ตำนานลี้ลับสยอง Boogeyman หรือ Boogie man (ปีศาจแห่งฝันร้าย)

ตำนานลี้ลับสยอง

     วันนี้แอดมีตำนานลี้ลับสุดสยองของต่างประเทศที่แอดได้ไปอ่านเจอมาจากเว็บๆหนึ่งมาเล่าให้เพื่อนๆทุกคนได้อ่านกันครับกับ Boogeyman ซึ่งบอกก่อนนะครับว่าเรื่องนี้เป็นตำนานที่ถูกจดจำจากบุคคลหลากหลาย อาจจะจริงบ้างไม่จริงบ้าง ผิดเพี้ยนบ้างหรือถูกแต่งขึ้นมาแล้วเล่าต่อกันมาเท่านั้น ยังไงก็ลองอ่านกันดูนะครับ      Boogeyman หรือ Boogie man (ปีศาจแห่งฝันร้าย) เป็นสิ่งที่ถูกเล่าต่อๆกันมาว่าเป็นผีหรือปีศาจ มันมีความโหดร้าย เลือดเย็นที่มาจากฝันร้ายตนนึง ซึ่งมันมีทั้งความโหดร้ายและน่ากลัว โดยความสามารถของบูกี้แมนนั้น มีตั้งแต่การเปลี่ยนรูปร่างต่างๆจนถึงการที่มันสามารถทะลุผ่านเข้าไปได้ในทุกๆที่ ไม่เว้นแม้แต่ในห้องนอนของคุณเอง พร้อมทั้งมันอาจจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นเพียงพลังงานหรือธุลี ปลิวเข้ามาทางช่องหน้าต่างหรือรูกุญแจของบ้านคุณ บางทีอาจเป็นเงารางๆแต่สามารถฆ่าคนได้ บางคนก็เชื่อว่าบูกี้แมนนั้นมาจากเรื่องจริงในสมัยก่อนที่ชาวอังกฤษเข้ามายึดครองพื้นที่แถบหมู่เกาะชะวา ประเทศมาเลเซีย โดยมีโจรสลัดที่โหดร้ายชื่อว่า บูกีส (Bugis) ที่ทำการปล้นและฆ่านักเดินทางที่อยู่แถบนั้นอย่างเหี้ยมโหด จนสร้างความหวาดผวาเป็นอันมากจนมีคำขู่ลูกเรือเกิดขึ้น ลูกเรือที่นอกลู่นอกทางก็จะโดนขู่ว่า “เดี๋ยวบูกิสจะมาเอาชีวิต” จากนั้นความหวาดกลัวที่มีต่อบูกิสติดตามมายังอังกฤษก็กลายเป็นปีศาจบูกี้แมนที่สร้างความกลัวแม้กระทั่งเป็นฝันร้ายให้กับเด็กๆ บูกี้แมนยังถูกใช้เป็นชื่อที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่เอาไว้เล่าขู่เด็กๆ ให้เกิดความกลัวเวลาเล่นซนไม่เชื่อฟัง เอาแต่เล่นไม่ยอมเข้านอน ไม่ยอมรับประทานอาหารฯลฯ โดยพ่อแม่จะหลอกลูกๆ ว่าบูกี้แมนกำลังคอยซ่อนตัวอยู่ตามใต้เตียงบ้าง แอบอยู่ในตู้เสื้อผ้า หรือตามมุมมืดของห้องบ้าง เพื่อเฝ้ามองและหาโอกาสจัดการกับเด็กเวลาเผลอ สิ่งที่บูกี้แมนจะทำก็คือ ทำให้เด็กฝันร้าย บูกี้แมนจึงเป็นตัวผู้ร้ายสำหรับเด็กๆ ……………. จากหนังเรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า Sinister (เห็นแล้วต้องตาย) บูกี้แมนเดินเข้าออกภาพยนตร์และรูปภาพ เป็นเงาก่อนปรากฏเป็นปีศาจ สั่งสอนให้เด็ก ๆ ฆ่าครอบครัวของตนเอง เพื่อทำเป็นภาพยนตร์ให้ตนดูเล่น ส่วนมากในภาพยนตร์ฝรั่งบูกี้แมนปรากฏมากมายในการ์ตูน และหนังผีต่าง […]

ความเชื่อโบราณ : แม่ย่านาง

ความเชื่อโบราณ

    วันนี้แอดนำเรื่องความเชื่อเรื่องหนึ่งที่เชื่อว่าคนไทยหลายๆคนอาจจะรู้จักหรือได้ยินกันมาบ้าง แต่แอดเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณตาคุณยายตารู้จักและเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้กันดี มันเป็นเรื่องที่อยู่คู่มากับรถยนต์หรือคู่กับยานพาหนะที่หลายๆคนอาจจะเคยรู้จักกันมา ในครั้งนี้แอดได้นำเรื่องของ “แม่ย่านาง” มาให้ทุกคนได้อ่านกันว่า แม่ย่านางคืออะไรแล้วทำไมถึงต้องคู่อยู่กับยานพาหนะต่างๆ หรือทำไมต้องมีความเชื่อเรื่องของแม่ย่านางกันแน่ ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องแม่ย่านางแล้วหล่ะก็ ขอให้ตั้งใจอ่านกันนะครับ เชื่อว่าทุกคนจะได้รู้และสามารถนำเรื่องนี้ไปเล่าต่อกันได้ บรื้อ….     หากพูดถึงเรื่องราวของแม่ย่านางนั้น ใครหลายๆคนอาจจะเคยได้ยินจากปากของผู้ใหญ่หรือคนรอบตัวที่เขามักจะพูดกันว่า รถคันนี้นั้นมีแม่ย่านางอยู่นะ ยานพาหนะคันนี้นั้นต้องมีแม่ย่านางอยู่เป็นอย่างแน่ๆ แต่มีใครรู้ไหมว่าประวัติที่แท้จริงของแม่ย่านางคืออะไรกันแน่ ซึ่งประวัติของแม่ย่านางนั้นก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ในช่วงสมัยนั้นรถยนต์หรือยานพาหนะลำใหญ่ๆยังไม่มีกันหรอก คนสมัยก่อนนั้นมักจะเดินทางกันด้วยเรือที่เดินทางข้ามแม่น้ำเพื่อที่จะไปตามสถานที่ต่างๆ หรือบางทีก็จะเป็นม้าที่คอยเป็นสิ่งที่นำเราไปสู่สถานที่ต่างๆด้วยเช่นกัน หรือแม้กระทั่งวัวเกวียนก็ถูกใช้เพื่อให้เป็นยานพาหนะในสมัยก่อนด้วยเช่นกัน     โดยการทำเรือในสมัยก่อนนั้นไม่ได้ทำง่ายหรือทำมาจากพาสติกหรือวัสดุที่คงทนเหมือนปัจจุบัน โดยการทำเรือในสมัยก่อนนั้นพูดคนต้องทำเรือด้วยตัวเองและด้วยวัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่น โดยคนในสมัยก่อนนั้นถ้าพวกเขาต้องการที่จะสร้างเรือสักลำขึ้นมานั้น พวกเขาต้องเดินเท้าเข้าไปในป่าลึกหรือสถานที่ที่มีต้นไม้เพื่อที่จะเข้าไปหาต้นไม้ใหญ่กัน และถ้าหากพวกเขาเจอต้นไม้ขนาดใหญ่พอที่จะสร้างเรือแล้ว พวกเขาก็จะโค่นต้นไม้เหล่านั้นและขุดเพื่อที่จะทำให้เป็นเรือ และในสมัยก่อนนั้นพวกเขาก็มีความเชื่อกันว่าต้นไม้ในป่าลึกหรือต้นไม้ขนาดใหญ่นั้นทุกต้นจะมีนางไม้ประจำอยู่ที่แต่ละต้น พอเราไปโค่นต้นไม้มาทำเป็นเรือแล้วนั้น แน่นอนว่าคนเราต้องหาที่เพิ่งทางใจ ในเมื่อต้นไม้มีนางไม้แล้ว แล้วเราเอาเขามาทำเป็นพาหนะทางน้ำแล้ว เราก็ต้องมีแม่ย่านางที่มีไว้เพื่อที่จะปกปักษ์รักษาเราในทุกครั้งที่เราออกเดินทางไปไหนมาไหนนั่นเอง     ซึ่งในการทำอะไรแบบนี้ก็ต้องมีการทำพิธีที่ถูกต้อง ในการที่จะอันเชิญแม่ย่านางเข้ามาสู่ภายในเรือหรือยานพาหนะของเรานั่นเอง ในการทำพิธีนั้นต้องมีส่วนประกอบคือการต้องมีไก่ เหล้าขาว ขนมต้มสุก ขนมของหวาน อาทิเช่น ทองหยิบทองหยอด ฝอยทอง ดอกไม้และธูปทั้งหมด 9 ดอก พอเตรียมของเสร็จก็ต้องจุดธูปเพื่อที่จะอันเชิญแม่ย่านางมาสิงสถิตเข้าสู่พาหนะนั้นๆ และที่สำคัญคนที่อันเชิญนั้นก็ต้องตั้งชื่อด้วย (ถ้าหากใครที่เคยได้ดูการแข่งเรือยาว ก็จะสังเกตได้ว่าในเรือแต่ละลำนั้นก็จะมีชื่อที่แตกต่างกันไป หรือนั่นก็คือชื่อของแม่ย่านางนั่นเอง หรือหากใครสังเกตเครื่องบินในปัจจุบันนั้น เครื่องบินแต่ละลำก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน) […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ : ลาวัง เซวู (Lawang Sewu)

ตำนานสยองขวัญ

       สงคราม ความทุกข์ทรมาน และการนองเลือดได้เติมเต็มประวัติศาสตร์ของโลก และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่อาคารเก่าแก่หลายแห่งของโลกมีประวัติศาสตร์ที่น่าสลดใจที่ยังคงเป็นเหมือนเครื่องหมายไว้จนถึงทุกวันนี้ ลาวัง เซวู (Lawang Sewu) ในเมืองเซมารัง เมืองหลวงของชวากลาง ได้พบเจอเหตุการณ์ที่ทำลายล้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาวอินโดนีเซีย ชื่อนี้มีความหมายว่า “พันประตู” “House Of Thousand Doors” สำหรับวันนี้แอดก็ได้นำเรื่องนี้มายกให้ทุกคนได้อ่านกัน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ         ลาวัง เซวู เป็นภาษาชวา แปลว่า พันประตู อาจมีไม่ถึง 1,000 บาน แต่มีประตูหลายบาน โค้ง และหน้าต่างบานใหญ่ประมาณ 600 บาน อาคารที่ดูเหมือนเขาวงกตนั้นดูลึกลับสำหรับหลายคน ตึก A อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโบสถ์ที่มีหน้าต่างกระจกสี อย่างไรก็ตาม หน้าต่างเหล่านี้ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์ แต่บอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของทางรถไฟและความเฉลียวฉลาดของชาวดัตช์     ชาวดัตช์อาศัยอยู่ในอินโดนีเซียมาหลายศตวรรษแล้ว ดังนั้นเมื่อมีการสร้างทางรถไฟในอินโดนีเซีย พวกเขาจึงเลือกเซมารังเป็นสำนักงานใหญ่สำหรับสำนักงานบริหารของตน อาณานิคมดัตช์ประสบปัญหาอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซีย พวกเขาเข้ายึดลาวังเซวูและเปลี่ยนห้องใต้ดินในอาคาร B ให้เป็นเรือนจำ อาณานิคมดัตช์จำนวนมากถูกคุมขัง ทรมาน และกระทั่งถูกประหารชีวิตที่นี่ ผู้คนอ้างว่านักโทษที่ถูกตัดหัวชาวญี่ปุ่นและโยนหัวที่ถูกตัดขาดไปที่มุมห้องใต้ดิน      ในปีพ.ศ. 2488 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นถูกบังคับให้ออกนอกประเทศ […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ: อาคาร Dakota ที่ถูกสาปในนิวยอร์ค

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ

สวัสดีครับทุกคนที่ชื่นชอบเรื่องสยองขวัญน่ากลัวกัน วันนี้แอดได้นำเรื่องราวของอาคารแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า อาคารดาโกต้า (Dakota) ที่ถูกสาปในนิวยอร์ค มันเป็นอาคารที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทั้งเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม และเรื่องน่าขยะแขยงเกิดขึ้นมา อาคารหรืออพาร์ตเมนต์ Dakota เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรมที่สุดในนิวยอร์กซิตี้ นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสนใจสำหรับเรื่องราวที่เป็นด้านมืดของตึกแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นฉากหลังของการฆาตกรรมของจอห์นเลนนอน (Lennon) เรื่องราวของอาคารดาโกต้า (Dakota) บางเรื่องระบุว่าเป็นสถานที่สำคัญในนครนิวยอร์ก โดยตึกแห่งนี้มีผีสิงและถูกสาปแช่ง ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับอาคารหลังนี้ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงหล่ะก็ ขอให้ติดตามกันต่อไปนะครับ…    หากมีการพูดถึงคำสาปของอาคารดาโกต้า คำสาปนั้นอาจเด่นชัดที่สุดกับการตายของเลนนอน (Lennon) แน่นอน อาคารขนาดใหญ่และสง่างามนี้ที่ถูกสร้างขึ้นในทศวรรษ 1880 นับตั้งแต่การสร้างอาคารแห่งนี้มา น่าจะมีเรื่องที่เกิดเหตุอย่างน้อยสองสามเหตุการณ์ที่ได้ให้คนรอบข้างต่างรู้จักเกี่ยวกับอาคารแห่งนี้กันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ประวัติศาสตร์มีความน่าสนใจมากกว่าที่อื่น ส่วนใหญ่คือเหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นใกล้ชิดกับบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย นอกจาก Lennon แล้ว ยังมีบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Lauren Bacall, Boris Karloff และ Joe Namath อาศัยอยู่ที่นั่น ดาโกต้ายังเป็นสถานที่ถ่ายทำที่โดดเด่นสำหรับภาพยนตร์ที่ต้องสาปแช่งที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์อีกด้วย ผีของอาคารดาโกตามีส่วนรับผิดชอบต่อคำสาปหรือไม่ และเหตุใดผู้อยู่อาศัยจำนวนมากจึงเสียชีวิตในช่วงวัยหนุ่มสาวก็ยังคงไม่มีใครทราบอยู่ดี    Rosemary’s Baby ใช้ภายนอกอาคาร Dakota เพื่อแสดงภาพ The […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ : โรงแรมควีนแอนน์ (The Queen Anne Hotel)

ตำนานสยองขวัญ

การพักค้างคืนคนเดียวในห้องหนึ่งที่อยู่ในโรงแรมปกติแล้วนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องธรรมของหลายๆคน แต่ถ้าคุณได้ลองนอนคนเดียวในโรงแรมควีนแอนน์ (The Queen Anne Hotel) จะทำให้คุณรู้สึกกลัวและมีความกังวลใจถ้าจะต้องนอนคนเดียวอย่างแน่นอน ถ้าหากหลังจากได้ยินเรื่องผีหลายเรื่องเกี่ยวกับโรงแรมแห่งนี้ อาคารนี้เคยเป็นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสำหรับเด็กผู้หญิง และว่ากันว่าครูใหญ่ของโรงเรียนคือ Miss Mary Lake ตัวเธอได้เสียชีวิตลงใน ณ ที่แห่งนี้และแน่นอนว่าวิญญาณของเธอก็ยังคงอยู่ในโรงแรมและปรากฏตัวในห้อง 410 มันคือห้องชุด ของ Mary Lake เธอจะค่อยๆ เผยตัวออกมาให้นักเดินทางที่กำลังหลับอยู่ภายในห้องพัก โดยแขกส่วนใหญ๋จะหลับอยู่และได้เจอกับวิญญาณของเธอเข้า แขกที่มาพักในห้องมักรายงานว่าพวกเขามักจะรู้สึกได้ถึงอากาศที่หนาวเกินกว่าปกติจนทำให้รู้สึกขนลุก นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจากคนถือกระเป๋าที่อยู่ในโรงแรมว่า เคยได้เห็นเธอปรากฏอยู่ด้านนอกของห้องพักประจำของเธอ หรือก็คือวิญญาณของเธอได้ออกมาข้างนอกห้องด้วยเช่นกัน โดยเธอยังถูกพบเห็นเดินไปตามทางเดินในโรงแรม บางทีก็โผล่ออกมาผ่านกระจกให้ได้เห็นกัน และบางครั้งก็เล่นเปียโนในห้องล็อบบี้ของโรงแรมอีกด้วย นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆของโรงแรมสยองขวัญนี้ ถ้าอยากรู้มากกว่านี้หล่ะก็ ขอให้ตั้งใจและสนุกกับการอ่านกันนะครับ บรื้อ…        โรงแรมบูติกแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายใกล้กับ Union Square และได้รับการปรับปรุงใหม่มามากมาย ในช่วงปี 1890 โรงแรมแห่งนี้เริ่มเป็นโรงเรียนประจำสำหรับเด็กผู้หญิง โดยมี แมรี่ ลัค เป็นเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้  เธอเป็นทั้งผอของโรงเรียนนี้และยังเป็นอาจารย์ที่สอนเด็กผู้หญิงเกี่ยวกับถึงศิลปะของการเป็นผู้หญิงที่ถูกต้อง เธอเป็นที่นิยมในการชื่นชอบและรู้จักกันอย่างมากในหมู่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานและอาศัยอยู่ที่นั่น ทุกคนต่างรู้สึกดีที่มีเธอเป็นผู้ดูแลพื้นที่แห่งนี้  แต่ต่อจากนั้นทุกคนก็ต้องรู้สึกโศกเศร้าเมื่อเธอเสียชีวิตเพียงไม่กี่ปีหลังจากโรงเรียนเปิด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ควีนแอนน์มีเจ้าของใหม่ขึ้นมา เจ้าของบอร์เดลโล่ และถูกดูแลโดยผู้ดูแลโบสถ์หลายคน พื้นที่นี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นสำนักงานใหญ่ของสมาคมลับที่เกี่ยวข้องกับโหราศาสตร์ […]

ตำนานสยองขวัญ : บ้าน Lizzie Borden 

ตำนานสยองขวัญ

   เคยได้มีเรื่องราวสยองขวัญขึ้นมา มันเป็นฉากฆาตกรรมที่เกิดขึ้นมาถึงสองครั้ง มันเป็นเหตุการณ์นองเลือดที่ไม่สามารถไม่ได้อธิบายได้ว่าเป็น “เรื่องราวปกติที่อาจจะเกิดขึ้นมาหรืออาถรรพ์ที่เหมือนคำสาปที่ติดมากับที่แห่งนี้” ซึ่งพื้นที่ที่ได้ว่านั่นก็คือบ้าน Lizzie Borden สำหรับคุณหรือใครหลายๆคนอาจจะคิดว่าบ้านแห่งนี้ก็คงเป็นบ้านปกติเหมือนบ้านทั่วๆไปหากได้เห็นจากภายนอก เพราะว่าภายนอกนั้นไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากสถานที่อื่นเลย แต่ใครจะไปรู้ว่าบ้านที่ถูกดูไม่มีอะไรนี้ กลับเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของ Fall River ที่เพิ่งได้รับการเสนอชื่อให้เป็นอันดับ 2 ในรายชื่อ 10 โรงแรมผีสิงที่ดีที่สุดทั่วโลก ถ้าเกิดอยากรู้เกี่ยวกับประวัติและความน่ากลัวของสถานที่แห่งนี้ที่ถูกนับให้เป็น1ใน10ของบ้านผีสิงที่ดีที่สุดแล้วนั้น ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ…    บ้าน Lizzie Borden ใน Fall River รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นที่ตั้งของอาชญากรรมที่น่าอับอายที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แม้ว่าบางคนอาจจะไม่รู้จักเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่มากนัก แต่เชื่อว่าบางคนก็คงเคยได้ยินเพลงเกี่ยวกับขวานและการตีสี่สิบครั้ง (ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะรู้จักกันในต่างประเทศมากกว่าในประเทศไทยเป็นแน่นอน) โดยเรื่องราวนั้นจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การถูกฆาตกรรมของตระกูลบอร์เดนนั่นคือ แอนดรูว์และแอ๊บบี้ บอร์เดนถูกสังหารด้วยขวานในปี 1892 และนอกจากนั้นในที่เกิดเหตุพวกเขาได้เห็นลิซซี่ที่เป็นลูกสาวของแอนดรูว์ (ลูกเลี้ยงของแอ๊บบี้) อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ เธอจึงได้รับการพิจารณาคดีและถูกพ้นผิดไปด้วยโดยไม่ได้รับการลงโทษใดๆ การพิจารณาคดีกลายเป็นหนึ่งในข่าวที่แพร่หลายที่สุดในยุคนั้น และถึงแม้ลิซซี่จะเป็นอิสระ แต่เธอก็ไม่เคยได้รับการอภัยจากสาธารณชนอย่างแท้จริง เนื่องจากพวกเขาสงสัยว่าเธอคือฆาตกรตัวจริง ลิซซี่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นมานานกว่าสามสิบปี จนกระทั่งเธอเสียชีวิตในปี 1927    ได้มีคนที่ทำเกี่ยวกับรายการทีวี เข้าไปอยู่ในระแวงนั้นที่เป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับบ้านหลังนี้ เขาได้เข้าไปสำรวจบ้านหลังนั้นบ่อยๆ ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เขาเคยไปที่นั่นเพื่อตรวจสอบหลายสิบครั้ง ทั้งกับกลุ่มเล็กๆ และเพื่อถ่ายทำรายการทีวี ในซีซั่นที่ […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ : The Los Feliz Murder Mansion

ตำนานสยองขวัญ

   สำหรับวันนี้แอดได้นำเรื่องราวของสถานที่ที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส บ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นบ้านผีสิงที่เหมือนกับบ้านผีสิงอื่นๆที่หลายๆคนได้เคยเห็น อาจจะในชานเมืองบ้าง หรือที่อื่นบ้าง แต่มีความแตกต่างออกไป บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่แปลกตาของ EAST-ISH LA ที่เรียกว่า LOS FELIZ โดยปกติแล้วบ้านหลังนี้ไม่ได้รับการเปิดเผยมาหลายปีแล้วนับตั้งแต่เคยมีเหตุการณ์เกี่ยวกับการฆาตกรรมในปี 1932 บ้าน LOS FELIZ MURDER ตั้งอยู่ที่ 2475 GLENDOWER PLACE ได้รับการกล่าวถึงในเมือง GHOST PODCAST หลังจากที่มีการพูดใน PODCAST ก็ทำให้เรื่องราวของบ้านผีสิงที่นี่มีการพูดถึงมากขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องราวนั้นก็มีความแตกต่างกันไปในหลายๆสื่อ แอดจึงได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้อ่านกัน ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ    ในคืนวันที่ 6 ธันวาคม 1959 ในคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาลอส เฟลิซในลอสแองเจลิส ดร. ฮาโรลด์ เปเรลสันผู้ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่คฤหาสน์แห่งนี้ เขาได้ใช้ค้อนทุบภรรยาของเขาจนตาย ทุบตีลูกสาววัย 18 ปีของเขาอย่างรุนแรง จนทำให้ลูกสาวของเธอได้เสียชีวิตตามแม่ของเธอไป และสุดท้ายแล้วเขาก็ได้จบชีวิตของตัวเองโดยใช้น้ำ กรด และยากล่อมประสาทผสมกัน แล้วกินเข้าไปและตายไปอย่างทรมาน พอเวลาผ่านไป ก็ไม่มีใครที่กล้าจะมาอยู่ภายในคฤหาสน์แห่งนี้อีกเลย จนเวลาผ่านไปถึงประมาณอีก 50 ปีข้างหน้าที่มาเป็นเวลาปัจจุบัน คฤหาสน์สังหาร Los […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ : The Crescent Hotel

ตำนานสยองขวัญ

   The Victorian 1886 Crescent Hotel and Spa ในยูเรกาสปริงส์ รัฐอาร์ค มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายประเภท ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นเกี่ยวกับเรื่องสยองขวัญของที่แห่งนี้ ได้เกิดการคิดค้นเรื่องโรงแรมขึ้นมา โดยโรงแรมถูกสร้างขึ้นในทศวรรษที่ 1880 และหลังจากการสร้างโรงแรมแห่งนี้เพียงได้ไม่นาน เรื่องราวน่ากลัวก็ได้เริ่มขึ้นอย่างไม่ทันได้คิด โดยที่ช่างก่อหินชาวไอริชคนหนึ่งได้เสียชีวิตลงสู่ความตายภายในห้องที่ตอนนี้คือห้อง 218 และนั่นก็กลายเป็นเหมือนกับจุดเริ่มต้นของเรื่องราวสยองขวัญภายในโรงแรมนี้ ถ้าอยากรู้ประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วหล่ะก็ ติดตามกันได้เลยครับ…    ปัจจุบันนั้นห้องนี้ได้รับการพิสูจน์จากหลายๆแห่งทั้งผู้ที่ได้เคยเข้ามานอนพักและรวมถึงหมอผีต่างๆด้วยแล้วว่าห้องนี้เป็นห้องที่มากที่สุดในโรงแรม ด้วยความที่ได้รับความสนใจจากในทุกๆด้านกันเป็นอย่างมาก จึงได้มีทีมงานภาพยนตร์และโทรทัศน์ต่างๆได้พากันมาทำเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มาตลอดซึ่งก็เป็นเวลากว่า 10 กว่าปีได้แล้ว ตลอดประวัติศาสตร์ของโรงแรมสไตล์วิคตอเรียนนี้    พนักงานและบุคคลที่ได้ติดตามกับเรื่องแปลกๆได้อ้างถึงบุคคลนี้ที่มีชื่อว่า “ไมเคิล” ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในคนที่เป็นกลุ่มโพลเตอร์ไกสต์ที่เป็นความลับ เนื่องจากลักษณะของการไปศึกษาหรือไปดูพื้นที่ในโรงแรมแห่งนี้มันไม่สามารถอธิบายได้ โดยพวกเขาได้ต่างบอกกันว่า พวกเขาได้เห็นมือออกมาจากกระจกห้องน้ำ และได้ยินเสียงร้องของผู้ชายคนหนึ่งที่เหมือนว่าเขาจะล้มอยู่บนเพดานจนเกิดเสียงดังขึ้นมา แต่มันก็แน่นอนว่าบนเพดานคงจะไม่มีคนอยู่ได้อยู่แล้ว พวกเขาได้เห็นประตูเปิดแล้วปิดกระแทกเองอย่างรุนแรง สิ่งเหล่านี้ได้สร้างความน่าหวาดกลัวให้กับคนที่จะเข้ามาพักที่โรงแรม แต่ในทางกลับกัน ก็ได้สร้างความน่าดึงดูดใจให้กับแขกที่จะเข้ามาเพื่อนอนพักและต้องการที่จะเจอเรื่องท้าทายด้วยเช่นกัน โดยการดึงดูดแขกนั้น แขกส่วนใหญ่มักจะขอพักที่ห้องพักที่เป็นเรื่องราวกัน นั่นก็คือห้อง 218 พวกเขาหวังว่าจะใช้โอกาสสำหรับที่จะได้สัมผัสกับบางสิ่งบางอย่างที่เหนือธรรมชาติ     นอกจากนี้ยังมีอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการพูดถึงกันเป็นจำนวนมากไม่น้อยไปกว่าห้อง 218 นั่นก็คือ Crystal Dining Room ของโรงแรม พนักงานจำนวนมากได้พบกับวิญญาณขี้เล่นที่มักจะมาก่อกวนแขกที่เข้ามาใช้งานในห้องนี้ ว่ากันว่าวิญญาณที่ปรากฏตัวมานั้นจะใส่ชุดวิคตอเรียน และมักจะโผล่มาในช่วงเทศกาลวันหยุด ได้มีช่วงหนึ่งขณะที่ห้องอาหารปิด […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ : โรงพยาบาลคนบ้าทรานส์-อัลเลเฮนี  (Trans-Allegheny Lunatic Asylum)

ตำนาน ผีต่างประเทศ

       โรงพยาบาลคนบ้าทรานส์-อัลเลเฮนี  (Trans-Allegheny Lunatic Asylum) ควรจะเป็นสถานที่แห่งสันติภาพและการฟื้นฟู แต่ในไม่ช้ามันก็กลายเป็นความบ้าคลั่งและการทำลายล้าง ลึกเข้าไปในใจกลางของเวสต์เวอร์จิเนีย ล้อมรอบด้วยพื้นที่กว้างใหญ่และสนามหญ้าสีเขียว มีอาคารหลังยาวที่สวยงามและมียอดแหลมสูงอยู่ตรงกลาง ดูเหมือนโรงเรียนประจำราคาแพงหรือคฤหาสน์ที่มีสภาพอากาศสวยงาม แต่ปัจจุบันนี้พื้นที่แห่งนั้นได้ถูกทิ้งร้าง ว่ากันว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงพยาบาลคนบ้าทรานส์-อัลเลเฮนี และห้องโถงของอาคารก็เห็นความโหดร้ายที่ทิ้งร่องรอยไว้บนอาคารและสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน วันนี้แอดจึงได้ตัดสินใจนำเสนอเรื่องนี้ให้กับทุกคนได้อ่านกัน ขอให้เอ็นจอยกับการอ่านเกี่ยวกับเรื่องโรงพยาบาลบ้าที่น่ากลัวแห่งนี้นะครับ บรื้อ..    อันที่จริง เมื่อโรงพยาบาลแห่งนี้เปิดดำเนินการในช่วงต้นทศวรรษ 1850 แนวคิดของสถานพยาบาลแห่งนี้ถือเป็นการพัฒนาความหวังครั้งแรกในรอบหลายศตวรรษสำหรับผู้ป่วยทางจิต อาคารหลังนี้เป็นผลงานของโธมัส สตอรี่ เคิร์กเบิร์ด แพทย์และผู้ทำสงครามครูเสดให้กับผู้ป่วยทางจิต ผู้ก่อตั้งสมาคมจิตเวชแห่งอเมริกาในเวลาต่อมา    เพื่อเปิดเผยสภาพที่เลวร้ายภายใน ราชกิจจานุเบกษาชาร์ลสตันพยายามที่จะส่งลูกเรือไปตรวจสอบการทำงานภายในของโรงพยาบาล สิ่งที่พบทำให้พวกเขาตกใจ พวกเขาได้พบผู้ป่วยนอนบนพื้นและในห้องแช่แข็งเนื่องจากขาดเครื่องเรือน หมายถึงพวกผ้าห่ม หมอนและเครื่องทำความร้อน    ความแออัดยัดเยียดส่งผลให้พนักงานที่นั่นทำงานหนักเกินไปและทำให้การเน้นเรื่องสุขาภิบาลลดลง หน้าต่างที่เคยสว่างและใสสะอาด ตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งสกปรก ทำให้ห้องมืดลง และทำให้ห้องเย็นลง วอลล์เปเปอร์หลุดลอกจากการเสื่อมสลายตัว และเมื่อมันไม่สลายไปเอง ผู้ป่วยที่อยู่ที่นั่นก็ฉีกมันออกด้วยความรำคาญ ที่แย่ไปกว่านั้นคือตัวผู้ป่วยเอง บรรดาผู้ที่ไม่เป็นระเบียบจะถูกจับกลุ่มและถือว่า “ไม่สามารถควบคุมได้” ถูกขังอยู่ในกรงในพื้นที่เปิดโล่ง เพื่อพยายามให้มีห้องนอนมากขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ไม่สบายใจถ้าต้องอยู่ร่วมกับพวกเขา    โรงพยาบาลแห่งนี้ยังกลายเป็นพื้นที่ฝึกอบรมการทำศัลยกรรมกระดูกแบบทดลองอีกด้วย ขณะที่วอลเตอร์ ฟรีแมน ศัลยแพทย์ชื่อดังและผู้ให้การสนับสนุนการผ่าตัดทำศัลยกรรมกระดูกชื่อดังได้เปิดร้านขึ้น และเขาได้ใช้สถานที่แห่งนี้สำหรับการทดสอบของเขาอีกด้วย ในช่วงชีวิตของเขา วอลเตอร์ ฟรีแมน ได้ทำการผ่าตัด lobotomies ประมาณ […]

ตำนานสยองขวัญ : พิพิธภัณฑ์บ้านพ่อค้าเก่า (The old Merchant’s House Museum)

ตำนาน

   บ้านที่ 29 ถนนอีสต์สาย 4 เป็นบ้านของครอบครัว เทรดเวลล์ (Tredwell) และคนใช้ของพวกเขามาเกือบ 100 ปีแล้ว ปัจจุบัน เป็นเวลากว่าเกือบ 100 ปีแล้วที่บ้านหลังสุดท้ายของครอบครัวเทรดเวลล์ถูกปล่อยให้ว่างอย่างนั้นโดยไร้คนอยู่อาศัย ปัจจุบันนี้บ้านหลังนี้ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปกว่าเมื่อก่อนมากนัก บ้านหลังนี้เป็นเหมือนกับแคปซูลเวลาที่แท้จริงของชีวิตในศตวรรษที่ 19 และยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ แต่ชื่อที่พวกเขาจะรู้จักกันเป็นส่วนใหญ๋นั้นก็คือ พิพิธภัณฑ์บ้านพ่อค้าเก่า (Merchant’s House Museum) นอกจากประวัติความเก่าแก่แล้ว แน่นอนว่าหากขึ้นชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ก็ต้องมีอะไรที่เกี่ยวกับของเก่าของแก่ที่ต้องมีประวัติความน่ากลัวอย่างแน่นอน ถ้าอยากรู้ประวัติเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้แล้ว ก็ขอให้ตั้งใจอ่านกันนะครับ…    The Old Merchant’s House หรือที่รู้จักในชื่อ Seabury Tredwell House ตั้งอยู่ระหว่างถนน Lafayette และ Bowery สร้างขึ้นในปี 1832 โดยโจเซฟ บริวสเตอร์ ผู้ผลิตหมวกชื่อดังที่เปิดร้านค้าสองแห่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากบนถนนบรอดเวย์ บรูว์สเตอร์จึงสามารถซื้อบ้านที่ฟุ่มเฟือยอย่างสุดขีดได้ The Old Merchant’s House เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกรีกในช่วงเปลี่ยนแปลง โดยตัวบ้านมีสี่ชั้นเชื่อมต่อกันด้วยบันไดไม้ยาว เมื่อเริ่มก่อตั้ง ห้องพักทุกห้องของบ้านได้รับการติดตั้งเครื่องเรือนที่ดีที่สุดในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 สิ่งเหล่านี้รวมถึงเตาผิงหินอ่อน […]