ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : ปราสาทออร์ดซอลล์ (Ordsall Hall) ที่ประเทศอังกฤษ

ตำนาน ผีต่างประเทศ

   เรื่องราวตำนานในครั้งนี้นั้นจะเป็นเรื่องราวของปราสาทที่ขึ้นชื่อเรื่องมีผีเฮี้ยนอยู่ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือเรื่องราวของปราสาทออร์ดซอลล์ (Ordsall Hall) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอยู่ภายในประเทศอังกฤษ ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับความน่ากลัวแล้วหล่ะก็ ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ    ตัวปราสาทออร์ดซอล (Ordsall Hall) เป็นปราสาทที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 เป็นหนึ่งในสถานที่สวยงามในซัลฟอร์ด (Salford) เป็นดั่งส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ ที่หลายๆคนในประเทศอังกฤษต่างรู้จักกันดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ หลังจากนั้นได้ไม่นาน ในช่วงเวลาได้ไม่กี่ปีหลังจากนั้นก็ได้มีนิคมอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ในยุควิกตอเรีย ได้ผุดขึ้นมารอบๆ ตัวปราสาทแห่งนี้ ซึ่งออร์ดซอลเป็นอาคารที่สง่างามที่สุดในซัลฟอร์ด แม้ว่าสิ่งของที่อยู่ภายในปราสาทหลังนี้นั้นจะมีมาขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 14 แต่มีการพูดถึงเกี่ยวกับฐานรากดั้งเดิมของบ้านนี้มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 13 ก็ว่าได้ โดยได้มีนักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ยอมรับว่า Ordsall Hall แห่งนี้นั้น เดิมทีแล้วได้รับการสถาปนาขึ้นครั้งแรกในช่วงสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 3    ด้วยความที่ปราสาทออร์ดซอล นั้นมีประวัติความเป็นมาที่เนิ่นนาน จากการพูดถึงของนักประวัติศาสาตร์เกี่ยวกับเรื่องราวของที่แห่งนี้ รวมไปถึงสิ่งของที่มีอายุมานานนับหลายศตวรรษ ปราสาทแห่งนี้จึงได้ถูกมองว่าเป็นสถานที่ที่มีผีสิงมากที่สุดแห่งหนึ่งในแมนเชสเตอร์ที่มีเวลามาช้านาน โดยในระหว่างการพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องผีภายในที่แห่งนี้ ก็ได้มีข่าวลือเรื่องผีต่างๆ ภายในปราสาทนี้ออกมาตามโลกให้ได้รู้กันทั้ง มีการพูดทั้งทางเดินทางเข้ามาในปราสาทและรวมไปถึงห้องต่างๆที่อยู่ภายในข้างในว่าทุกห้องนั้นได้มีผีสิงเฮี้ยนอยู่เป็นจำนวนมาก   ห้องโถงของปราสาทแห่งนี้นั้นได้มีการติดตั้งกล้องไว้ภายในห้องโถงและบางส่วนภายในปราสาท พวกเขาติดตั้งกล้องไว้อยู่ในอาคารด้วยเพียงความหวังที่จะจับภาพเหล่าวิญญาณเหล่านี้เอาไว้และเปิดเผยให้กับใครหลายๆคนได้เห็นว่าสถานที่นี้นั้นมีผีอยู่จริงๆอย่างที่หลายๆคนคิดกัน  ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่มีเพียงแต่คนภายนอกที่คิดเกี่ยวกับเรื่องผีที่ปราสาทนี้ แม้แต่คนที่อยู่ภายในหรือคนที่เป็นคนดูแลอยู่นั้นก็มีคิดเหมือนกัน     สำหรับผีเฮี้ยนหรือวิญญาณที่มีการพูดถึงภายในโลกโซเชียลนั้น มีวิญญาณหลายตนที่มีการพูดถึงกัน ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ผู้หญิงที่มาในชุดสีขาว (White Lady) มันเป็นผีหรือวิญญาณสุดคลาสสิกที่มีการพูดถึงกันอยู่มาก ผีชุดขาวนั้นเป็นผีที่เชื่อกันว่าปรากฏตัวในหลายสถานที่ทั่วประเทศอังกฤษซึ่งมีเรื่องราวเบื้องหลังที่คล้ายๆกันไม่มากก็น้อยในทุกๆที่พื้นที่ ผู้หญิงผิวขาวที่เรียกว่ามักจะเกี่ยวข้องกับวิญญาณของผู้หญิงที่ถูกปฏิเสธหรืออกหักที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ที่โชคร้าย หรือมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นตอนเธอนั้นมีชีวิตอยู่และหลังจากเธอนั้นได้ตายไปก็กลายเป็นวิญญาณที่วนเวียนและได้สร้างความน่ากลัวขึ้นมา  […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : บ้านเหรัญญิกหรือบ้านสมบัติ (The Treasurer’s House)

ตำนาน ผีต่างประเทศ

   หากแนวคิดหรือเรื่องราวเกี่ยวกับคฤหาสน์หรือบ้านที่เต็มไปด้วยวิญญาณและผีเฮี้ยน เช่นเดียวกับเรื่องราวของผี (Ghosts) ที่ทาง BBC ได้ออกมาพูดถึงเรื่องราวของผีหรือวิญญาณตามสถานที่ต่างๆที่อยู่ต่างประเทศนั้นดึงดูดใจคุณ แอดนั้นขอแนะนำให้คุณทำการจองเพื่อไปเยี่ยมชมบ้านเหรัญญิกหรือบ้านสมบัติ (The Treasurer’s House) ในยอร์ก ถึงแม้จะสัญญาไม่ได้ว่าเรื่องราวภายในบ้านหลังนี้นั้นจะน่ากลัวขนาดที่จะพอทำให้ทุกคนนั้นขนลุกได้ไหม แต่เรื่องราวที่มีการพูดถึงกันนั้นก็จะมี ห้องใต้ดินที่ลือกันว่าเต็มไปด้วยทหารโรมันที่น่าเกรงขามที่ได้ตายไปในระหว่างสงคราม นอกจากนี้ยังมีวิญญาณของภรรยาพยาบาท เด็กขี้สงสัย และอดีตเจ้าของสองคน ที่ว่ามาเหล่านี้นั้นล้วนเป็นวิญญาณที่มีการพูดถึงกันภายในบ้านหลังนี้ ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของบ้านหลังนี้กันเพิ่มนั้น ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ…    บ้านเหรัญญิกหรือบ้านสมบัติ (The Treasurer’s House)นี้ ตัวบ้านเองได้มีการพูดถึงเกี่ยวกับประวัติอันยาวนาน คฤหาสน์หลังแรกสร้างขึ้นในช่วงปี 1091 เมื่อตำแหน่งเหรัญญิกของ York Minster บ้านหลังนี้นั้นได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดย เหรัญญิกเป็นผู้มีอำนาจในการรักษาบัญชีและหารายได้ให้กับคริสตจักร เขาตั้งใจที่จะสร้างบ้านที่สะท้อนสถานะทางสังคมของเขา หลังจากที่ได้สร้างบ้านหลังนี้เป็นที่เรียบร้อย บ้านก็ถูกมอบให้แก่พระมหากษัตริย์และขายเป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว ซึ่งอาคารส่วนใหญ่โดยรอบๆบ้านหลังนี้ที่สามารถเห็นได้ในปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ตอนนั้นมาเช่นกัน โดยมีการเพิ่มส่วนหน้าอาคารใหม่ก่อนที่พระเจ้าเจมส์ที่ 1 จะเสด็จเยือนในปี 1617    ได้มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่เขาว่ากันว่าเป็นเหตุการณ์แรกที่ถูกเล่าจนทำให้ทุกคนเริ่มเชื่อเรื่องผีภายในบ้านหลังนี้กัน ในช่วงปี 1953 ได้มีวิศวกรหนุ่มชื่อ แฮรรี่ (Harry Martindale) เขานั้นกำลังติดตั้งหม้อไอน้ำในห้องใต้ดินของบ้านหลังนี้ เมื่อเขาได้ยินเสียงแตรปริศนาดังขึ้นมา วินาทีต่อมาเขาได้เงยหน้าเพื่อจะมาดูว่าเสียแตรนี้มาจาก เขาก็ต้องประหลาดใจและรู้สึกตกใจเพราะว่า เขาได้เห็นทหารโรมันที่มีลักษณะเหนื่อยล้าปรากฏและสภาพสบักสบมเดินออกมาจากกำแพง ถือแตรและขี่ม้าทะลุกำแพงมา หลังจากนั้นก็ได้มีทหารอีก 20 […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : แครมปัส (Krampus) ปีศาจในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

ตำนาน ผีต่างประเทศ

   เรื่องราวของตำนานที่มากับช่วงเทศกาลคริสต์มาสหรือที่หลายๆคนในต่างประเทศหรือแม้แต่คนไทยบางคนก็อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างนั่นก็คือตำนานของ “แครมปัส” โดยตัวแครมปัสนั้นมีร่างที่เป็นร่างมนุษย์ที่มีเขาและมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ในนิทานพื้นบ้านทางเทือกเขาแอลป์ ซึ่งหากพอถึงในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เรื่องราวของแครมปัสนั้นก็จะขึ้นมาในห้องของเด็กๆกันทันที เพราะมันทำให้เด็ก ๆ ที่มักจะทำประพฤติตัวไม่เหมาะสม ให้เริ่มกลัวเกี่ยวกับเจ้าแครมปัส เพราะพวกผู้ใหญ่จะคอยบอกแก่เด็กเหล่านั้นว่าถ้าหากทำตัวไม่ดีกันในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนั้นก็จะมีเจ้าแครมปัสมาเอาตัวพวกเขาไป ซึ่งมันก็มักจะได้ผลตลอดมาในช่วงวันคริสต์มาสที่เด็กๆจะเริ่มกลัวและไม่กล้าที่จะซนและออกไปไหนตามอำเภอใจ และถ้าอยากรู้เรื่องราวของเจ้าแครมปัสมากขึ้นแล้วหล่ะก็ ขอให้ตั้งใจอ่านและเอ็นจอยกับการอ่านให้สนุกนะครับ        ในวันคริสต์มาสที่มีทั้งความสุขและความเฮฮา ที่มีผู้คนจำนวนมากและหลายๆครอบครัวต่างเฉลิมฉลองกันอย่างมีความสุข วันคริสต์มาสนั้นเป็นวันที่เด็กๆหลายคนชื่อชอบกันเป็นพิเศษเพราะพวกเขานั้นหวังกันว่าพวกเขาจะได้รับกล่องของขวัญจากซานตาคอสที่พวกเขาชื่อชอบกัน ซึ่งก็มีการพูดกันระหว่างผู้ปกครองและตัวเด็กๆกันว่า ซานตาครอสนั้นจะนำของขวัญชิ้นใหญ่ๆตามที่พวกเขาต้องการมาให้ ถ้าหากว่าพวกเขานั้นเป็นเด็กดีและน่ารัก ไม่ดื้อต่อคนในครอบครัว มันก็จะมีคำถามต่อจากนั้นว่า แล้วถ้าหากเด็กคนไหนที่ดื้อและไม่ฟังคนในครอบครัว เด็กพวกนั้นจะโดนอะไรกันนะ คำตอบที่ได้ก็คือ เด็กเหล่านั้นก็จะได้เจอกับเจ้าปีศาจทีชื่อว่า “แครมปัส” ยังไงหล่ะ    สำหรับชื่อของ แครมปัส นั้นมาจากคำของภาษาเยอรมันโบราณ ที่มีความหมายของชื่อว่า  “กรงเล็บ” ว่ากันว่าแครมปัสนั้นเป็นถึงหนึ่งในสหายของ Saint Nicholas หรือที่ในปัจจุบันใครหลายๆคนรู้จักกันในนาม ซานตาคอส ซึ่งความเชื่อเกี่ยวกับตำนานของเจ้าแครมปัสนี้นั้นได้ถูกพูดถึงกันเป็นปากต่อปาก จนทำให้เกิดความแพร่หลายไปจนถึงเหล่าพวกคริสเตียน ที่อาศัยอยู่ตรงบริเวณเทือกเขาที่อยู่ไกลแสนไกล มันเป็นตำนานที่แพร่หลายไปอยู่หลายๆประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย สโลวีเนีย สาธารณรัฐเช็ก ฮังกาเรีย และยาวไปจนถึงทางภาคเหนือที่อยู่ในอิตาลี     หากพูดถึงลักษณะร่างกายภายนอกของแครมปัสนั้น มันจะมีใบหน้าที่มีใบหน้าสีแดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด บริเวณหัวของมันจะมีเขางอกออกมาขนาดใหญ่และยาวลักษณะเหมือนกับเขาของแพะ และบริเวณลำตัวของมันนั้นจะเต็มไปด้วยขนที่เหมือนกับขนสัตว์ขนาดหนาเต็มไปทั่วบริเวณลำตัวตั้งแต่หัวถึงเท้าของมัน จะเป็นขนที่เป็นสีดำหรือสีน้ำตาล ตัวมันนั้นจะมีลิ้นที่ยาวมาก เป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด ตัวมันนั้นจะมีทั้งเขี้ยวและหางอยู่ […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : เกาะผีสิง Poveglia

ตำนาน ผีต่างประเทศ

   เรื่องราวสยองขวัญที่เกี่ยวข้องกับเกาะผีสิง หรือ คำสาปที่ติดมากับตัวเกาะนั้น มักจะเป็นเรื่องราวที่แอดคิดว่าหลายๆคนคงรู้จักกันดีและคงคุ้นเคยกันมา วันนี้แอดจึงนำเรื่องราวของเกาะผีสิงแห่งหนึ่งที่อยู่ทางทวีปยุโรป ซึ่งมีความน่ากลัวอยู่ระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ วันนี้แอดขอนำเสนอเรื่องราวของเกาะ Poveglia ซึ่งตัวเกาะนี้นั้นเป็นเกาะที่ถูกสาปและมีความลึกลับอย่างมาก เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ได้สร้างความแปลกประหลาดบางอย่าง จนได้สร้างชื่อเสียงให้เป็นสถานที่ที่มืดมนที่สุดของเวนิสลากูน สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องราวแล้วหล่ะก็ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ    ในช่วงศตวรรษแรกของสหัสวรรษที่ผ่านมา ชื่อของ Poveglia นั้นจะเป็นที่รู้จักกันเพราะว่านี่เป็นเกาะที่เจริญรุ่งเรืองและมีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนหนึ่ง เช่นเดียวกับ Murano หรือ Torcello อย่างไรก็ตาม ด้วยการระบาดของสงคราม Chioggia ในช่วงปี 1378 ซึ่งเป็นความขัดแย้งครั้งที่สี่และครั้งสุดท้ายระหว่างเจนัวและเวนิส ชาวเมืองภายในเกาะนั้นได้ถูกย้ายไปที่เกาะ Giudecca นับจากนั้นเป็นต้นมา หลังจากนั้นเกาะแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นเกาะที่ไม่มีผู้คนอยู่และเกาะแห่งนี้ก็ยังคงเป็นเกาะทะเลทรายที่เปล่าเปรี่ยวมาเป็นเวลาสามร้อยปีแล้ว ตั้งแต่ในช่วงปี ค.ศ. 1645 มันถูกใช้เป็นด่านหน้าเพื่อควบคุมการขนส่งของเรือในทะเลสาบโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องเมืองเวนิส อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของ Poveglia ต้องย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ กาฬโรค ในปี 1700 เกาะนี้จึงกลายเป็นลาซาเรตโตหรือที่เรียกกันว่าสุสานกลางแจ้งที่ผู้คนกักกัน แม้แต่ผู้ที่มีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย ก็ถูกส่งไปตายภายในเกาะแห่งนี้ ศพของผู้ที่ได้ตายไปนั้นได้ถูกทิ้งไว้บนถนนของเกาะเพื่อย่อยสลาย จากนั้นพวกเขาถูกเผาและทิ้งขี้เถ้าลงในหลุมศพ ว่ากันว่ามีคนมากกว่า 160,000 คนเสียชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานในช่วงกาฬโรค แม้กระทั่งทุกวันนี้ ยังสามารถพบของกระดูกของเหล่าผู้ที่ได้ตายไป และพื้นที่แห่งนั้นที่เห็นว่าเป็นทรายหรือเป็นฝุ่นก็ได้ประกอบด้วยขี้เถ้ามนุษย์ 60% เลย […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : Siren Head หรือ เปรตหัวลำโพง

ตำนาน ผีต่างประเทศ

   วันนี้แอดได้นำเรื่องราวของปีศาจหรือสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งที่มีการพูดถึงกันได้ไม่นานมานี้ แต่มีการพูดถึงกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับความน่ากลัวและความน่าขนลุกของมัน วันนี้แอดขอเสนอเรื่อง เปรตหัวลำโพงหรือ Siren Head ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของมันแล้วหล่ะก็ ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ    Siren Head หรือที่เรียกกันในภาษาไทยกันว่า เปรตหัวลำโพง  มันเป็นดั่งสัตว์ประหลาดฮิวแมนนอยด์ที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงปี 2018 โดยศิลปินชาวแคนาดาที่รู้จักกันในชื่อ ทรีวอ เฮนเดอสัน (Trevor Henderson) Siren Head หรือ เปรตหัวลำโพง นี้นั้นได้รับการบรรยายโดย Henderson ว่าเป็นรูปแบบที่รูปลักษณะทางกายภาพที่มีลักษณะที่ไม่เหมือนกับธรรมชาติทั่วไปหรือที่ว่าก็คือมีรูปร่างที่แปลกประหลาด “static physical form of an supernatural entity”. Siren Head มีความสูงอยู่ประมาณ 40 ฟุต มันสามารถมองเห็นคนหรือรอบข้างได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีตาก็ได้  มันไม่จำเป็นที่จะต้องกิน แม้ว่าตัวมันนั้นจะมีฟันแบบที่มีลักษณะที่น่ากลัวที่สามารถกัดอะไรก็สามารถขาดได้เพียงกันกัดแค่ครั้งเดียว แต่ถึงอย่างไร เจ้าเปรตหัวลำโพงนี้นั้น ได้มีการพูดถึงกันไว้ว่า มักจะไม่ค่อยพบเห็นในพื้นที่ที่มีประชากรหรือเป็นที่ๆมีคนวุ่นวายเป็นจำนวนมาก และมักจะอยู่กับที่แต่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วมากหรือเป็นพื้นที่กว้างขว้างและมันก็ชอบที่จะล่ามนุษย์ด้วยเช่นกัน มันจะใช้ความเร็วของมันในการไล่ล่าและมันใช้ลักษณะสิ่งที่คล้ายขั้วโทรศัพท์ที่อยู่บนหัวของมันเพื่อล่ามนุษย์ Siren Head ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากผู้ใช้ยูทูปที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น CoryxKenshin, Markplier, PewDiePie […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : วันแห่งความตาย (el Día de los Muertos)

ตำนาน ผีต่างประเทศ

   ตำนานที่แอดจะนำมาให้ทุกคนได้มาอ่านในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของตำนานที่เป็นหนึ่งในวันสำคัญของชาวแม็กซิกัน นั่นก็คือ วันแห่งความตาย (el Día de los Muertos) เป็นตำนานที่ชาวแม็กซิกันจะรู้จักกันดี ถ้าอยากรู้แล้ววันเป็นยังไงขอให้อ่านกัน ให้สนุกนะครับ    วันแห่งความตาย (el Día de los Muertos) เป็นหนึ่งในวันหยุดของชาวเม็กซิกันที่ครอบครัวของชาวแม็กซิกันต่างๆ จะยินดีต้อนรับวิญญาณของญาติผู้ที่ล่วงลับไปแล้วของพวกเขากลับคืนมาสู่โลกของเรา เพื่อที่จะได้พบปะสังสรรค์ช่วงสั้นๆ ซึ่งรวมถึงการให้กินอาหาร เครื่องดื่ม และการเฉลิมฉลอง ไปด้วยกัน ซึ่งวันนี้เป็นการผสมผสานระหว่างพิธีกรรมของชาวเมโสและชาวอเมริกา ที่อยู่ในฝั่งของยุโรป และรวมไปถึงเป็นวัฒนธรรมของสเปน วันๆนี้มีการเฉลิมฉลองทุกปีในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม ไปจนถึง 2 พฤศจิกายน ซึ่งวันที่ 31 ตุลาคมนั้นก็เป็นวันฮาโลวีนด้วย จึงทำให้เหมาะสมกับการอันเชิญวิญญาณของผู้ที่ได้ตายไปแล้วกลับมา และวันที่ 2 พฤศจิกายนเป็นวัน All Souls หรือวันแห่งความตาย หากนับตามตำนานและตามประเพณีของพวกเขา เขาบอกกันว่าประตูสวรรค์จะเปิดตอนเที่ยงคืนของวันที่ 31 ตุลาคม และวิญญาณของเด็กที่จากไปนั้น จะสามารถกลับคืนสู่ครอบครัวได้ตลอด 24 ชม. ส่วนวิญญาณของผู้ใหญ่สามารถทำเช่นเดียวกันได้ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ตามความเชื่อของชาวแม็กซิกัน […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : แบนชี (Banshee) หรือ ทูตมรณะ

ตำนาน ผีต่างประเทศ

ตำนานของแบนชี (Banshee) นั้นจะมีการพูดถึงโดยผู้คนในสมัยก่อนเป็นจำนวนมาก และหากพูดถึงเจ้าแบนชีคนส่วนใหญ่นึกถึงเกี่ยวกับลักษณะของมัน พวกเขาจะจินตนาการถึงร่างของมันที่ลอยอยู่และกำลังคร่ำครวญ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั้น มันจะสร้างความน่ากลัวอย่างยิ่ง หลายๆคนนั้นอาจทราบถึงความเชื่อแบบเก่าซึ่งระบุว่าแบนชีจะเป็นเหมือนกับลางสังหรณ์แห่งความตาย ถ้าหากได้พบเจอ แต่ถ้าคุณอยากรู้เรื่องราวจริงๆเกี่ยวกับตำนานเรื่องนี้แล้วแหละก็ ขอให้ตั้งใจกันอ่านและขอให้สนุกกับเรื่องราวเหล่านี้กันนะครับ เพราะนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของ แบนชี Banshee…    สำหรับคำถามว่า แบนชีนั้นคืออะไรกันแน่ แบนชีได้รับการกล่าวขานว่าเป็นดั่งนางฟ้าในตำนานของชาวไอริช และในทางเดียวกัน ก็มีการเชื่อกันว่าเสียงกรีดร้องของเธอเป็นลางบอกเหตุแห่งความตาย เสียงกรีดของเธอนั้น จะมีการเรียกอีกอย่างว่า ‘caoine’ ซึ่งหมายถึง ‘keening’ และมันเป็นดั่งคำเตือนว่าจะมีการตายภายในครอบครัวที่ใกล้เข้ามา ซึ่งก็มีอยู่หลายๆครอบครัวที่เชื่อเกี่ยวกับตำนานของแบนชีและทุกครั้งที่พวกเขานั้นได้ยินเสียงอะไรที่แปลกๆสิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นนั่นเอง    แบนชี (Banshee) เป็นวิญญาณที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากอีกโลกหนึ่งและเจ้าแบนชีนั้น เธอสามารถที่จะปรากฏในรูปแบบใดก็ได้ตามใจต้องก็ แต่ก็จะมีรูปแบบที่ถูกพูดถึงบ่อยๆ ก็คือ จะมาในลักษณะหญิงงามที่ส่วมใส่ผ้าห่อศพ ซึ่งจะมีความน่ากลัวมากและเมื่อชาวบ้านได้เห็นก็จะรู้สึกกลัวทันทีเมื่อแรกเห็น, ในลักษณะต่อไปที่ผู้คนจะเห็นกันก็คือ ผู้หญิงที่มีหน้าซีดที่จะโผล่มาในชุดสีขาวและผมยาวสีแดง, ต่อไปจะเป็น ผู้หญิงในชุดยาวสีเงินและผมสีเงิน, ในลักษณะต่อไปนั้นจะมีความน่ากลัวมากขึ้นคือเธอจะมาในลักษณะผู้หญิงหัวขาด ที่ตัวเธอนั้นจะถือชามที่มีเลือดและเธอนั้นจะเปลือยเปล่าตั้งแต่เอวขึ้นไป นอกจากที่จะโผล่มาในลักษณะหญิงสาวธรรมดาๆแล้ว เธอยังสามารถปรากฏในลักษณะหญิงชราที่มีตาสีแดงน่ากลัว ใส่ชุดสีเขียวและผมยาวสีขาวหรือหญิงชราที่มีผ้าคลุมหน้าปิดอยู่ตรงบริเวณใบหน้าและแต่งกายด้วยชุดดำผมยาวหงอก    ต้นกำเนิดของ แบนชีนั้น ได้มีนักประวัติศาสตร์ได้ติดตามเรื่องราวแรกของแบนชี จนเข้าถึงศตวรรษที่ 8 สำหรับเรื่องราวของแบนชีนั้น จะมีพื้นฐานมาจากประเพณีที่ผู้หญิงร้องเพลงแห่งความเศร้าโศกเพราะเธอเหล่านั้นได้คร่ำครวญถึงความตายของใครบางคน ผู้หญิงเหล่านี้เป็นที่รู้จักในนาม ‘คีเนอร์ส’  ตามตำนานของแบนชีนั้น หากใครที่โชคดีหรือดวงซวย หากพบเธอ […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : เรื่องราวของหัวกะโหลกต้องสาปที่เมืองเบตติสคอมบ์ (The Screaming Skull of Bettiscombe Manor)

ตำนาน ผีต่างประเทศ

  ในสถานที่แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า เบตติสคอมบ์ (Bettiscombe) ที่แห่งนี้นั้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ และอยู่ตรงทางตะวันตกของดอร์เซต ที่อยู่ภายในประเทศอังกฤษ ที่แห่งนั้นได้เกิดตำนานที่มีความน่าขนลุกเกิดขึ้นมา ซึ่งตำนานที่ว่านั้นมันจะเกี่ยวกับเรื่องราวของหัวกะโหลกที่มีวิญญาณอันน่ากลัวที่สิงอยู่ภายในกระโหลกแห่งนี้ วันนี้แอดขอนำเสนอ “เรื่องราวของหัวกะโหลกต้องสาปที่เมืองเบตติสคอมบ์” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเรื่องราวเกี่ยวกับกระโหลกต้องสาปนี้เป็นยังไง ขอให้อ่านให้สนุกนะครับ    ตำนานเกี่ยวกับเรื่องของหัวกะโหลกอันน่าขนลุกนี้นั้นมันมีหลายแหล่งที่มาและหลายๆการพูดถึงเกี่ยวกับตำนานนี้ ซึ่งตำนานเวอร์ชันนี้นั้นเป็นเรื่องราวของตำนานที่มีการพูดถึงกันเป็นจำนวนมากและมันเป็นเรื่องที่โด่งดังที่สุด โดยเรื่องราวดั้งเดิมนั้นได้พูดถึงคนๆหนึ่งที่มีชื่อว่า อาซาริยาห์ (Azariah Pinney) ตัวเขานั้นได้ถูกส่งตัวไปอยู่ที่ West Indies ในช่วงปี 1685 เพื่อที่จะไปเรียนรู้และทำประโยชน์ให้กับตัวเองและครอบครัว พอเวลาผ่านไปได้ไม่นาน ในไม่ช้าเขาก็กลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและกลับมายังบ้านเกิดของเขาที่อยู่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งการกลับมาของตัวเขานั้น ตัวเขาไม่ได้กลับมาคนเดียว แต่กลับมาพร้อมกับทาสผิวดำคนหนึ่งที่จงรักภักดีต่อตัวเขามาก ทาสของเขาคนนี้นั้นไมมั่นใจว่าเป็นคนอินเดียแดงที่อยู่ทางตะวันตกหรืออาจจะเป็นชาวแอฟริกันก็ได้เช่นกัน แต่ในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่มีโรคระบาดมากมาย จึงทำให้ทาสส่วนใหญ่ในสมัยนั้นหลายๆคนล้มป่วยกันเป็นอย่างหนัก และมันก็ไม่พ้นกับทาสของเขาคนนี้ ทาสของเขานั้นได้ล้มป่วยหนักจนถึงขั้นจะตายไปในไม่ช้า ซึ่งตัวทาสของเขานั้นได้นอนอยู่บนเตียงที่กำลังจะตาย ก่อตายนั้นทาสของเขาได้ร้องขอครั้งสุดท้ายให้ฝังร่างของเขาไว้ที่บ้านบ้านเกิดของเขา และบางเรื่องเล่าก็บอกว่า ทาสของเขาได้พูดด้วยว่าต้องการให้ร่างกายของเขานั้นกลับคืนสู่บ้านเกิดของเขาที่จากมา แต่หลังจากที่ทาสของเขานั้นได้ตายไป เมืองอันสงบสุขอย่าง เบตติสคอมบ์ ก็ไม่มีความสงบสุขอีกต่อไปเลย    เรื่องน่ากลัวและสยองขวัญเกิดขึ้นก็เพราะว่า อาซาริยาห์นั้นได้สัญญากับทาสของเขาว่า ตัวเขานั้นจะทำตามคำสัญญาณ ที่ทาสของเขานั้นขอเป็นครั้งสุดท้ายไว้ให้ได้และหลังจากที่ทาสของเขาได้เสียชีวิตลงไป หลังจากนั้นไม่นาน ตัวอาซาริยาห์ก็ไม่ยอมที่จะทำตามที่รักษาสัญญาเอาไว้ และอาซาริยาห์ก็ได้ตัดสินใจที่จะฝังศพทาสของเขาไว้ในสุสานในท้องที่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขา ทันทีที่ได้ฝังศพ หลังจากนั้นก็ได้เกิดเรื่องราวที่น่ากลัวขึ้นมา ผู้คนเริ่มได้ยินเสียงคำราม คร่ำครวญ […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : ตำนานผีกะ ความเชื่อของคนทางภาคเหนือ

ตำนาน ผีกะ

      เรื่องตำนานสยองขวัญในครั้งนี้เป็นตำนานที่มาจากทางภาคเหนือของประเทศไทยที่คนทางภาคเหนือนั้นจะรู้จักกันดีในชื่อที่จำง่ายสั้นๆว่า “ตำนานผีกะ” มันเป็นดั่งตำนานความเชื่อที่อยู่คู่กับคนที่อยู่ทางภาคเหนือที่ถูกสืบทอดมาต่อในหลายๆรุ่น ซึ่งก็มีการพูดกันปากต่อปากและถูกกระจายความรู้กันเรื่องตำนานผีกะ จนปัจจุบันนั้นก็ยังคงมีการพูดถึงเกี่ยวกับตำนานผีกะนี้อยู่     โดยเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตำนานผีกะนั้นก็มีอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งก็ได้มีชาวบ้านในทางภาคเหนือนั้นในหลายๆกลุ่มก็พูดกันไม่เหมือนกัน ชาวบ้านทางภาคเหนือในบางกลุ่มนั้นก็ได้พูดกันซึ่งก็มีอยู่ตำนานหนึ่งเกี่ยวกับประวัติของพี่กะที่เป็นที่พูดถึงกันเป็นจำนวนค่อนข้างมาก พวกชาวบ้านทางภาคเหนือนั้นได้บอกไว้ว่าผีกะนั้นมีลักษณะรูปร่างที่มีเหมือนกับฝูงของลิงตัวเล็กๆที่หากินกันเป็นฝูง แต่ในลักษณะของลิงที่ว่านั้นก็ไม่ได้จะเหมือนลิงปกติที่เราเห็นกันทั่วไป เพราะแววตาของลิงพวกนั้นจะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกับแววตาของสัตว์ มันเหมือนกับแววตาของมนุษย์ที่มีความแค้นอยู่ซึ่งหากชาวบ้านทางภาคเหนือได้เห็นเจ้าลิงพวกนี้แล้วหล่ะก็ ก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าลิงพวกนี้นั้นมีอะไรที่แปลกๆ แต่นอกจากนี้นั้นบางตำนานก็ได้พูดเอาไว้ว่าเกี่ยวกับลักษณะของตำนานของผีกะนั้น จะมีลักษณะที่ไม่ใช่ลิงเลย แต่จะมาปรากฏตัวในลักษณะที่เหมือนกับผีปอบของทางภาคอีสานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้จักกัน ซึ่งเอาจริงๆแล้วนั้นประวัติความเป็นมาของผีกะนั้นก็มีอยู่หลายรูปแบบมีอยู่หลายตำนานซึ่งแต่ละตำนานนั้นก็มีประวัติความเป็นมาที่มีความแตกต่างกันไป     ผีกะชนิดที่แรกที่มีการพูดถึงกันนั้นก็คือวิญญาณที่ชาวบ้านนั้นได้เลี้ยงเอาไว้เพื่อที่จะทำให้ปกปักษ์รักษาหมู่บ้านของพวกเขาให้ไม่เกิดความอันตรายขึ้นมา เพราะในสมัยก่อนนั้นทางหมู่บ้านของทางภาคเหนือก็มักจะมีสิ่งอันตรายเข้ามาสู่หมู่บ้านที่พวกเขาอยู่กันเป็นประจำ ซึ่งชาวบ้านในภาคเหนือนั้นก็เลยที่จะตัดสินใจที่จะเลี้ยงผีชนิดนี้ขึ้นมา ซึ่งก็เชื่อกันว่าผีกะในชนิดแรกนั้นจะมีลักษณะที่เป็นลิงตัวเล็กๆและจะมีอยู่สองตัวด้วยเช่นกัน โดยตัววิญญาณผีกะหรือลิงตัวเล็กๆที่ว่านั้นจะคอยนั่งอยู่ตรงบริเวณไหล่ของเจ้าของที่เลี้ยงพวกมันเอาไว้ โดยผีกะชนิดนี้นั้นมันจะคอยนั่งอยู่ตรงไหนของเจ้าของมันเพื่อที่จะคอยเลียตรงบริเวณใบหน้าของเจ้าของพวกมัน การที่มันทำแบบนี้ก็เพราะว่าเวลามีใครได้เห็นหรือพูดคุยกับเจ้าของของพวกมันแล้วหล่ะก็ มันจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นที่ได้มาพูดคุยกับเจ้าของที่โดนมันเลียหน้าแล้วนั้น จะรู้สึกหลงใหลและเคลิ้มไปกับการพูดจาและหน้าตาของเจ้าของพวกมัน แม้ว่าเจ้าของนั้นจะมีหน้าตาที่ไม่ดีหรือขี้เหร่ก็ตามแต่หากพวกเขาเหล่านั้นได้เลี้ยงผีกะชนิดนี้แล้วหล่ะก็ พวกเขาเหล่านั้นก็จะดูดีขึ้นมาในสายตาของคนอื่นในทันทีด้วยผลของการดูแลผีกะชนิดนี้นั่นเอง โดยมีการพูดเกี่ยวกับผีกะชนิดแรกกันไว้ว่า ผู้ที่เลี้ยงผีกะชนิดนี้มักจะเป็นผู้ที่ต้องการที่จะทำงานเกี่ยวกับการใช้หน้าตาของพวกเขาให้เป็นประโยชน์หรือที่เรียกกันว่านักแสดงหรืออาจจะเป็นพระเอกหรือนางเอกลิเกในสมัยก่อนด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาเชื่อกันว่าหลังจากที่ได้เลี้ยงเจ้าผีกะแล้วพวกเขาก็จะมีใบหน้าที่ดูดีกว่าคนอื่นๆ แต่ในทางกลับกันนั้น หากพวกเขาเลี้ยงผีกะได้ไม่ดีเท่าที่ควรพวกเขาเหล่านั้นก็จะโดนผีกะทำร้ายกลับด้วยเช่นกัน โดยการผีกะเหล่านั้นทำลายใบหน้าของพวกเขา หรือก็คือการทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีใบหน้าที่อัปลักษณ์และขี้เหร่ยิ่งกว่าเดิม มันจะทำจนกว่าใบหน้าของพวกเขาน่าเกลียดจนสุดท้ายแล้วนั้นไม่มีใครในหมู่บ้านอยากจะเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ    ส่วนผีกะชนิดอื่นๆนั้นที่มีการพูดถึงก็คือจะเป็นผีกะทีถูกเลี้ยงเอาไว้เพื่อที่จะให้พวกผีกะนั้นปกป้องวงศ์ตระกูลของผู้ที่เลี้ยง ผู้ที่เป็นเจ้าของของมันหรือที่ชาวภาคเหนือเรียกกันว่า “ผีกะตะกูล” ผู้ที่เป็นเจ้าของนั้นพวกเขามักจะเลี้ยงผีกะชนิดนี้ไว้ภายในหม้อที่เป็นเหมือนกับหม้ออาคม แล้วพวกเขาจะนำหม้อที่มีผีกะนั้นไว้ตรงบริเวณใต้ถุนบ้านโดยจะมีการเซ่นไหว้ด้วยข้าวปลาอาหาร โดยที่ห้ามทำให้ผีกะเรานั้นอดอยากเป็นอันขาด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผีกะก็จะกลับมาทำร้ายพวกเขาเช่นกัน การทำร้ายของผีกะชนิดนี้ก็คือการที่พวกมันจะเข้าไปสิงสู่ผู้คนที่อยู่ในตระกูลของเจ้าของมันและทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีอันเป็นไป ซึ่งผีกะชนิดนี้นั้นหากเจ้าของของพวกมันเลี้ยงดูพวกมันเป็นอย่างดี พวกมันก็จะให้คุณเป็นอย่างมาก มันจะทำให้การทำมาค้าขายของเจ้าของนั้นดีขึ้นยิ่งๆขึ้นไปและทำให้ครอบครัวของเจ้าของนั้นมีความเจริญรุ่งเรือง หากบ้านไหนทำนาไว้อยู่ก็จะมีผลผลิตที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม แม้แต่ในช่วงเวลาที่เป็นหน้าแล้ง นาของพวกเขาก็ยังคงขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย    เป็นยังไงกันบ้างครับกับตำนานทางภาคเหนืออย่าง “ตำนานผีกะ” แอดเชื่อว่าบางคนนั้นอาจจะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับตำนานเรื่องนี้มาก่อน แต่มันก็เป็นความเชื่อทางภาคเหนือ ทั้งนีทั้งนั้นมันก็อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ได้ […]

ตำนานสยองขวัญทั่วโลก : ปีศาจหัวเราะ หรือ kerakera-onna

ตำนาน ผีต่างประเทศ

หากพูดถึงตำนานผีญี่ปุ่นอีกนั้น วันนี้แอดขอนำเสนอตำนานผีญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า เคระเคระ ออนนา (Kerakera onna) มันก็คือหนึ่งในตำนานวิญญาณหรือปีศาจที่อยู่ในประเทศชื่อดังอย่างประเทศญี่ปุ่นนี่เอง เคระเคระ ออนนานั้นเป็นหนึ่งในโยไคหลายๆตัวที่อยู่ภายในประเทศญี่ปุ่น ที่มีขนาดร่างกายของตัวมันนั้นสามารถเรียกได้เลยว่ามันมีขนาดยักษ์ใหญ่อย่างมาก ตัว เคระเคระ ออนนา นั้นมีความล่ำลือถึงเกี่ยวกับความน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นตำนานปีศาจที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นในสมัยก่อนรู้สึกกลัวเกี่ยวกับตำนานของมัน  หากเราจะพูดถึงเกี่ยวกับสถานที่ที่เราสามารถพบกับเจ้า เคระเคระ ออนนา นี่ได้นั้น เจ้าปีศาจสาวตนนี้นั้นสามารถพบเจอได้ในย่านแสงสีแดงหรือที่บางคนเรียกกันว่าย่านเริงรมอะไรประมาณนั้น เหตุผลที่ปีศาจอย่าง เคระเคระ ออนนา นั้นได้อีกชื่อนึงว่าปีศาจหัวเราะ ซึ่งการได้ชื่อนี้ได้มานั้นก็มาจากเสียงหัวเราะของเสียงหัวเราะของพวกมันที่ทุกครั้งในการปรากฏนั้นมันจะมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่ากลัว มันไม่เหมือนกับเสียงหัวเราะของคนทั่วไปแต่เมื่อหากได้ยินแล้วก็จะสามารถรู้ได้ว่ามันเป็นเสียงหัวเราะที่มาจากความแปลกประหลาดของมัน การปรากฏตัวของมันนั้นนอกจากที่จะมีลักษณะที่เป็นขนาดยักษ์ใหญ่อย่างที่บอกแล้วนั้น มันจะปรากฏตัวมาในลักษณะที่ดูเป็นหญิงวัยกลางคนร่างใหญ่ และตัวมันในทุกครั้งจะใส่ชุดกิโมโนที่มีสีสันสดใส ตัวมันจะแต่งหน้าหนาและทาลิปสติกสีแดงอย่างเห็นได้ชัดทับไปที่ใบหน้าของพวกมัน พวกมันจะคอยเดินไปเดินมาอยู่ตามตรอกที่มีความมืดและเงียบเพื่อที่ทุกครั้งเหยื่อเดินมามันจะง่ายต่อการหลอกหรือแกล้งเหยื่อของพวกมัน ในบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องตรอกซอย แต่ขอเป็นพื้นที่บนถนนที่ว่างเปล่าที่ไร้ผู้คน มันก็จะปรากฏตัวออกมาด้วยเช่นกัน พวกมันจะคอยเต้นรำด้วยในบางครั้ง แต่ทุกครั้งที่มันจะปรากฏตัวออกมาแล้วทำให้เหยื่อของมันได้เห็นก็คือการหัวเราะใส่เหยื่อของมันอย่างไร้เหตุผล เพื่อที่จะทำให้เหยื่อของมันกลัวและตกใจ และเยาะเย้ยอาชีพที่ผู้คนที่อยู่ในหมู่บ้านเริงร่มทำกัน มันจะหัวเราะและเยาะเย้ยพวกเขาจนทำให้พวกเขานั้นรู้สึกถึงอาการไม่ดีและตายไปพร้อมกับเสียงหัวเราะของมัน  นอกจากนี้นั้นเคยได้มีการพูดถึงเหตุการณ์ที่ เคระเคระ ออนนา นั้นได้ออกมาปรากฏให้คนในหมู่บ้านสีแดงนั้นได้เห็นและมีการพูดถึงกันมา โดยเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นเริ่มต้นที่ ได้มีชายคนหนึ่งได้เดินผ่านถนนที่ค่อนข้างเปลี่ยวและมืด มันเป็นถนนที่มีตรอกซอยอยู่ตามทางเดินทั้งทางซ้ายและทางขวา หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงหัวเราะของผู้หญิงดังขึ้นมา มันเป็นเสียงดังที่ก้องมาจากทุกทางทำให้เขาไม่แน่ใจว่าเสียงหัวเราะนั้นมาจากทางไหนกันแน่ แต่ตัวเขานั้นก็ได้เดินไปเรื่อยๆเพื่อที่จะกลับบ้านของเขาต่อไป หลังจากนั้นก็ได้พบว่ามีผู้หญิงยืนอยู่ตรงข้างหน้าของเขา มันคือเจ้าปีศาจ เคระเคระ ออนนา เธอนั้นก็ได้ปล่อยเสียงคำรามอันน่าสยดสยองมันเป็นเสียงคำรามที่เป็นเหมือนเสียงของคนตะโกนหรือหัวเราะออกมาในเวลาเดียวกัน ซึ่งในตอนนั้นมีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่อยู่ตรงนั้น […]