เรื่องหลอนที่ทำเป็นภาพยนตร์สั้น The Ghost Radio

หัวข้อในบทความผี

ข่าวผี เรื่องหลอนที่ทำเป็นภาพยนตร์สั้น The Ghost Radio

1. คืนแรกที่กลับบ้าน

          นาน ๆ จะได้กลับบ้านสักครั้ง  เรื่องของทางบ้านไม่ค่อยได้รู้  เมื่อทานข้าวเรียบร้อยแล้ว  ห้องที่พักเป็นหน้าต่างทั้งสองด้าน  ปลายเตียงจะพอดีที่หน้าต่างเป๊ะเลย  บ้านนอกจังหวัดลำพูนจะไม่มีประตูรั้ว  จะเป็นแบบบ้านใครบ้านมัน  ตกใจตื่นเพราะได้ยินเสียงร้องไห้เบา ๆ  เสียงเบา ๆ  แต่มันชัดมาก  สะอึกในลำคอแต่มันออกมา  ได้ยินเสียงนาน จึงลุกขึ้นดูที่ปลายเตียง  เห็นผู้หญิงคนนั้นหันหลังร้องไห้  รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นคือพี่ฝน  เขาร้องไห้อยู่หันหลังให้เรา  คิดว่าพี่ฝนมาร้องไห้ทำไม  คิดว่าร้องไห้ตั้งนานแล้วทำไมพ่อแม่เขาไม่มาดูลูก เราจึงเรียกว่า “พี่ฝนๆ ร้องไห้ทำไม”  อยากรู้จึงรีบลงจากชั้น 2 ลงไปเดินไปหาพี่ฝน  แล้วเดินไปคว้าแขนเขาไว้  เขาบอกว่า “เขาหนีแฟนเขามา  แฟนเขาจับได้ว่าเขาแอบคุยกับผู้ชายอีก  แล้วเกิดการทุบตีกัน” เขาจึงมายืนร้องไห้หน้าบ้าน  เขาบอกว่าเข้าบ้านไม่ได้เดี๋ยวพ่อแม่จะว่าเอา  แฟนพี่รู้ไหมว่าพี่ฝนหนีมานี่  พี่ฝนบอกว่ารู้   แล้วก็พาพี่ฝนเข้ามาหลบที่ห้อง   ก็พามานั่งโดยที่ไม่เปิดไฟในห้อง  พี่ฝนนั่งตรงปลายเตียง  แล้วก็นั่งมอง  แป๊บเดียวเสียงมอไซค์มาจอดที่หน้าบ้านพี่ฝน  แล้วเขาก็ตะโกนเรียกชื่อ    สักพักพ่อแม่พี่ฝนก็เปิดประตูบ้านออกมา  แฟนพี่ฝนก็ยืนเอะอะโวยวายหน้าบ้าน  จังหวะนั่นเองมีผู้หญิงคนนึงเดินออกมาเป็นพี่ฝน  แต่ในขณะนั้นสมองคิดว่า  คนที่นั่งตรงหน้าคือใคร  แฟนพี่ฝนก็เอาปืนยิงพี่ฝน พ่อกับแม่เขา  ล้มลงทั้งหมด  ต่อหน้าเราที่เรานั่งดูอยู่  จากนั้นแฟนพี่ฝนก็เดินไปที่มอไซค์แล้วแฟนพี่ฝนก็เอาปืนจ่อปากยิงตัวเองตายตาม จากนั้นเราก็ร่วงลงมาจากชั้นสองทำให้ขาหัก กระดูกต้นคอเคลื่อนสลบไปฟื้นที่โรงพยาบาล  แม่เราก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น  กว่าจะเล่าให้ฟังได้ตั้งเป็นวัน  แม่เล่าว่าพี่ฝนตายไปทั้งบ้านยกครัวไปเมื่อ 2 เดือนกว่าแล้ว   ซึ่งเราไม่ได้อยู่ที่นี่  

2. เรื่องเล่าจาก Mail  เรื่องชั้น 2

          เรื่องนี้ผมได้ฟังจากเพื่อนรุ่นน้องคนนึง ชื่อเอ  เอเรียนในอาชีวแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา  เอเป็นเด็กหนุ่มร่างใหญ่  อายุ 19  เป็นเด็กแต่หน้าแก่แต่ใบหน้าดุ  เอเรียนอยู่ ปวส. 2  ค่าใช้จ่ายที่พ่อแม่ให้มาไม่พอใช้  เอจึงได้ไปทำงานร้านกิ๊ฟช้อฟขายหนังสือและอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ  เป็นตึกชั้น 3 เอทำหน้าที่เช็คสต๊อกและพาลูกค้าหาสินค้าที่ต้องการ  ทำได้ 3-4 วัน  เจ้าของร้านเห็นว่า ลูกค้าไม่กล้าใช้เอ  เพราะเอหน้าดุ  เจ้าของร้านเรียกเอมาคุยว่า  จะให้เอทำงานชั้น 2  ทำงานพวกห่อสินค้า เช็คสต๊อก โหลดของ  วันรุ่งขึ้นเอจึงได้ขึ้นไปทำงานชั้น 2  ทางขึ้นไปชั้น 2 คือบันไดเหล็ก  และลิฟท์ส่งของ  ประตูลิฟท์เป็นประตูยึดเหล็กซี่ ๆ เปิดไว้ง่าย ๆ  กว่าลิฟท์ขึ้นลงจะใช้เวลานานมาก  เพราะทำบันไดจะเปิดและใช้ยากกว่าทางลิฟท์ งานของเอคือเอาพลาสติกมาห่อเพื่อกันลูกค้าเปิดอ่าน และเอาดินสอปากกามาทำเป็นเซ็ต  พอสอนงานเอเสร็จ คนสอนก็ไปทำงานชั้นล่าง  เอทำงาน 3 วันแรกไม่มีปัญหาอะไร  คนชั้นล่างจะขึ้นมาชั้นสองมักจะไม่ขึ้นมาคนเดียวมักจะขึ้นมาสองคน  และมักจะไม่มีคนมาสนใจเอเลยหรือขึ้นมาตรวจงานเอ คนที่ 4 เอเริ่มจะเบื่องาน มักจะเอามือถือมาเปิดเพลงฟัง  ดูยูทูปบ้าง  และเอเริ่มงีบหลับ  และพักเล่นเกมส์บ้าง  เอจะทำงานหน้าลิฟท์ถ้ามีคนขึนมา  เอจะรู้  เวลาประมาณ 1 ทุ่มขณะที่เอนั่งเล่นเกมส์อยู่ เอได้ยินเสียงเหมือนผู้หญิงหัวเราะในลำคอ หึ หึ เอมั่นใจว่าเสียงอยู่ฝั่งขวามือ  เอจึงย่องไปดู  เอได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอตลอด  เอก็ตกใจมาก เอเห็นผู้หญิงคนนึ่งนั่งที่พื้นผมยาวมา  โยกหัวไปมา  เงยตัวขึ้นมาโยกตัวตามเสียงหัวเราะ เจ้าเอก็ตกใจเมื่อเห็นภาพนั้น  ในใจแอบอู้คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเห็นหรือเปล่า คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะไปฟ้องเจ้าของร้านหรือเปล่า  เอเริ่มแปลกใจ  ว่าเสียงนั้นมันดังใกล้ตัวมาก ๆ  ระหว่างทำงานเอมักจะเห้นเงาอยู่ใกล้ตัวมาก ๆ  

3. คืนโหดชั่วโมงผวา

             ผมอายุ 25  เพิ่งขับแท็กซี่ไม่นาน  อาจจะต้องเจอประสบการณ์ผีสักหน่อย  ผมปากไม่ดีอยู่แล้ว  ปากหมาอยู่บ่อย ๆ แต่เจอเมื่อคืนอาจจะต้องเปลี่ยนทัศนคติสักหน่อย  เมื่อคืนมีรุ่นน้องของผม  มีงานเกี่ยวกับแร็ปเปอร์  รุ่นน้องโทรมาให้มารับผมหน่อย  ผมจึงได้ไปแวะรับ  ซึ่งให้ไปส่งลำลูกกา  เมื่อส่งรุ่นน้องที่เป็นผู้หญิงที่ลาดพร้าว  น้องผมก็ร้องเห้ยขึ้นมา  ท้ายรถมันกระแทกกับอะไร  เห็นท้ายรถชนกับเสาที่มันชนกับเครื่องไหว้มันกระจายหมดเลย ผมไม่ชินเส้นทางนี้  ผมจึงเปิดจีพีเอสมา  จีพีเอสมาออกมาลาดพร้าวออกโชคชัย 4  จีพีเอสพาไปเรื่อยไปเข้าวัดลาดพร้าว  จีพีเอสมันบอกให้พามา  เวลาประมาณตี 1  เส้นทางที่เราไปมันเป็นสีแดงตรงที่ผมหยุดรถ  มันเป็นเมรุเผาศพของวัด  น้องผมค่อนข้างเมา  ผมขับไปเส้นนี้แปลกเนอะรถน้อย ๆ  ไม่ค่อยมีใครวิ่งกันหรอก  แล้วจีพีเอสพาผมไปทางเปลี่ยวมีแต่ทุ่งนามืดมากไม่มีไฟเลย  ผมก็เห็นคนโบก  ผมไม่กล้าจอด  คนที่โบกรถก็วิ่งตามรถ  ผมรีบเหยียบหนีเลยครับ  คนนันก็บอกให้หยุดแล้วบอกว่า  กลับรถๆๆๆ  พูดไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง  ผมรีบปิดจีพีเอสมันก็ไม่ปิด  ผมขับตรงไปเหมือนผมขับกลับมาที่เดิมตรงที่เขาโบกรถ  ขับอยู่เกือบชั่วโมง  ก็ไม่เจอทางออก  ผมจอดรถได้ผมโทรหาญาติไม่มีใครรับหรือไม่มีสัญญาณ