เรื่องเล่าสยองขวัญ : ชุมทางผีผ่าน

เรื่องเล่าสยองขวัญ

      เหตุการณ์ต่อไปนี้ได้เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอมีชื่อว่า “ยุ้ย” ตัวเธอนั้นเป็นคนที่เชื่อเรื่องของวิญญาณหรือสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ถ้าถามว่าเธอนั้นกลัวไหม เธอเป็นคนที่ค่อนข้างไม่กลัวเรื่องพวกนี้มากนัก แต่เธอก็ได้มีโอกาสที่ได้พบเจอกับเรื่องที่ไม่สามารถอธิบายได้กับตัวเอง วันนี้แอดจึงขอนำเสนอเรื่อง “ชุมทางผีผ่าน” ขอให้ทุกคนอ่านกันให้สนุกนะครับ รับรองว่าหลอนแน่นอน บรื้อ…        เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตอนที่เธอนั้นเรียนอยู่มหาลัย เธอนั้นเรียนเกี่ยวกับวรรณคดี พอเรียนเกี่ยวกับด้านนี้เธอก็ต้องออกเดินทางไปที่ต่างจังหวัดบ่อยๆเพราะต้องไปศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่อยู่ตามต่างจังหวัด และทุกครั้งที่เธอต้องออกไปตามต่างจังหวัดเธอก็ต้องไปนอนพักตามบ้านของนักโบราณคดี และมีวันหนึ่งที่เธอนั้นต้องออกไปศึกษาที่จังหวัด นครราชสีมา ด้วยความที่ว่าตอนนั้นเธออยู่ปีหนึ่งก็ต้องไปตามรุ่นพี่ของเธอ พอได้เดินทางไปถึงก็ได้มีการแยกย้ายเข้าที่พักที่ทางมหาลัยและทางนักโบราณคดีจัดหามาให้ เธอก็ได้เข้านอนพักที่บ้านหลังหนึ่งของราชการ พอเข้าไปในบ้านเธอก็ได้โดนสั่งให้ไปนอนที่ชั้นสองที่ไม่ใช่ในห้อง เพราะชั้นสองของบ้านหลังนั้นห้องจะถูกล็อคเอาไว้ทั้งหมด เธอก็จะได้นอนอยู่ตรงบริเวณพื้นที่อยู่ตรงหน้าห้องเหล่านั้น เธอนอนตรงนั้นกับแก๊งเพื่อนของเธอประมาณ 3-4 คน เธอก็ได้นอนเรียงกับเพียงกันไป แต่เธอก็นึกสงสัยอยู่ภายในใจว่าทำไมทางผู้ใหญ่ไม่ให้พวกเธอนอนที่ห้องพักที่ล็อคเอาไว้ และก็ไม่บอกด้วยว่าทำไมห้องที่อยู่บนชั้นสองนั้นถูกล็อคเอาไว้ทั้งหมด         ในคืนนั้นเพื่อนๆของเธอก็นั่งเล่นไพ่กันเพราะนอนไม่หลับกัน แต่ด้วยความที่ปกติตัวเธอนั้นเป็นคนนอนเร็ว เธอจึงได้นอนก่อนเพื่อนๆ เธอได้นอนตะแคงหันหน้าเข้าไปที่ทางหน้าประตู ระหว่างนั้นเธอก็นอนหลับๆตื่นๆ แต่แล้วเธอก็รู้สึกได้ว่ามีมือเย็นๆมาจับตรงบริเวณคอของเธอ มันไม่ใช่การจับเฉยๆแต่มันคือการบีบเลย และก็มีเสียงของคนที่เข้ามาใกล้ๆหูของเธอพูดขึ้นมาว่า “ถอยไปๆ” เสียงๆนั้นเป็นเสียงต่ำๆแหบๆ พอได้ยินแบบนั้นเธอก็สบัดตัวตื่นขึ้นมาและหันหลังไปมอง ก็ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลังเธอเลย เพราะเพื่อนๆของเธอก็ยังคงนั่งจับกลุ่มเล่นไพ่กันอยู่ เธอก็รู้สึกแปลกใจเพราะสิ่งที่เธอโดนนั้นรู้สึกจริงๆ แต่เธอก็หันหลังกลับไปนอนต่อ ตอนนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกระแวงจึงทำให้เธอนอนไม่ค่อยหลับ นอนหลับตาบ้างเปิดตาบ้างไปๆมาๆ แต่จังหวะที่กำลังเปิดปิดตานั้น สายตาของเธอได้ไปเห็นช่องเล็กๆที่อยู่ตรงใต้ประตูที่อยู่ตรงหน้าเธอ        เธอได้เห็นเหมือนเท้าของคนยืนอยู่ข้างในประตูผ่านช่อง เธอรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีและได้ลุกขึ้นมาและพอจะรู้ได้ว่านี่คงไม่ใช่เพื่อนแกล้งแล้ว เธอจึงได้คิดไปเองว่าเธอคงไปนอนขวางทางเขารึเปล่า เลยโดนเตือนให้ออกไปจากทางเดินเขาอย่างแน่นอน เธอจึงค่อยๆลุกเข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่เล่นไพ่กันและได้พูดกับเพื่อนว่า “พวกเราย้ายไปนอนตรงอีกด้านกันดีกว่า เพราะตรงนี้เขาจะเดิน” […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : คืนหลอนที่ชะอำ

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    เรื่องเล่าสยองขวัญต่อไปนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งในช่วงประมาณปี 2556 โดยตอนนั้นเธอยังคงเป็นนักศึกษาอยู่และยังเป็นช่วงสอบของเธอด้วย เธอจึงได้พูดคุยกับกลุ่มเพื่อนของเธอทั้งหมด 4 คนว่าหลังสอบเสร็จพวกเราควรจะไปเที่ยวพักผ่อนกันนะ นี่จึงได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องสยองขวัญในครั้งนี้ กับเรื่อง “คืนหลอนที่ชะอำ” ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…       หลังจากที่เธอและกลุ่มเพื่อนของเธอสอบเสร็จ พวกเธอก็ได้คุยกันเรียบร้อยแล้วว่าจะไปฉลองหลังสอบเสร็จที่จังหวัดชะอำกัน โดยตัวเธอนั้นจะเป็นคนที่จะหาที่พักให้ทุกๆคนเอง และเธอก็หาได้เรียบร้อย ที่พักที่เธอหานั้นไม่ได้ไกลจากหาดชะอำมากนัก พอไปถึงที่จังหวัดชะอำเธอกับเพื่อนๆก็ได้เดินทางไปสู่บ้านพักทันที พอไปเธอก็ได้เจอกับบ้านพักที่เธอได้จองเอาไว้ ลักษณะของบ้านพักจะเป็นบ้านพักร้อนที่มีอยู่ 2 ชั้น เป็นบ้านพักสามห้องนอนอยู่ไม่ไกลจากหาดมากนัก โดยที่พอไปถึงทางเจ้าของบ้านพักก็ได้นำพวกเธอไปเลือกบ้านพักกัน บ้านพักแถบนั้นจะมีทั้งหมด 4 หลัง แต่จะเหลืออยู่ 3 หลังเพราะหลังสุดท้ายมีคนพักแล้ว เธอจึงได้เลือกว่าขอเลือกพักหลังที่ 2 แต่ทางเจ้าของบ้านพักก็ได้แนะนำเธอว่าให้เลือกหลังที่ 3 จะดีกว่าไหม แต่เธอก็ยืนยันว่าเธอจะเอาหลังที่ 2 เพราะไม่อยากพักใกล้ๆกับคนอื่นเพราะกลัวจะทำเสียงดัง ซึ่งสิ่งที่น่าแปลกก็คือเจ้าของบ้านนั้นก็ทักย้ำแล้วย้ำอีกว่าแน่ใจนะว่าจะอยู่บ้านหลังที่ 2 แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรและได้ตอบตกลงไปทันที       พอได้ตกลงกับเจ้าของเรียบร้อย เธอกับเพื่อนๆก็ได้ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกกันจนเริ่มเย็นและได้กลับมาที่บ้านพักกัน ต่อจากนั้นก็ทำอะไรกินกันเองภายในบ้าน หลังจากทุกคนกินกันอิ่มเสร็จเรียบร้อย เธอกับเพื่อนอีกคนก็ได้นำพวกจานชามไปล้างกันที่ครัวหลังบ้านที่ด้านหลังบ้านนั้นจะเป็นเหมือนกับป่า ระหว่างที่กำลังล้างกันอยู่นั้นเพื่อนของเธอที่กำลังล้างจานอยู่ก็เหมือนจะได้ยินเสียงของผู้หญิงบางคนพูดขึ้นมาว่า “โสโครก” หลังจากนั้นเขาก็ได้วิ่งเข้าไปในบ้าน เธอจึงได้วิ่งตามไปเพราะตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อน เธอจึงได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนของเธอจึงได้ถามว่าเธอได้ยินเสียงของผู้หญิงบางคนไหม เธอก็ได้ปฏิเสธไปว่าไม่ได้ยินอะไรเลย เขาจึงเล่าให้เพื่อนทุกคนฟัง […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : ความเชื่อที่อยู่คู่กับมหาวิทยาลัย

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อที่อยู่คู่กับมหาวิทยาลัยต่างๆมาให้ทุกคนได้อ่านกัน ซึ่งในแต่ละสถาบันหรือสถานที่ตามมหาวิทยาลัยนั้นต่างมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป ซึ่งบางสถานที่นั้นแอดก็เพิ่งเคยได้ยินจากปากของเด็กมหาวิทยาลัยนั้นๆพูดกันมา เช่น หากใครที่ได้เข้าไปเที่ยวในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เด็กที่นั่นจะมีความเชื่อกันว่า ใครที่เข้าไปห้ามที่จะไปไหว้พ่อขุน ถ้าหากใครไปยกมือไหว้พ่อขุน เขาหรือเธอที่ยกมือไหว้นั้นจะถูกเรียกให้ไปอยู่กับพ่อขุน ให้ไปเป็นลูกพ่ออะไรประมาณนั้น นี่ก็เป็นหนึ่งในความเชื่อของเด็กมหาลัยรามคำแหงนี่เอง แอดจึงได้นำเรื่องราวความเชื่อของบางมหาลัยให้ทุกคนได้อ่านกันในวันนี้ ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะเป็นอย่างไรของแต่ละความเชื่อ ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…      เราจะมาเริ่มต้นที่ความเชื่อของมหาลัยชื่อดังอันดับหนึ่งที่แอดเชื่อว่าใครๆก็รู้จักกันดีเกี่ยวกับมหาลัยนี้นั้นก็คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเอง โดยเด็กที่อยู่ในมหาลัยนี้นั้นต่างมีความเชื่อกันอย่างนึงที่นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างเชื่อกันมาหลายรุ่นนั่นก็คือเกี่ยวกับสระน้ำที่อยู่ข้างในมหาลัยแห่งนี้ เขาพูดกันปากต่อปากว่าสระน้ำแห่งนี้นั้นจะมีทั้งความโชคดีและโชคร้ายอยู่ข้างในสระน้ำแห่งนั้น วันดีคืนดีถ้าวันไหนคุณได้เดินผ่านสระน้ำจุฬาไปและได้พบเห็นกับเต่าที่อยู่ภายในสระน้ำแห่งนั้น เขาจะมีความเชื่อกันว่าหลังจากนั้นคุณจะโชคดีตามมา แต่ในทางกลับกันหากคุณได้เดินๆไปและได้พบเจอกับตะพาบนั้น คุณจะเกิดความโชคร้ายตามมา ซึ่งเต่ากับตะพาบนั้นก็มีลักษณะที่ค่อนข้างที่จะคล้ายกัน และมีการพูดกันว่ายิ่งนักศึกษาคนไหนกำลังจะมีการสอบหรือการพรีเซ้นต์งานที่จะใกล้เข้ามาถึงและได้ไปพบเจอกับเต่า นักศึกษาคนนั้นก็จะสอบผ่านหรือเสนอพรีเซ้นต์ผ่านอย่างแน่นอน แต่หากได้เจอกับตะพาบก็ต้องขอให้ทำใจไว้ได้เลย และต้องตั้งใจกว่าเดินเป็นสิบๆเท่า เพราะคุณจะโชคร้ายอย่างแน่นอน      นอกจากนี้ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่เขาห้ามไม่ให้นักศึกษาหรือใครก็ตามที่จะไปถ่ายรูปนั้นห้ามไปถ่ายรูปที่ส่วนนี้เป็นอันขาดเลย นั่นก็คือหน้าตึกอักษรที่เป็นส่วนบริเวณบันไดที่เป็นพยานาค โดยความเชื่อที่พูดกันนั้นคือการที่ห้ามไปถ่ายรูปที่บริเวณนั้นก่อนเรียนจบ ถ้าใครก็ตามที่ไปถ่ายตรงบริเวณนั้นเขาว่ากันว่าคนๆนั้นจะถูกรีทายหรือโดนออกและเรียนไม่จบจากมหาลัยนี้ แต่ถ้าคุณได้จบจากมหาลัยแห่งนี้ไปแล้วนั้นคุณก็ต้องมาถ่ายรูปที่แห่งนี้เพื่อยืนยันว่าคุณนั้นได้เรียนจบไปแล้วอย่างโดยดี      และอีกอย่างนึงที่พูดกันก็คือต้นไม้ที่มีชื่อว่า ต้นชงโค ที่เป็นเหมือนกับต้นไม้ที่เป็นดั่งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีการห้ามกันว่าไม่ให้นักศึกษาไปเด็ดใบชงโคกันโดยเด็ดขาด เพราะเขาเชื่อกันว่าต้นนี้นั้นเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิที่อยู่มาคู่กับประจำมหาลัย ถ้าคุณได้เด็ดดอกชงโคออกมา มันจะทำให้คุณเจอแต่โชคร้ายและพบเจอแต่สิ่งไม่ดีตามๆมา และเวลาทำอะไรภายในมหาลัยก็จะไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง     นอกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วยังมีมหาลัยชื่อดังอีกแห่งหนึ่งที่มีความเชื่อเหมือนกันนั่นก็คือ มหาลัยธรรมศาสตร์ที่อยู่ตรงแถวท่าพระจันทร์ ซึ่งก็มีกันพูดของทั้งคุณครูและนักศึกษาหรือแม้กระทั่งคนที่อยู่แถวนั้นต่างรู้ดีกันเกี่ยวกับความเชื่อของมหาลัยนี้ เคยมีรุ่นพี่ที่มักจะเตือนรุ่นน้องที่มาเป็นเด็กใหม่ที่มหาลัยแห่งนี้กัน โดยที่ในมหาลัยธรรมศาสตร์นั้นจะมีโดมขนาดใหญ่ที่อยู่ในมหาลัยแห่งนั้นอยู่ เขามักจะเตือนกันว่าถ้าไปเรียนอยู่ที่นั่น ใครก็ตามก็ห้ามที่จะไปถ่ายรูปคู่กับโดมนี้เป็นอันเด็ดขาด ห้ามถ่ายรูปแล้วมีโดมติดอยู่ในภาพเป็นอันเด็ดขาด เพราะเขาเชื่อกันว่าหากคุณถ่ายรูปคู่กับโดมเมื่อไหร่นั้นมันจะทำให้คุณเรียนไม่จบจากมหาลัยแห่งนี้ และก็ได้มีนักศึกษาที่อยากลองดีและไม่ได้สนใจคำเตือนที่มีพูดกันมาลองทำแล้ว และนักศึกษาคนนั้นก็เรียนไม่จบจริงๆ โดมแห่งนี้จึงเป็นเหมือนสถานที่ต้องห้ามที่ไม่ควรจะมายุ่งหรือเกี่ยวกับข้องกัน     และจะมีอีกจุดหนึ่งที่ถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมากก็คือตรงบริเวณรูปปั้นพญานาคที่อยู่ในมหาลัยแห่งนี้เช่นกัน […]

เกร็ดความรู้วิธีการหลบหนีผีในโรงแรม

ข่าวผี

  สำหรับวันนี้นั้นแอดได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อของการทำยังไงก็ได้ที่ไม่ให้พบเจอกับวิญญาณภายในสถานที่ต่างๆที่เราไม่เคยได้ไปมาก่อน หรือที่สำคัญก็คือที่โรงแรมและที่พักอาศัยที่เราไม่เคยคุ้นเคยกันเลย ซึ่งแอดเชื่อว่าใครหลายๆคนที่ได้ไปนอนพักโรงแรมหรือที่พักที่เราไม่คุ้นเคยนั้นก็ต่างมีความรู้สึก กลัวว่าจะเจอกับอะไรบางอย่างที่เราไม่อยากจะเจอ เช่นวิญญาณเป็นต้นไป ในครั้งนี้แอดจึงได้รวบรวมเกร็ดความรู้วิธีการที่จะทำให้เราไม่ต้องไปเจอกับวิญญาณเหล่านั้น ซึ่งจะใช้ได้หรือไม่ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคนนั่นเอง แต่ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าอยากจะนำไปใช้ดู แอดก็ยินดีด้วยกับคนที่ลอง เพราะแอดได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้วเป็นบางส่วนกับ “เกร็ดความรู้วิธีการหลบหนีผีในโรงแรม” ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะมีวิธียังไงบ้าง ขอให้ตั้งใจอ่านกันนะครับ บรื้อ…     อันดับแรกของเคล็ดลับในการที่จะไม่ให้พบเจอกับวิญญาณนั่นก็คืออย่านอนตรงทางผีผ่าน เวลาที่คุณจองโรงแรมที่ไหนสักแห่ง คุณควรที่จะสอบถามทางโรงแรมเกี่ยวกับห้องที่คุณจะได้ หรือคุณอาจจะบอกว่าขอห้องที่ไม่ติดกับลิฟท์หรือทางขึ้นบันได ก็คือพอประตูลิฟต์ขึ้นมาต้องไม่ใช่ห้องของเรา ก็คือห้องที่เราอยู่ห้ามตรงกับลิฟท์หรือบันไดทางขึ้นมา เพราะอย่างที่หลายๆคนก็เคยได้ยินมาว่า มันเป็นทางที่ไม่ดีซึ่งเมื่อก่อนนั้นคนสมัยก่อนเขาเชื่อกันว่าเส้นทางแบบนี้จะเป็นเส้นทางของวิญญาณ หรือที่ใครหลายๆคนอาจจะเคยได้ยินกับคำที่เรียกว่า “ทางผีผ่าน” ซึ่งเป็นห้องห้องที่ไม่ควรที่จะนอนเลย เพราะถ้าคนนอนในห้องผีผ่านแบบนี้คุณอาจจะเจอวิญญาณก็เป็นได้ ซึ่งว่ากันว่าถ้าเกิดนอนนั้นก็จะมีโอกาสสูงที่จะได้เจอกับวิญญาณเพราะมันคือเส้นทางของวิญญาณที่มีวิญญาณอยู่หลายแห่งหลายตนมาเดินผ่านกันค่อนข้างมากนั่นเอง นี่เป็นวิธีแรกๆที่ควรจะทำถ้าหากคุณไปนอนที่โรงแรมที่ไหนสักแห่ง     อันดับที่ 2 ที่แอดจะแนะนำนั่นก็คือเวลาก่อนที่ใครจะเข้าห้องพัก อย่างแรกที่ควรทำก็คือคุณควรที่จะเคาะประตูหน้าห้องเสียก่อนเพราะมีการเชื่อกันว่าการที่เราเคาะประตูก่อนที่จะเข้าไปเข้าพักภายในห้องนั้น มันคือการบอกวิญญาณที่อยู่ภายในห้องว่ากำลังจะมีคนเข้ามาพักนะ หรืออาจจะเป็นการขออนุญาตวิญญาณที่อยู่ข้างในนั้น เพื่อให้พวกเขารู้ว่าเรากำลังที่จะเข้าไปพัก และต่อมาหลังจากที่เปิดประตูเข้าไปแล้วนั้น ถ้าในเวลาตอนที่เราเข้าไปเป็นช่วงเวลากลางวันอันดับแรกที่ควรทำก็คือเราควรที่จะเดินไปตรงเปิดผ้าม่านก่อน (กรณีที่ห้องปิดผ้าม่าน) เพื่อที่จะให้แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาข้างในภายในห้อง เพราะมีการเชื่อว่าแสงสว่างนั้นมันจะช่วยในการขับไล่สิ่งที่ไม่ดีและสิ่งที่ชั่วร้ายออกไป ถ้าเกิดในห้องนั้นมีสิ่งที่ไม่ดีอยู่ก็จะออกไปพร้อมกับแสงแดดนั่นเอง     อันดับต่อมาหลังจากที่เราได้ห้องที่เราดูแล้วว่าโอเคไม่ใช่ทางผีผ่านหรือไม่น่าจะมีประวัติที่ไม่ดีแล้วนั้น หลังจากที่เราเข้าไปในห้องแล้วเปิดผ้าม่านเรียบร้อยแล้ว อีกทริคนึงที่ควรทำตามก็คือการขยับเตียงที่นอนที่ตั้งไว้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการขยับเตียงโดยใช้มือดันหรือใช้ขาดัน เพียงแค่ขยับเพียงนิดหน่อยก็ถือว่าเราได้ขยับเตียงจากที่เป็นอยู่แล้ว การที่เราขยับเตียงนั้นก็เพื่อที่จะทำให้เราไม่ต้องไปนอนทับที่ของใคร ไม่ว่าเตียงนั้นจะขยับมากหรือน้อยไม่เป็นไร แต่ขอให้ขยับไปจากเดิมนิดหน่อยเพียงแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับการขยับเตียงแล้ว      ต่อมาถ้าคุณนอนพักที่โรงแรมไหนสักแห่งเพียงคนเดียว แล้วห้องที่คุณได้นอนนั้นดันเป็นเตียงคู่ หรือมีสองเตียง อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เรามักจะเจอวิญญาณภายในห้อง ซึ่งวิธีแก้ไขของอันนี้ก็คือคุณควรที่จะหาสิ่งของอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า […]

5 อันดับสถานที่รปภ.เจอผีกันมากที่สุด

สถานที่หลอน

    สวัสดีครับทุกคน วันนี้แอดจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับรปภ.มาให้ทุกคนได้อ่านกัน แต่ครั้งนี้นั้นแอดไม่ได้จะมาเล่าเรื่องเล่าสยองขวัญจากคนที่ได้ประสบพบเจอมาแต่อย่างใด แต่แอดจะมาพูดถึง 5 สถานที่ติดอันดับที่คนที่ทำงานอาชีพที่เป็นรปภ. มักจะเจอกับเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณหรือเรื่องที่พวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถอภิบายได้ แอดเชื่อว่าใครหลายๆคนที่มักชอบฟังหรืออ่านเกี่ยวกับเรื่องผี ก็มักจะรู้กันว่าหนึ่งในอาชีพที่เจอวิญญาณอยู่บ่อยๆในช่วงเวลากลางคืน ก็คงจะไม่พ้นเหล่ารปภ.นี่แอง ถ้างั้นแอดอยากจะให้ทุกคนเดากันก่อนที่จะเริ่มอ่านว่า 5 อันดับสถานที่ที่แอดกำลังจะนำมาเสนอนั้น จะเหมือนกับที่ทุกคนกำลังคิดกันไหม ลองอ่านและติดตามกันดูนะครับ บรื้อ….    สถานที่อันดับแรกนั้นเป็นสถานที่ที่ใครๆก็มักจะไปกันตลอดในช่วงวันหยุดหรือวันธรรมดา เป็นสถานที่ที่ใครหลายๆคนมักที่จะชอบกันไปเดินเล่นไปมากัน ไม่ว่าจะไปซื้อของหรือไปเดินเล่น ผู้คนก็มักจะไปตรงสถานที่นี้กันก่อนเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งอันดับแรกที่คนทำงานอาชีพรปภ.มักจะเจอกันเป็นที่แรกๆก็คือ ห้างสรรพสินค้านี่เอง มีหลายๆเรื่องราวและเรื่องเล่าที่มีการพูดถึงกันเกี่ยวกับรปภ.ที่ทำงานแล้วเจอ ณ ที่แห่งนี้ หากพูดถึงนั้นก็จะมีหลายๆห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพที่มักจะมีเรื่องผีเกิดขึ้นมา เพราะบางที่นั้นก็เคยมีการพูดถึงของการเสียชีวิตของคนที่ตายในที่ห้างสรรพสินค้า บางคนก็กระโดดตึกลงมาเสียชีวิต หรือบางเรื่องก็พูดว่าห้างๆนั้นถูกสร้างทับที่เก่าที่เคยเป็นสถานที่ที่ไม่ดีมาก่อน อาจจะเป็นพื้นที่ป่าช้า หรือที่เคยมีอดีตประมาณนั้น หรือบางที่ก็จะมีเรื่องเล่าของการตายของคนงานก่อสร้างที่ได้เสียชีวิตลงไปในขณะที่กำลังก่อสร้างกันอยู่ จนทำให้กลายเป็นวิญญาณที่มาหลอกหลอนคนที่มาเดินหรือคนที่เฝ้ายามในตอนกลางคืนนั่นเอง นั่นจึงได้กลายเป็นสถานที่อันดับหนึ่งที่พี่ๆยามนั้นมักจะเจอกันบ่อยๆหลังจากห้างปิดนั่นเอง      สถานที่อันดับสองที่มักจะมีการเจอกันบ่อยๆนั่นก็คือสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน เนสเซอรี่ หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ต่างเป็นสถานที่ที่พี่ๆรปภ.มักจะเจอกันในยามกลางคืน สถานที่เหล่านี้นั้นในช่วงเวลากลางวันอาจจะดูไม่มีอะไรมากเป็นสถานที่ที่มีนักเรียนเต็มไปหมด แต่พอมาถึงในช่วงเวลากลางคืนก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า สถานที่เหล่านี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างน่ากลัวมาก เพราะจะมีความมืดเป็นหลักเลย ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นก็มักจะมีเรื่องเล่า ตำนานต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปตามมหาลัยของตัวมันเอง แอดก็เชื่อว่าใครหลายๆคนก็คงนึกภาพกันออกว่ามหาลัยหรือโรงเรียนในตอนกลางคืนนั้นจะน่ากลัวขนาดไหน และยิ่งมีเรื่องเกี่ยวกับตำนานที่มาคู่กับสถานที่นั้น ก็ยิ่งทวีคูณความน่ากลัวขึ้นไปอีก นั่นจึงไม่แปลกที่ว่าเหล่าผู้เฝ้ายามในเวลากลางคืนนั้นจะเจอกันอยู่บ่อยๆ     สำหรับอันดับสามนั้นเป็นสถานที่ๆคนที่ทำงานในออฟฟิศ เหล่าพนักงานที่ทำงานในช่วงกลางวันเนี่ยต่างมักจะพูดกันว่า ที่ออฟฟิศๆชั้นเนี่ยมีผีดุมากนะ เพราะสถานที่ออฟฟิศในกรุงเทพนั้น มักจะเป็นตึกสูงใหญ่และมีอยู่หลายๆชั้นมาก […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : เสียงร้องไห้กลางดึก

เรื่องเล่าสยองขวัญ

     สำหรับเรื่องอันนี้ราวในครั้งนี้นั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ตรงสปป.ลาว โดยเดิมทีนั้นผู้ชายคนนี้เขาได้ทำงานเป็นทหารอยู่ที่จังหวัดแถวๆนั้น โดยตัวเขานั้นก็ต้องอาศัยอยู่ที่ค่ายทหารและประจำอยู่ที่ๆค่ายที่เขาอยู่ นั่นจึงทำให้เขาได้เจอกับเรื่องสยองขวัญในครั้งนี้ วันนี้แอดจึงขอนำเสนอเรื่อง เสียงร้องไห้กลางดึก ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้ทุกคนตั้งใจอ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…       เหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาประมาณ 4 ปีที่แล้ว โดยตัวเขาได้ประจำอยู่ที่ค่ายแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงบริเวณสปปลาว ค่ายของเขาตั้งอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เขาได้เจอเรื่องราวสยองขวัญนั้นเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ประจำการอยู่ที่ค่ายแห่งนั้น ค่ายทหารที่เขาประจำการอยู่นั้นจะไม่ไกลจากหมู่บ้านที่อยู่รอบๆข้างมากนัก และจะมีป่าเขาเป็นส่วนมากที่อยู่รายล้อมค่ายแห่งนั้น หมู่บ้านที่อยู่รอบข้างจะเป็นหมู่บ้านของพลทหารชั้นสูงเป็นส่วนใหญ่ที่เขาได้สร้างเอาไว้เพื่อจะอยู่แถวนั้น และจะได้เป็นประจำการอยู่ที่ค่ายทหารอบริเวณนั้นเช่นกัน แน่นอนว่าก็จะเป็นครอบครัวของทหารที่อาศัยกันอยู่ที่หมู่บ้าน แต่ละหลังก็อยู่ห่างกันไม่มากประมาณ 400-500 เมตร วันหนึ่งเขามีเวรที่ต้องเข้าเฝ้ายาม มันเป็นเวลากกะดึกเสียด้วย โดยเขาได้เข้าเฝ้าช่วงเวลาประมาณตี 1 ซึ่งป้อมที่เขาต้องเฝ้าอยู่นั้นจะอยู่ห่างจากบ้านหลังนึงประมาณ 300 เมตรเห็นจะได้ เวลาประมาณเที่ยงคืนเขาก็ได้ถึงเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปที่ป้อม พอเขาเดินทางไปถึงก็ได้ไปเจอกับเพื่อนทหารของเขาที่เฝ้าก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ได้มีการถามเกี่ยวกับว่าได้เจอเรื่องอะไรแปลกๆก่อนหน้านี้หรือไม่ เพื่อนของเขาก็ได้ตอบกลับมาว่าไม่มีอะไรเลยก่อนหน้านี้ทุกอย่างเป็นปกติดี แต่อยู่ๆเพื่อนเขาก็พูดขึ้นมาว่าคืนนี้ อย่ารีบหลับตอนเฝ้าล่ะ เพราะว่าจะต้องมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ตอนนั้นเขาก็ได้สงสัยเกี่ยวกับที่เพื่อนเขาบอก จึงได้ถามไปว่าช่วยบอกได้ไหมว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่เพื่อนของเขาก็ไม่ยอมที่จะบอกเขา เพื่อนของเขาตอบเพียงแค่ว่า เดี่ยวก็รู้เองแหละ!!         หลังจากนั้นเขาก็ได้เริ่มเฝ้ายามตามที่เขาเคยเฝ้าเป็นปกติ ในช่วงเวลาที่เขาเริ่มเฝ้าก็ยังไม่มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นมา แต่แล้วพอถึงเวลาประมาณ 01.45 จู่ๆก็ได้มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นเสียงร้องไห้ดังขึ้นมาให้เขาได้ยิน มันเป็นเสียงร้องไห้เหมือนคนเสียใจเป็นอย่างมาก เธอร้องไห้อยู่แบบนั้นนานพออยู่สมควร ด้วยความที่ว่าที่ๆเขาอยู่นั้นอยู่ในบริเวณป่ากับเขา มันจึงทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นปกติแล้วจะเงียบมาก เสียงนกเสียงสัตว์อะไรก็ไม่ค่อยจะมี พอไม่มีเสียงเหล่านั้น […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : เสาตกน้ำมัน

เรื่องเล่าสยองขวัญ

      เรื่องเล่าสยองขวัญในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่ง มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเมื่อหลาย 10 ปีก่อน โดยเรื่องนั้นมีอยู่ว่าได้มีบ้านอยู่หลังหนึ่งเป็นบ้านที่อยู่ในแถวๆป่าไม้ บ้านหลังนี้นั้นเธอได้ไปอยู่เพราะว่าตอนนั้นแฟนของเธอนั้นทำงานอยู่ที่แถวๆกรมป่าไม้จึงทำให้เขานั้นได้บ้านสำหรับพนักงานอยู่ที่บริเวณแถวๆที่ทำงานของเขา เพราะเห็นนั้นเขาจึงได้ชวนเธอมาอยู่ด้วยเนื่องจากเธอกับเขาอยากที่จะอยู่ด้วยกัน แต่แล้วพออยู่ไปเรื่อยๆนั้นก็ได้เกิดเรื่องแปลกๆขึ้นมาจนทำให้เกิดเรื่องสยองขวัญในครั้งนี้ วันนี้แอดขอนำเสนอเรื่อง “เสาตกน้ำมัน” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเรื่องต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ขอให้ตั้งใจอ่านกันนะครับ…       ด้วยความที่เธอท้องกับแฟนของเธอในตอนนั้น ทำให้เธอต้องได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นกับแฟนของเขาด้วยเช่นกัน ในวันแรกที่เธอกับแฟนเธอได้เข้าไปในบ้านก็ได้พบว่าในบ้านหลังนั้นมีเสาอยู่กลางบ้านด้วย พอเธอได้เดินเข้าไปใกล้ๆก็ได้สังเกตเห็นเหมือนมีน้ำออกมาจากเสาด้วย แต่แฟนของเธอก็ได้แก้ต่างเพื่อให้เธอรู้สึกสบายใจว่าน้ำนี้นั้นเป็นน้ำที่เขาเรียกกันว่าเสาตกน้ำมัน มันก็คือน้ำที่ออกมาจากไม้นั่นเองไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น พอเธอได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกโอเคขึ้นมา และก็ได้ที่จะทำความสะอาดบ้านและจัดแจงทุกอย่าง หลังจากนั้นในทุกๆวันเธอก็ต้องอยู่คนเดียวในช่วงเวลากลางวันเป็นส่วนใหญ่ เพราะแฟนของเธอนั้นต้องออกไปทำงานในทุกๆวัน เธอก็ต้องอยู่บ้านคนเดียว มันเป็นแบบนั้นเรื่อยมา        จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นมา เพราะว่าจู่ๆเธอได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างขยับอยู่ตรงบริเวณบนบ้านของเธอ ซึ่งในตอนแรกเธอก็คิดเพียงแค่ว่านั่นคือเสียงของแมวหรือสัตว์ที่วิ่งเข้ามาภายในบ้านเพราะบ้านของเธอก็อยู่แถวๆป่าอุทยาน แต่พอคิดไปคิดมาแล้วมันก็ไม่สามารถเป็นไปได้เพราะทั่วทั้งบ้านของเธอจะมีเหล็กดัดกั้นเอาไว้ตลอด ไม่น่าจะมีสัตว์ที่น่าจะหลุดรอดมาได้ เสียงๆนั้นดังขึ้นมาไม่หยุด ดังจนเธอรู้สึกว่านั่นคือเสียงของคนที่กำลังวิ่งอยู่บนชั้นสอง ด้วยความที่ว่าบ้านของเธอนั้นเป็นบ้านไม้จึงทำให้ได้ยินเสียงค่อนข้างชัดเจนว่ามีคนวิ่งอยู่จริงๆ เธอจึงได้ตะโกนออกไปว่า “นั่นใครหน่ะ ใคร!!” แล้วเสียงนั้นก็ได้เงียบไป หลังจากวันนั้นผ่านไปเธอก็ต้องเจอกับเสียงๆของอะไรบางอย่างอยู่บนชั้นสองนั้นตลอดหลายวัน ซึ่งพอนานวันเข้าเธอก็เริ่มแน่ใจว่านั่นมันคือเสียงของคนที่วิ่งเล่นอยู่บนชั้นสอง และในตลอดเวลาที่เธออยู่บ้านหลังนี้คนเดียวเธอก็รู้สึกว่าเหมือนเธอไม่ได้อยู่คนเดียวและเหมือนจะมีคนจ้องมองมาที่เธอมาโดยตลอด แต่เธอก็ไม่ได้บอกแฟนของเธอเลย        มีอยู่วันหนึ่งหลังจากนั้นแฟนของเธอได้ไปทำงานกับเพื่อนที่ทำงานของเขาจนถึงดึก แฟนของเธอก็ได้ชวนเพื่อนของเขามานอนค้างที่บ้านของเธอในคืนนั้น หลังจากที่แฟนของเขาเหนื่อยมาจากงานกับเพื่อนของเขา เขาจึงได้ชวนเพื่อนของเขาดื่มแอลกอฮอร์ที่บ้านกันต่อหลังจากเหนื่อยจากงาน หลังจากที่แฟนของเธอกับเพื่อนของเขานั้นดื่มกันมาสักพักจนถึงเวลาที่ค่อนข้างที่จะดึก จึงได้มีการแยกย้ายกันไปอาบน้ำเพื่อที่จะได้เข้านอนกันต่อ ด้วยความเมาของแฟนของเธอพอเขาอาบน้ำเสร็จก็ได้ล้มนอนหลับไปภายในห้อง เธอก็ได้หลับตามไปในเวลานั้น พอเวลาผ่านไปจนถึงตอนตี 3 เธอก็ได้มีอาการอยากที่จะเข้าห้องน้ำจึงได้ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำ โดยปกติเวลาที่เธอจะเข้าห้องน้ำ เธอจะไม่ชอบที่จะปิดประตูห้องน้ำเอาไว้ เธอมักจะแง้มประตูห้องน้ำไว้ตลอด แต่แล้วครั้งนั้นที่เธอเข้าห้องน้ำ […]

ตำนานสยองขวัญต่างประเทศ : ลาวัง เซวู (Lawang Sewu)

ตำนานสยองขวัญ

       สงคราม ความทุกข์ทรมาน และการนองเลือดได้เติมเต็มประวัติศาสตร์ของโลก และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่อาคารเก่าแก่หลายแห่งของโลกมีประวัติศาสตร์ที่น่าสลดใจที่ยังคงเป็นเหมือนเครื่องหมายไว้จนถึงทุกวันนี้ ลาวัง เซวู (Lawang Sewu) ในเมืองเซมารัง เมืองหลวงของชวากลาง ได้พบเจอเหตุการณ์ที่ทำลายล้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาวอินโดนีเซีย ชื่อนี้มีความหมายว่า “พันประตู” “House Of Thousand Doors” สำหรับวันนี้แอดก็ได้นำเรื่องนี้มายกให้ทุกคนได้อ่านกัน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ         ลาวัง เซวู เป็นภาษาชวา แปลว่า พันประตู อาจมีไม่ถึง 1,000 บาน แต่มีประตูหลายบาน โค้ง และหน้าต่างบานใหญ่ประมาณ 600 บาน อาคารที่ดูเหมือนเขาวงกตนั้นดูลึกลับสำหรับหลายคน ตึก A อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโบสถ์ที่มีหน้าต่างกระจกสี อย่างไรก็ตาม หน้าต่างเหล่านี้ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์ แต่บอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของทางรถไฟและความเฉลียวฉลาดของชาวดัตช์     ชาวดัตช์อาศัยอยู่ในอินโดนีเซียมาหลายศตวรรษแล้ว ดังนั้นเมื่อมีการสร้างทางรถไฟในอินโดนีเซีย พวกเขาจึงเลือกเซมารังเป็นสำนักงานใหญ่สำหรับสำนักงานบริหารของตน อาณานิคมดัตช์ประสบปัญหาอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซีย พวกเขาเข้ายึดลาวังเซวูและเปลี่ยนห้องใต้ดินในอาคาร B ให้เป็นเรือนจำ อาณานิคมดัตช์จำนวนมากถูกคุมขัง ทรมาน และกระทั่งถูกประหารชีวิตที่นี่ ผู้คนอ้างว่านักโทษที่ถูกตัดหัวชาวญี่ปุ่นและโยนหัวที่ถูกตัดขาดไปที่มุมห้องใต้ดิน      ในปีพ.ศ. 2488 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นถูกบังคับให้ออกนอกประเทศ […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : โรงแรมที่มาเลเซีย

เรื่องเล่าสยองขวัญ

    เรื่องเล่าสยองขวัญที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้นั้นเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัวเธอนั้นได้มีโอกาสได้เดินทางไปที่ประเทศมาเลเซียเพื่อที่เธอจะได้ไปดูคอนเสิร์ตของวงศิลปินเกาหลีวงหนึ่ง แต่แล้วการเดินทางในครั้งนี้ของเธอนั้นเธอได้พบกับเรื่องราวสยองขวัญเกิดขึ้นมาในช่วงนี้เธอได้เดินทางไปถึงที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ในประเทศมาเลเซียนี่เอง โดยตัวเธอไม่คิดว่าที่ต่างประเทศ เธอจะได้พบกับเรื่องสยองขวัญที่น่ากลัวไม่แพ้กับตอนที่อยู่ไทยเลย วันนี้แอดขอนำเสนอเรื่อง โรงแรมที่มาเลเซีย ในการที่เดินทางไปเจอได้เดินทางไปคนเดียวและได้นัดเจอเพื่อนของเธอที่คอนเสิร์ตในทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าการจองโรงแรมและนอนพักนั้นเธอก็ต้องนอนพักอยู่เพียงคนเดียว มันจึงทำให้เธอนั้นได้เจอกับเรื่องราวแบบนี้ในที่สุด ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ…      ในวันที่เธอได้ออกจากประเทศไทยเพื่อจะที่จะเดินทางไปที่ประเทศมาเลเซีย เธอได้ออกมาในช่วงเวลาตอนเย็นมากแล้วและเธอก็ได้ถึงที่ประเทศมาเลเซียในช่วงเวลาตอนดึกค่อนข่างมาก ด้วยความที่ว่าตอนนั้นเธอเดินทางคนเดียว เธอเลยคิดว่าเธอจะนั่งรถไฟเข้าไปในเมืองในตอนเช้าจะดีกว่า เพราะก็ไม่รู้ว่าจะเดินทางไปอย่างไรและก็กลัวที่จะหลงหากเดินทางคนเดียวในตอนกลางคืน มันคงจะเป็นอันตรายได้ถ้าหากเดินทางคนเดียวในตอนนั้น เธอจึงได้เสริชหาที่พักในโทรศัพท์ของเธอเกี่ยวกับที่พักที่เธอจะพักในคืนนั้น ในตอนที่เธอกำลังหานั้นเธอก็ได้พบกับโรงแรมมากมายแต่แล้วก็ได้เจอกับโรงแรมที่หนึ่งที่พูดเธอดูๆแล้วมันก็ดูโอเคเป็นอย่างมาก       โรงแรมที่เธอได้เจอนั้นเป็นโรงแรมที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรมากมาย แต่บรรยากาศโดยรวมนั้นดูดี ห้องพักสวยและความที่ว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวในตอนนั้น เธอก็ต้องเลือกสถานที่ที่พักที่ค่อนข้างที่จะต้องปลอดภัย ปรากฏว่าเธอก็ได้เจอที่นี่ที่เธอคิดว่าทุกอย่างมันโอเค เธอจึงได้ตัดสินใจที่จะนอนพักในคืนนี้ก่อน พอเธอได้เดินไปถึงบรรยากาศโดยรวมนั้นก็โอเคมากเลย เธอได้เห็นลูกค้าที่ได้เข้ามาพักมากมายที่พอจะทำให้เธอนั้นรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาได้บ้าง พอเธอได้เช็คอินเข้าห้อง และตั้งใจที่จะอาบน้ำแล้วเข้านอนหลังจากที่เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนั้น เรื่องแปลกๆก็ได้เริ่มต้นขึ้นมาทันทีในช่วงที่เธอกำลังจะอาบน้ำนี่เลย ต้องบอกก่อนว่าโรงแรมที่เธอพักนั้นจะเป็นโรงแรมกึ่งโฮสเทลด้วย ห้องน้ำที่เธอต้องเข้านั้นจึงได้เป็นห้องน้ำประเภทรวม แต่ก็จะมีการแยกชายหญิงและแบ่งเป็นห้องๆไป เป็นห้องสำหรับอาบน้ำ ห้องเข้าทำธุระ และห้องแต่งตัวแยกเป็นโซนๆไป       ตอนที่เธอกำลังจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ พอเธอเปิดประตูเข้าไปเธอก็ได้รู้สึกขนลุกทันที เพราะในตอนนั้นมันไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลย ความที่มันเป็นห้องน้ำรวมจึงทำให้มีห้องน้ำอยู่หลายๆห้องเรียงกัน พอเธอเห็นว่าในตอนนั้นมีเพียงเธออยู่คนเดียว ด้วยความกลัว เธอจึงได้เปิดไฟทุกดวงที่มีอยู่ในห้องน้ำทั้งหมด เพื่อที่จะทำให้หายรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้าง หลังจากนั้นเธอก็ได้เริ่มที่จะอาบน้ำ พออาบได้ไปสักพักเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนกับคนกำลังใช้ไดร์เป่าผม เป่าผมอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ พอเธอได้ยินก็รู้สึกชื้นใจขึ้นมาและก็ได้อาบน้ำต่อและไม่ได้สนใจอะไรรอบข้าง พอเธออาบน้ำจนเสร็จ เธอก็ยังคงได้ยินเสียงของไดร์เป่าผมอยู่ พอเธอใส่ผ้าขนหนูเสร็จและจังหวะที่กำลังเปิดประตูห้องน้ำออกมา ปรากฏว่าเสียงไดร์เป่าผมนั้นได้หายไป และก็ได้ยินเสียงของคนชักปลั๊กออก เธอจึงได้รีบเดินไปดูตรงหน้าบริเวณกระจกว่าใครยืนอยู่ แต่ปรากฏว่าตรงนั้นไม่มีใครอยู่เลย […]

เรื่องเล่าสยองขวัญ : “เพราะเขาไม่พอ”

เรื่องเล่าสยองขวัญ

          เรื่องเล่าสยองขวัญในครั้งนี้นั้นได้เกิดขึ้นมาที่บ้านหลังหนึ่ง โดยต้องเกรินก่อนว่าเรื่องนี้นั้นได้เกิดขึ้นมากับผู้ชายคนหนึ่งที่ตัวเขานั้นเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะเจ้าชู้ โดยที่ตัวเขานั้นไม่เคยที่จะมีแฟนเพียงคนเดียว ทุกครั้งที่เขามีแฟน ตัวเขานั้นก็จะมีกิ๊กติดมาโดยตลอด จนแม้กระทั่งตัวเขาได้แต่งงานแล้ว ตัวเขานั้นก็ยังคงมีกิ๊กอยู่ดี จนวันหนึ่งนั้นตัวเขาได้มีโอกาสที่ต้องไปเดินทางที่ต่างจังหวัด และพอหลังจากที่เขาได้ทำงานที่ต่างจังหวัดเสร็จและได้เดินทางกลับมาที่บ้านในครั้งนี้ มันทำให้เขาได้เจอกับเรื่องสยองขวัญขึ้นมาทันที วันนี้แอดขอนำเสนอเรื่องสยองขวัญเรื่อง “เพราะเขาไม่พอ” ถ้าอยากรู้แล้วว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร ขอให้อ่านกันให้สนุกนะครับ บรื้อ…         เรื่องความเจ้าชู้ของเขานั้นจะมีเพียงน้องชายแท้ๆของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเขานั้นมีเมียน้อยแอบอยู่ และในช่วงที่เขาทำงานเสร็จและกำลังที่จะนั่งเครื่องบินเดินทางกลับบ้านนั้น เขาก็ได้โทรบอกน้องชายของเขาว่าไม่ต้องบอกเมียของเขาว่าเขานั้นกลับมาแล้ว ให้บอกเมียของเขาก่อนว่าเขาทำงานอยู่เพราะเขาจะเดินทางไปหาเมียน้อยของเขาก่อนที่จะกลับบ้าน แต่เหมือนน้องชายของเขาก็ได้บอกให้เขากลับมาบ้านก่อนจะดีไหมกลัวว่าจะมีเรื่อง แต่ตัวเขาก็ไม่ได้สนใจและได้ตัดสายโทรศัพท์น้องชายเขาทิ้งไป และจังหวะหลังจากนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ได้มีสายจากทางบ้านโทรกันมาเต็มไปหมด ด้วยความรำคาญเขาจึงได้บล็อกไม่ให้ใครโทรมาหาเขาได้ทั้งสิ้นในตอนนั้นและพอตัวเขาได้เดินทางรงถึงจังหวัดที่เขาอยู่ เขาก็ได้มุ่งหน้าไปหาบ้านของเมียน้อยในทันทีตอนนั้น พอเขานั้นได้เดินทางมาถึงที่บ้านของกิ๊กเขาแล้วนั้น เขาก็สังเกตได้ว่าทำไมบ้านของกิ๊กนั้นดูแปลกๆไป ดูมืดๆคลึมๆ         เขาจึงได้เข้าไปในบ้านทันทีเพราะบ้านหลังนีนั้นเป็นบ้านที่เขานั้นตั้งใจจะซื้อให้กับกิ๊กคนนี้ เขาเลยมีกุญแจที่สามารถที่จะเข้าบ้านไปได้ พอได้เข้าไปแล้วนั้นเขาก็ได้เห็นกิ๊กของเขานั้น เธอนั่งอยู่ตรงบริเวณหน้าประตูด้วยท่าทีที่ดูเหมือนไม่ค่อยจะปกติ เขาจึงได้รีบเดินไปหาเธอและถามว่าคิดถึงเขาไหมมากอดกันหน่อย แต่เธอก็ไม่ได้ตอบอะไรเลยและก็ยังนั่งด้วยท่าทีที่ยังเศร้าอยู่แบบนั้น แล้วเธอก็ได้ถามเขาว่าหิวไหม เธอจะหาอะไรให้กิน เธอก็ได้เดินนำเขาเข้าไปในบ้าน จังหวะที่เขากำลังจะโยกของเข้าไปในบ้านเพียงแปปเดียวพอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นเธอแล้ว และเขาก็ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเปิดประตูด้วยซ้ำ เขาจึงได้เปิดประตูเข้าไปในบ้าน พอเข้าไปในบ้านเขาก็ได้เห็นอาหารที่เธอนั้นได้เตรียมให้กับเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในตอนนั้นเขาก็รู้สึกหิวทันทีหลังจากทีเ่ห็นอาหารที่เธอเตรียมให้ แต่ก่อนที่เขาจะกินเขาก็ได้ชวนเธอให้มากินด้วยกัน แต่เธอก็ตอบเพียงแค่ว่าเธอไม่หิวและให้เขากินก่อนได้เลย แต่แล้วจังหวะที่เขากำลังจะตักอาหารเข้าปากของเขานั้น เขาก็สัมผัสได้ทันทีเลยว่าอาหารที่เธอเอามาให้กินนั้นเป็นอะไรที่เย็นเป็นอย่างมาก เป็นแกงจืดที่เย็นชืดและมีกลิ่นแปลกๆอีกด้วย แต่แล้วด้วยความกลัวว่าเธอจะเสียใจเขาก็ได้กลิ่นต่อไปเรื่อยๆ       หลังจากนั้นได้ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงของคนนั้นกดอ๊อดหน้าบ้าน พอเขาเดินออกไปดูก็เห็นว่านั่นคือเมียแท้ๆของเขาที่ยืนอยู่ตรงหน้าบ้านพร้อมกับพูดเหมือนจะด่ากิ๊กของเขาออกมา เขาจึงตกใจว่าทำไมเมียของเขาถึงเดินทางมาที่นี่ได้จึงได้บอกกับกิ๊กของเขาว่า เขาจะไปแอบข้างบนบ้านชั้นสองจนกว่าเมียเขาจะไป แล้วเขาจะลงมาและเขาก็ได้รีบวิ่งขึ้นไปข้างบนทันทีโดยที่ไม่ได้สนใจกิ๊กของเขาที่ยืนนิ่งๆอยู่ข้างล่าง จังหวะที่เขาได้เดินเข้าไปในห้องนั้น ด้วยความที่ข้างบนชั้นสองนั้นไม่ได้เปิดไฟเลยมันทำให้เขานั้นมองไม่เห็นอะไรและได้เดินไปเปิดไฟที่อยู่ชั้นสอง พอเขานั้นได้เปิดไฟที่ห้องชั้นสองแล้วนั้นเขาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นเพราะเขาได้เห็นร่างของกิ๊กของเขานั้นนั่งล้มตัวลงอยู่บนหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง […]