่นี่ได้ เพราะได้มีหลายคนที่ได้โดนผีที่อยู่ที่นี่วิ่งไล่และถึงขั้นโดนพลักให้ล้มก็มี    มีการพูดถึงป่าแห่งนี้ในช่วงปี 2003 ซึ่งนับได้ว่าเป็นปีที่โหดร้ายมากที่สุดสำหรับที่นี่ ได้มีการพูดถึงป่าแห่งนี้ด้วยผู้ที่มาล่าท้าพิสูจน์เกี่ยวกับผีที่อยู่ที่นี่ พวกเขาเล่าว่าพวกเขาตัดสินใจเดินทางมาที่ป่าเพื่อที่จะตามหาผีตนหนึ่งที่พวกเขาเคยได้ยินมา ผีตนนี้ตอนมีชีวิตนั้นเขาก็คือโจรร้าย เป็นโจรที่ใช้ป่าเอ็ปปิ้งนี้เป็นที่หลบพลางให้กับตัวเองและได้นำเหยื่อผู้โชคร้ายมาฆ่าทิ้งที่นี่แล้วหลายคน เหล่าคนล่าท้าพิสูจน์นั้นเชื่อกันว่าผีโจรตนนี้พยายามที่จะสื่อสารกับพวกเขาอยู่ตลอดเวลา พวกเขาได้เดินเข้าไปในป่าและได้หลงทางและออกนอกเส้นทางจนทำให้พวกเขาหลงเป็นเวลานานจนได้รับความช่วยเหลือในภายหลังซึ่งพวกเขาคิดว่ามันคงเป็นเพราะผีที่ทำให้พวกเขาหลงทาง    ยังมีข่าวลืออื่นๆ เกี่ยวกับความน่ากลัวของป่าแห่งนี้ ในช่วงปี 1960 ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นหลายคนต่างยืนยันกันว่าพวกเขาได้เห็นเงาร่างดำใหญ่ของใครบางคน ซึ่งเงานันได้ออกมาจากบ่อน้ำกลางป่า ค่อยๆเดินออกมาจากบ่อน้ำมืดนั้น และขี่ม้าสีดำวิ่งไปทั่วในบริเวณป่าซึ่งไม่มีใครสามารถเห็นใบหน้าที่แท้จริงได้เพราะผีตนนี้ไม่มีหัว ซึ่งข่าวลือนี้เป็นตำนานที่ถูกเล่ามาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันก็ยังมีการเล่าเรื่องนี้ให้คนรุ่นใหม่ได้ฟังกัน 2. เกรดวูด (Great wood) […]

10 ตำนานปีศาจผีญี่ปุ่น หรือ YOKAI

ตำนาน ผีญี่ปุ่น

    ในประเทศญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่อเกี่ยวกับตำนานของปีศาจมากมาย ที่มีอยู่มาตั้งแต่โบราณถึงปัจจุบัน ซึ่งวันนี้แอดได้รวม 10 ตำนานปีศาจผีญี่ปุ่น หรือ YOKAI มาให้ผู้ที่ชอบเกี่ยวกับตำนานปีศาจหรืออาจจะเคยได้ยินมาบ้างได้รู้มากขึ้นเกี่ยวกับปีศาจในประเทศญี่ปุ่นนี้ ถ้าหากอยากรู้แล้วว่ามีอะรบ้างลองเข้าไปอ่านกันได้เลยครับ… 1. นุริคาเบะ (Nurikabe) (ปีศาจกำแพง) (ระดับความสยอง: 7/10) ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมักจะมีตำนานเกี่ยวกับผู้ที่เดินทางในป่าลึก ซึ่งนักเดินทางนั้นนอกจากที่พวกเขาจะเจอทั้งโจรผู้ร้าย และสัตว์ป่าแล้ว นอกเหนือกว่านั้นที่นักเดินทางมักจะเจอก็คือ “นูริคาเบะ”     นูริคาเบะนั้นเป็นปีศาจที่มีรูปร่างเหมือนกับกำแพงที่สามารถขยับได้และมีใบหน้าที่โผล่ออกมาออกจากกำลังแพง นูริคาเบะมักจะปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อขวางเส้นทางให้กับเหยื่อผู้ที่เป็นนักเดินทางในป่าอยู่บ่อยๆ ซึ่งโดยปกติแล้วนั้นนูริคาเบะจะมีนิสัยที่ไม่อยากจะยุ่งกับใครและมันพบใครเข้ามันก็จะหลบหนีไม่ให้ผู้นั้นได้เจอ แต่หากนักเดินทางผู้ไหนโชคดีและได้เจอกับมันเข้า จะเจอมันอาลาวาดด้วยการกีดกั้นสั้นทางเราไม่ให้เราสามารถไปต่อได้ มันทำแบบนั้นเพื่อที่จะบังคับให้เราเดินทางไปตามเส้นทางที่มันต้องการ นูริคาเบะก็จะค่อยๆ ขยายตัวและอนาเขตเพื่อที่จะขว้างทางเหล่านักเดินทางไปเรื่อยๆ จนพวกเขาหายตัวไปอย่างลึกลับหลายคนแล้ว      แม้การขว้างทางเดินเหล่านักเดินทางที่มาเดินในป่าของนูริคาเบะได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกและที่แรก แต่นอกจากที่ญี่ปุ่นแล้ว ที่ต่างประเทศก็ต่างมีการบันทึกเกี่ยวกับตำนานต่างๆ ที่ค่อนข้างคล้ายกับนูริคาเบะเช่นกัน     ได้มีชายนักเขียนชาวญี่ปุ่นชื่อดังคนหนึ่งเคยออกมาพูดว่าเขาเคยได้พบเจอกับนูริคาเบะมาแล้วตัวเป็นๆ จากคำบอกเล่าของเขา เขาได้บอกไว้ว่า ในสมัยที่เขาทำงานอยู่ที่กองทัพ ตอนนั้นมันเป็นเขตป่าของประเทศปาปัวนิวกินีและเขาได้เจอกับนูริคาเบะที่นั่น เขาได้แนะนำไว้วิธีที่จะหลุดพ้นจากนูริคาเบะได้นั้นคุณต้องพกเกลือไว้กับตัว นั่นคือวิธีการที่จะทำให้คุณรอดปลอดภัยจากนูริคาเบะ 2. ซาชิกิวาราชิ (Zashikiwarash) (วิญญาณผีเด็กในห้องนั่งเล่น) (ระดับความสยอง: 8/10) ปีศาจหรือผีเฮี้ยนตนนี้จะสามารถพบได้ในบ้านสมัยโบราณในประเทศญึ่ปุ่น บ้านในโบราณของญี่ปุ่นนั้นจะมีลักษณะเป็นห้องโถ่งที่มีขนาดกว้าง ที่จะถูกขั้นด้วยประตูกระดาษที่เรียกกันว่าโชจิ ประตูกระดาษโชจินั้นเป็นประตูบานเลื่อนที่มีกระดาษบางแปะไว้ตรงกับด้านประตู นั่นจึงทำให้ผู้คนในสมัยก่อนมักจะได้เห็นอะไรบางอย่างแวบผ่านไปมาและได้ยินเสียงขูดลากจากบานประตูโดยไม่สามารถรู้ได้ว่ามาจากบานประตูอันไหนกันแน่ นอกจากเสียงที่พวกเขาได้ยินบริเวณทางประตูในบ้านแล้ว […]

5 ตำนานเรื่องเล่าหมู่บ้านผีเฮี้ยนต่างประเทศ

ตำนาน เรื่องเล่าผี หมู่บ้านผี

   ในประเทศไทยมีหมู่บ้านที่น่ากลัวแห่งหนึ่งที่คิดว่าทุกคนคงรู้จักกันดีในชื่อว่า “ลัดดาแลนด์” ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้สร้างเรื่องสยองขวํญทำให้คนไทยได้กลัวหมู่บ้านแห่งนี้ไปนาน แต่คุณรู้ไหมว่านอกจากประเทศไทยแล้ว ประเทศอื่นๆ เค้าก็มีตำนานหมู่บ้านสยองขวัญเช่นกัน วันนี้แอดจึงนำ 5 ตำนานเรื่องเล่าหมู่บ้านผีเฮี้ยนต่างประเทศ ให้ทุกคนได้ลองดูกันว่าน่ากลัวเหมือนของประเทศไทยไหม… 1. หมู่บ้านบรามช็อทท์ (Bramshott) ณ ประเทศอังกฤษ (ระดับความสยอง: 8/10)   ที่ประเทศนั้นจะมีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความที่ผีเฮี้ยนและมีผีดุมากๆ อยู่ที่หนึ่งหมู่บ้านนั้นชื่อว่า “พาร์ครี่” (Pluckley) ซึ่งคนในประเทศส่วนใหญ่จะรู้จักกันดี แต่ห่างจากหมู่บ้านพาร์ครี่ไปเพียงไม่กี่กิโล ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมง ที่นั่นจะมีอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนมากกว่าหมู่บ้านพาร์ครี่อีก นั่นก็คือหมู่บ้าน “บรามชอทท์” (Bramshott)    หมู่บ้านบรามชอทท์นั้นเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มาก นับได้ว่าเป็นหมู่บ้านแรกๆในประเทศอังกฤษก็ว่าได้ หมู่บ้านนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาก่อนปี 1086 หลังจากที่ได้เกิดหมู่บ้านบรามชอทท์นั้นหลังจากนั้นในปี 1700 ก็เริ่มที่จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับหรือวิญญาณที่ทำให้เกิดตำนานภายในหมู่บ้านนี้ขึ้นมา ในหมู่บ้านบรามชอทท์นั้นจะมีโรงแรมอยู่โรงแรมหนึ่งที่ขึ้นต้นชื่อโรงแรมด้วยเลขเจ็ด ใครต่อใครก็ต่างพูดถึงโรงแรมนี้ว่ามันเป็นโรงแรมที่สร้างแต่ความน่ากลัวให้แกผู้คน ว่ากันว่าโรงแรมแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์ขึ้นมากมาย ทั้งเรื่องเกี่ยวกับอาชญากรรมและรวมไปถึงฆาตกรรมเป็นโรงแรมที่เคยเกิดคดีขึ้นมามากมายต่อเนื่อง หลังจากที่โรงแรมแห่งนี้ได้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีมากมายทำให้ ผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นก็เริ่มเห็นอะไรที่ที่แปลกๆ ภายในโรงแรมนี้ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน จากการพูดถึงกันมามากมายเกี่ยวกับหมู่บ้านนี้ทำให้พบว่า หมู่บ้านนี้ได้มีวิญญาณผีเฮี้ยนอยู่มากกว่า 17 ตนที่คอยหลอกหลอนผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ยกตัวอย่างของเหล่าวิญญาณที่มาหลอกหลอนผู้คนก็จะมี วิญญาณของคุณนายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ที่บ้านริมแม่น้ำและอยู่ๆ เธอก็ได้กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย วิญญาณของเด็กชายที่ได้ตายไปด้วยสาเหตุบางอย่าง ชาวบ้านมักจะเห็นผีเด็กมักจะมาปืนต้นไม้เล่นให้เห็น และบางคนก็เห็นวิญญาณที่มาในลักษณะชุดสีขาวบ้าง ชุดสีเทาบ้าง รวมไปถึงเคยมีเด็กชายที่ถูกโจรร้ายได้ฆ่าชิงทรัพย์ไป ซึ่งวิญญาณของเด็กคนนั้นก็ยังคงเดินอยู่ตามถนนให้ชาวบ้านได้เห็น […]

5 ตำนานและเรื่องสยองขวัญจังหวัดกาญจนบุรี

ตำนาน เรื่องเล่าผี จังหวัดกาญจนบุรี

   ทุกคนรู้ไหมว่า จังหวัดกาญจนบุรีนั้นขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อยู่มากมายและยังเป็นจังหวัดที่เคยเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ใครจะไปรู้ว่าก่อนที่จะมาเป็นจังหวัดกาญจนถึงทุกวันนี้ แอดจึง รวม 5 ตำนานและเรื่องสยองขวัญจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับคนที่อย่างรู้ถึงด้านที่น่ากลัวของจังหวัดนี้กัน ขอให้อ่านให้สนุกนะครับ บรืออ 1. ช่องเขาขาด (ระดับความสยอง: 8/10) ช่องเขาขาดหรือบางคนมักจะเรียกกันว่าทางรถไฟสายมรณะ และทางต่างประเทศเค้าเรียกเส้นรถไฟสายนี้ว่า “Hellfire pass” เพราะที่นั่นไม่ต่างจากนรกบนดิน เหตุเพราะว่าในช่วงที่ก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ได้มีชาวต่างชาติได้ตายลงไปจากการทำการก่อสร้างเพราะว่าช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามอยู่ด้วย ในปัจจุบันนั้นได้มีพิพิธภัณฑ์ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้ามาเพื่อแสดงความไวอาลัยให้กับผู้ที่ตายไปในสถานที่แห่งนี้ ส่วนเรื่องราวสยองขวัญนั้นก็มีผู้คนไม่มากนักที่จะพบเจอวิญญาณหรือเรื่องแปลกๆ แต่ก็ยังมีคนได้เจอเรื่องสยองขวัญที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้ ที่จะทำให้พวกเขาจำเป็นตลอดชีวิต      เคยมีชาวบ้านที่มีจิตเมตตา พวกเขาได้รวมตัวกันมาที่ช่องเขาขาดเพื่อที่จะตั้งใจทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเหล่าเชลยศึกที่เสียชีวิตไปในช่วงงานก่อสร้าง ชาวบ้านนั้นได้นิมนต์พระเข้ามาสามรูปและจัดอาหารเครื่องเซ่นมาเรียบร้อย ในด้านของพระท่านก็สวดมนต์ทำพิธีกันไปหลังจากพวกเขาทำพิธีทุกอย่างจบลง ชาวบ้านจึงพาพระท่านกลับไปส่งที่วัด หลังจากที่พระท่านลงจากรถแล้ว พระรูปหนึ่งก็ได้บอกชาวบ้านว่าในช่วงระหว่างที่พระท่านกำลังสวดทำพิธีอยู่นั้นท่านได้เห็นวิญญาณของเหล่าเชลยศึกยืนเต็มตรงช่องเขาแห่งนี้ไปหมด บางตนก็ล้อมกันกินเครื่องเซ่นที่เตรียมกันไว้อย่างหิวโหย ซึ่งลักษณะของพวกเขาแต่ละคนนั้นดูน่าสงสารและเสื้อผ้าขาดลุ่ย ซึ่งนั่นทำให้พวกชาวบ้านได้รับรู้ว่าคงจะไม่มีใครมาทำบุญให้พวกเขาเท่าไหร่นัก         มีอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวและเพื่อนของเธอ ทั้งสองนั้นตั้งใจที่จะไปช่องเขาขาดเพื่อไปเที่ยวและไปถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานโดยไม่คิดอะไร ก่อนมาทั้งสองไม่ได้ศึกษาที่แห่งนี้มาก่อนว่ามีประวัติอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อนรึเปล่า สิ่งที่พวกเธอคิดก็แค่ว่าวิวที่นั่นคงสวยสำหรับการถ่ายรูปและไปดูบรรยากาศ หลังจากที่เดินทางไปถึงทั้งสองก็ไม่ได้เข้าไปในพิพิธภัณฑ์และมุ่งหน้าเพื่อที่จะไปตรงจุดมุ่งหมายของพวกเธอ ซึ่งในตอนนั้นการที่จะเดินทางไปช่องเขาขาดนั้นจะมีทางเก่าและทางใหม่ซึ่งทางใหม่นั้นสร้างขึ้นเพื่อที่จะให้เดินทางไปถึงจุดได้อย่างง่ายขึ้น แต่พวกเธอเลือกที่จะเดินไปทางเก่า ในระหว่างที่พวกเธอเดินกันอยู่นั้น พวกเธอได้สังเกตว่าในเส้นทางเก่านั้นมีเพียงพวกเธอเท่านั้นที่ใช้ทางนี้และในระหว่างทางมันทำให้พวกเธอรู้สึกหายใจไม่ออกและรู้สึกแปลกๆ พวกเธอจึงตัดสินใจกลับไปและเดินไปทางใหม่น่าจะดีกว่า ตอนที่เธอกำลังเดินไปนั้นเธอได้เห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มนึงเดินสวนลงมาพอดี พอพวกเธอไปถึงจุดช่องเขาขาดก็มีเพียงแต่พวกเธอที่ถึงพอถึงพวกเธอก็สังเกตถึงของที่เหมือนจะมีคนเอามาไหว้และมีของตั้งเต็มไปหมด ซึ่งมันก็ทำให้พวกเธอขนลุกไปแล้วแต่ พวกเธอก็ยังคงถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ ในระหว่างที่ถ่ายรูปอยู่นั้นเธอเงยหน้าไปดูข้างบนเธอก็เห็นเงาดำๆ ชะโงกดูอยู่เต็มไปหมด นั่นทำให้เธอตกใจและคิดว่าตัวเองตาฟาดแต่เธอก็ไม่กลับไปมองที่จุดนั้นอีก หลังจากนั้นเธอก็สังเกตที่หน้าของเพื่อนเธอ ซึ่งตอนนั้นหน้าของเพื่อนเธอก็ดูเปลีย่นไปด้วย พวกเธอจึงตัดสินใจกลับกันเลยตอนนั้น […]

5 ตำนานเรื่องเล่าสยองจังหวัดหวัดสุราษฏร์ธานี

ตำนาน เรื่องเล่าผี จังหวัดหวัดสุราษฏร์ธานี

จังหวัดสุราษฏร์ธานีที่หลายคนคงรู้จักในนามไข่เค็มไชยาและหอยนางรมแสนอร่อย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังคงมีความน่ากลัวทั้งในตัวโรงแรมและสถานท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัด วันนี้จึงได้รวม 5 ตำนานเรื่องเล่าสยองจังหวัดหวัดสุราษฏร์ธานี เพื่อที่จะได้รู้อีกด้านหนึ่งของจังหวัดสุราษฏร์ธานีกัน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงลองอ่านกันดูนะครับ… 1. ตำนานหินตาหินยาย (ระดับความสยอง: 6/10)    หินตาหินยายนั้น สามารถพบได้ที่บริเวณหาดละไม เกาะสมุย ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี หินตาและหินยายนั้นอยู่ที่ลานหินกว้างริมชายหาด ถ้าคุณมองไปทางด้านขวามือนับจากทะเลคุณจะเห็น“หินตา” ซึ่งเป็นหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่ถูกน้ำทะเล สายลม และแสงแดด กัดเซาะจนมีลักษณะของหินคล้ายอวัยวะเพศชายตั้งชี้ฟ้าอยู่ และหากคุณมองไปทางซ้ายมือนับจากทะเลคุณจะได้เห็น“หินยาย” เป็นก้อนหินแกรนิตขนาดมหึมา มีลักษณะเหมือนร่างของผู้หญิงบริเวณช่วงเอวลงมา นอนทอดตัวอยู่ลงไปทางทะเล นี่คือลักษณะของหินตาหินยายที่สามารถพบเจอได้ แต่นอกจากนี้ยังมีตำนานของหินตาหินยายที่มีการเล่ากันมาตั้งแต่อดีตและถูกเล่าต่อๆ กันมา     ในตำนานถูกเล่ากันมาว่า นานมาแล้วมีตายายคู่หนึ่งชื่อว่า ตาเครง และ ยายเรียม แกเป็นชาวปากพนัง อยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กำลังจะเดินทางไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย ที่จังหวัดประจวบ ให้กับลูกชายของแกชื่อว่า คง โดยพวกแกได้เดินทางโดยเรือสำเภา ในระหว่างที่กำลังเดินทางอยู่นั้น พอมาถึงตรงบริเวณแหลมละไมก็ได้เกิดพายุใหญ่ขึ้นทำให้เรือล่ม ซึ่งสินสอดทองหมั้นที่ตายายตั้งใจเตรียมไว้เพื่อไปสู่ขอได้จมน้ำหายไปจนหมด ส่วนญาติที่เดินทางเพื่อมาสู่ขอด้วยได้จมน้ำเสียชีวิตกันหมดกลายเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยรายรอบเกาะสมุย ส่วนนายคงลูกชายของแกนั้นได้ถูกน้ำซัดไปทางหาดเชิงมนและเสียชีวิตไปกลายเป็นเกาะกง     ที่ยังเหลือจากผู้ที่ตายไปทั้งหมดนั้นมีเพียงตาเครงและยายเรียม ซึ่งถูกทะเลซัดมาที่หาดละไม ทั้งตัวตาและยายนั้นเสียใจอย่างมากและกลัวว่าตาม่องล่าย จะคิดว่าตนทั้งสองเป็นคนไม่รักษาคำพูด ทั้งคู่จึงพากันอธิฐานขอให้บริเวณนี้เกิดเป็นสัญลักษณ์เพื่อที่จะให้ตาม่องล่ายรับรู้ว่าพวกตนนั้นไม่ได้ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็กลั้นใจกระโดดน้ำที่หาดละไมเพื่อฆ่าตัวตายและก็กลายเป็นหินตาหินยายถึงทุกวันนี้    ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีหินตาหินยายให้เห็นอยู่บริเวณหาดละไมในเกาะสมุย หากใครต้องการเห็นก็สามารถไปที่เกาะสมุยและไปสังเกตได้ที่หาดละไมนะครับ 2. […]