TOP 10 เรื่องสยองจากคืนพุธมุดผ้าห่ม

หัวข้อในบทความผี

คืนพุธมุดผ้าห่ม

รวมเรื่องสยองจากรายการคืนพุธมุดผ้าห่ม รายการที่จะมาเล่าเรื่องหลอนๆให้ทุกท่านได้หลอนกันทุกวันพุธ ในรายการ คืนพุธมุดผ้าห่ม และวันนี้เราจะมานำเสนอ TOP 10 เรื่องสยองจากคืนพุธมุดผ้าห่ม คืนที่ 1-10 มีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

เรื่องที่1  9 กระโดดหลุมดำ

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในญี่ปุ่น เธอถูกกลั้นแกล้งเป็นประจำ มายูมิ ที่เป็นเพื่อนในห้อง ไม่ได้รู้สึกเกลียดชั่งอะไรผู้หญิงคนนั้น เธอเพียงแค่ทำตามเพื่อน วันหนึ่ง ในขณะที่มายูมิกำลังเดินไปโรงเรียน ก็เห็นเพื่อนคนที่ถูกกลั่นแกล้งกระโดดอยู่บนฝาท่อ เอาแต่พูดแค่คำว่า 9 9 9 9 เธอพูดซ้ำๆ อยู่แบบนั้น ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 

ไม่ว่ามายูมิจะถามอะไรเธอก็ไม่ยอมตอบ เอาแต่นับเลขเดิมซ้ำ ๆ จนมายูมิสงสัยอยากลองไปกระโดดอยู่บนฝาท่อดูบ้าง เมื่อยูมิเข้าไปกระโดนที่บนฝาท่อ ในจังหวะที่เธอกระโดด ผู้หญิงคนนั้นก็ได้เปิดฝาท่อ จนมายูมิตกลงไปในท่อ และฝาท่อก็ถูกปิดอีกครั้ง และเธอก็ขึ้นไปกระโดดอยู่บนฝาท่อเหมือนเดิม พร้อมกับพูดว่า  10 10 10 10 

เรื่องที่ 2  บังเอิญในวงเหล้า 

ชายคนหนึ่งได้ไปกินเหล้ากับเพื่อน และเล่าเรื่องผีกัน แต่เขาไม่มีเรื่องจะเล่า ก็เลยแต่งเรื่องขึ้นมา ว่าที่ลานจอดรถของร้านเหล้านี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกสโต๊กเกอร์ฆ่าตาย ทุกคนต่างก็ตกใจพากันเชื่อเรื่องที่เขาเล่า จนเวลาล่วงเลย ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไปคนละทาง และบ้านของเขาก็ดันต้องผ่านลานจอดรถพอดี

 ด้วยความที่เป็นฤดูหนาว กับมีผู้หญิงคนหนึ่งชุดเหมือนกับว่าเธอไม่หนาว แถมเธอยังเข้ามาถามทางกับเขาว่าลานจอดรถไปทางไหน ถึงแม้เขาจะสงสัย เพราะที่นี่ก็คือรานจอดรถ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็บอกทางแก่เธอ ก่อนที่เธอจะจากไป เธอได้หันมาขอบคุณเขา และพูดว่า “ขอบคุณนะ ที่เล่าเรื่องของฉัน”

เรื่อง 3  3 เสาไฟ 

เป็นเรื่องราวของนักศึกษาคนหนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัด เขาได้ยินเรื่องราวลี้ลับจากรุ่นพี่และเพื่อน แต่เขาหิวในตอนดึก จึงไม่คิดจะสนใจอะไร เมื่อขับรถไปที่ร้านสะดวกซื้อ กับมีป้าคนหนึ่งทักถาม ไม่กลัวหรือไง แต่เขาก็ยังไม่ได้สนใจอะไร เขาขับรถกลับในทางลัด ที่เป็นถนนลูกรัง และไม่มีไฟส่องทาง 

เมื่อผ่านเสาไฟไปสามต้น เขาก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักศึกษาเดินผ่านไป ผ่านไปอีกสามต้น เขาก็เจอผู้หญิงคนเดิมยืนก้มหน้า ในใจก็เริ่มคิดว่ามันแปลกๆ เมื่อขับผ่านเสาไฟไปอีก สามต้น ครั้งนี้ผู้หญิงคนเดิมยืนหัวเราะ ผ่านไปอีกก็เจอเธอห้อยขาอยู่บนเสาไฟ ผ่านไปอีกสามต้น คราวนี้เธอห้อยหัวลงมา เขาก็รีบขับรถออกไป ผ่านไปเรื่อย ๆ เขาไม่เจอผู้หญิงคนนั้น แต่สิ่งที่เขารู้สึกได้คือมีคนอยู่ข้างหลัง เมื่อหันไปมอง ผีตัวนั้นก็พูดว่า “กูรู้ ว่ามึงเห็น”

เรื่องที่ 4  ชั้น 3 ห้ามขึ้น 

เป็นเรื่องราวของเด็กวัยรุ่นสี่คนในญี่ปุ่นที่เขาไปท้าผีในโรงพยาบาลร้าง แต่มีตำนานเล่าขานกันมาว่าชั้น 3 ห้ามขึ้น แต่เพราะความคึกคะนอง พวกเขาขึ้นไปที่ชั้นสาม แม้จะมีความหวาดกลัว แต่ก็ขึ้นไปจนถึงชั้นสาม เมื่อไปถึง พวกเขาก็ได้เจอกับข้อความที่เขียนไว้ด้วยเลือด “ส่วนบนกำลังมา”

 หลังจากนั้น ก็มีเสียงใกล้เข้ามาหาพวกเขา นาทีนั้นทั้งสี่คนไม่อาจจะอยู่ที่ตรงนี้ต่อไปได้ เช้ามาทั้งสามก็ได้โทรคุยกัน แต่พวกเขาติดต่อเพื่อนอีกคนไม่ได้ จึงไปหาที่บ้าน และพวกเขาก็พบว่าเพื่อนอีกคนกำลังสติแตก เอาแต่พูดว่า “ส่วนบนกำลังมา”

เรื่องที่ 5  ฮือหื่อฮือ ฮื้อฮือหื่อฮือ

เด็กนักเรียนที่ไปทำงานพิเศษเฝ้าโกดังในตอนกลางคืน คอยเช็กว่ามีเซ็นเซอร์ต่างๆ แล้วเวลามีคนเข้าออกเซ็นเซอร์จะเป็นสีแดง ก็นั่งเฝ้าตามปกติไป แต่คืนนี้ดันแปลกออกไป เซ็นเซอร์เป็นสีแดง แต่ไม่มีใคร เป็นแบบนี้อยู่สองรอบ จนเขาต้องโทรไปหาหัวหน้า  ไม่นานก็มีเสียงรถยนต์ดังขึ้นมา และหลังจากนั้นก็มีคนเดินเข้ามาในโกดัง

 แต่ความผิดปกติก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อคนที่เข้าไปในโกดังไม่ได้เปิดไฟ จนเขากำลังจะลงไปดูข้างล่าง เพราะตอนนี้เขาอยู่ชั้นสาม แต่เมื่อเขาเปิดประตูจะเดินไปที่บันได ก็ได้กลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง ทันใดนั้นก็มีร่างของคนเดินขึ้นบันไดมาในสภาพไม่ใช่คน พร้อมกับมีเสียง ฮือหื่อฮือ ฮื้อฮือหื่อฮือ ออกมาตลอดเวลา  ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์จากในห้องก็ดังขึ้นมา และร่างปริศนาก็มองมาที่เขาทันที เมื่อเห็นว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่คนเขาก็รีบวิ่งไปที่ห้องของตัวเอง แต่ร่างปริศนาตามเขามาติดๆ ทั้งสองต่างก็ดันประตูไปมา จนกลิ่นเหม็นเริ่มหายไป เขาจึงค่อยๆ ถอยห่างออกจากประตู และทันใดนั้นประตูก็เปิดออกมาด้วยความแรง ไม่รอช้าเขารีบเปิดหน้าต่างทิ้งตัวลงมาจากชั้นสาม 

ก่อนที่เขาจะหมดสติไป ก็เห็นว่าร่างปริศนากำลังอ้าปากที่จะกินเขาเข้าไป เขาโคม่าอยู่เป้นอาทิตย์ พอตื่นขึ้นมาแม้จะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ก็ไม่มีใครเชื่อ พยาบาลที่ดูแลเขาก็เข้ามาบอกว่าในตอนที่เขายังโคม่าอยู่นั้น มักจะมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น คือตอนกลางวันเขานอนนิ่งปกติ แต่พอตกกลางคืนกลับมีเสียงร้อง ฮือหื่อฮือ ฮื้อฮือหื่อฮือ

เรื่อง 6  เพื่อนชวนเข้าห้อง เราบอกอย่า

ชายคนหนึ่งเป็นคนที่มีเซ้นส์ในเรื่องของการเห็นผี เพื่อนได้ชวนเขาไปปราตี้ที่ห้อง แต่ไปถึงอพาร์ทเม้นท์เขาก็ได้บอกให้เพื่อนลงมารับ เพื่อนก็สงสัยว่าทำไม เขาก็บอกว่าเขาอยู่ที่นี่ไม่ได้ เพื่อนก็รู้ว่าเขาเป็นอะไร แต่ด้วยความที่อยากให้ไปสนุกด้วยกัน จึงได้ชักชวนอีกครั้ง พอมาถึงหน้าห้อง เขาก็ยังปฏิเสธเหมือนเดิม แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนเข้าในห้องจนได้ แต่ที่น่าแปลก 

พอเข้ามาในห้องเขาไปยืนอยู่ข้างหลังทีวีเอาแต่ยืนก้มหน้าก้มตา สักพักก็เขาก็ขอตัวกลับโดยที่ไม่สนใจเพื่อน 

พอเช้ามาที่โรงเรียนเพื่อนก็เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็เล่าว่าเขาเห็นมือออกมาจากโปสเตอร์ที่อยู่ด้านขวาของทีวี และเมื่อมองไปทางซ้ายที่เป็นชั้นวางหนังสือก็พบมือยื่นออกมาเหมือนเคย พอเขามองไปที่ทีวี ก็พบว่ามีมือที่สามยื่นออกมา และที่เขากลัวจนอยู่ไม่ได้ก็เพราะว่าต่อล่ะมือที่ยื่นออกมาเหมือนเป็นการบอกเลขกับเขา 5 4 3 เหลือแค่ 2 ราวกับเตือนว่าถ้าหากยังอยู่ที่นั่นต่อไปคงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขาแน่นอน 

เรื่อง 7  คดีใจโหด

เป็นคดีที่มีคนกระโดดตึกเพื่อฆ่าตัวตาย ตึกสูงประมาณสี่ชั้น เมื่อตำรวจเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็ยังไม่ได้สรุปว่าเป็นการห่าตัวตาย เพราะไปเจอรอยเลือดที่บันได แต่เมื่อผลสรุปออกมาอีกครั้งปรากฎว่าเป็นการฆ่าตัวตายจริงๆ โดยที่ตัวของผู้ตายนั้นได้รับแรงกระแทกสองครั้ง ครั้งแรกไม่ได้ จึงขึ้นไปกระโดดตึกอีกครั้งจนตาย และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องจริงอีกด้วย

เรื่อง 8 คิจิม่าซัง

คิจิม่าเป็นแก๊งไบก์เกอร์ เขาก็เกิดอุบัติเหตุชนแล้วหนี อาการของเขาบาดเจ็บสาหัส เมื่อเพื่อนๆ เข้าไปเยี่ยมคิจิม่า สภาพของเขาคืออวัยวะที่มีสองอย่างไม่ว่าจะเป็นแขน ขา หรือตา ถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผลทั้งหมด ไม่ข้างใดก็ข้างหนึ่ง เขาพูดอะไรบางอย่างเป็นการสั่งเสีย นั่นก็คือให้ตามหาคนที่ทำให้คิจิม่าต้องเป็นแบบนี้ แต่แล้วก็ไม่สามารถหาตัวคนทำได้ ผ่านไปหนึ่งปีเพื่อน ๆ ชาวแก๊งก็ได้ไปเคารพที่หลุมศพของคิจิม่า และเพื่อน ๆ ก็เห็นคิจิม่าในสภาพก่อนที่เขาจะตายปรากฎกายขึ้นมา และถามว่า “มึงใช่ไหมที่ฆ่ากู” เพื่อนๆ ก็บอกว่าไม่ใช่ แล้วคิจิม่าก็หายตัวไป

 เมื่อกลับมาจากเคารพศพของคิจิม่าแล้วเพื่อนสนิทของเขาก็ได้ไปเล่าเรื่องนี้ให้รุ่นน้องฟัง และทุกคนก็เล่าสู่ปากต่อปากกันไป จนมาถึงคนที่เล่าเรื่องอีกครั้ง และสรุปว่าเรื่องคิจิม่าเป็นเรื่องแต่งขึ้นมา มันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก แต่ที่น่าแปลกใจคือ ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ฟังเรื่องคิจิม่าต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าคิจิม่ามาหาพวกเขา พร้อมกับปิดตาที่ข้างขวา ทั้ง ๆ ที่คนเล่าไม่เคยบอกเลยว่า คิจิม่าปิดตาข้างไหน

เรื่องที่ 9 เดี๋ยวกูเล่าเอง

กล่าวถึงเทียนหนึ่งร้อยเล่มในการเล่าเรื่องผีที่ญี่ปุ่น คือจุดเทียนไว้หนึ่งร้อยเลาม เล่าจบหนึ่งเรื่องดับเทียนหนึ่งเล่ม ทำแบบนี้จนไปจบที่เรื่องหนึ่งร้อย แล้วว่ากันว่าผีจะมา 

ทางกองถ่ายได้ไปถ่ายทำเกี่ยวกับเรื่องเทียนร้อยเล่ม ไปด้วยกันทั้งหมด 6 คน รวมตากล้องด้วย ก็เล่าเรื่องสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตกคนละ 20 เรื่อง และพอถึงเรื่องที่ 99 ทุกคนก็สับสนว่าใครเป็นคนเล่า เถียงกันไปมา จนอีกคนบอกว่ากูเป็นคนเล่า เรื่องที่หนึ่งร้อยกับเทียนเพียงหนึ่งเล่ม เรื่องสุดท้ายได้ฟัง ต่างก็ไม่มีใครฟังรู้เรื่องเลยสักคน พอกลับมา เมื่อเข้าไปเช็กวิดีโอ ปรากฏว่าเรื่องที่หนึ่งร้อยไม่มีเสียงอะไรเลย ทางทีมงานเลยให้คนตัดต่อเพิ่มเสียงจนสุด 

แล้วพวกเขาก็ได้ยินว่า “มา เดี๋ยวกูเล่าเอง ไอ้เหี้ยกูเพิ่งตายว่ะ รถมากูมองไม่เห็น มันเข้ามาชนกูเลย” และพวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่าเรื่องสุดท้ายกลายเป็นผีที่มาเล่าให้ฟัง 

เรื่องที่ 10 ห้องเช่าบันได 13 ขั้น

เรื่องราวของนักตลกคนหนึ่งในญี่ปุ่น เขาได้มาเช่าอพาร์ทเม้นท์ที่มีข่าวเรื่องผีในราคาที่ถูกมาก แม้รุ่นพี่ของเขาจะห้ามแล้วก็ตาม เขาก็ไม่ฟัง และคืนนั้นเขาได้ยินเสียงเด็กวิ่งเล่นกัน ก่อนจะได้ยินเสียง ต๊อง ตามมา มันคือเสียงฝีเท้ากระทบกับบันไดเหล็ก เช้ามาเขาก็เล่าให้รุ่นพี่ฟัง รุ่นพี่ก็พาเขาเข้าไปถามกับเจ้าของทันที ได้ใจความมาว่าไม่มีใครอยู่เกินสองอาทิตย์ หรือใครที่อยู่ได้เกินก็จะกลายเป็นศพไปทุกคน แต่เขาก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะอยู่ ในทุกคืนเขาก็จะได้ยินเสียง ต๊อง เพิ่มขึ้นมาตามจำนวนวันที่เขาอยู่ ว่ากันว่าอพาร์ทเม้นท์ใดมีบันไดมีสิบสามขั้นผีจะเฮี้ยน 

จนวันที่สิบสามเขาได้ยินเสียงที่เปลี่ยนไปจากเด็กกลายเป็นผู้ใหญ่วิ่งเล่นขึ้นลงบันไดตลอดทั้งคืน จนเขาไม่สามารถทนกับมันต่อไปได้ จึงต้องโทรหารุ่นพี่ แต่เพราะความกลัวเขาจึงไม่กล้าออกไป พอเช้าก็รีบมาเก็บข้าวของเพื่อจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ทว่าของมีเยอะเกินไปจนเวลาล่วงเลยมาถึงเย็น ของก็ยังขนไม่เสร็จ เขาและรุ่นพี่บวกกับคนอื่นๆ ก็ไปหาเครื่องลางมาป้องกันตัว ขนของกันต่อจนดึก ทันใดนั้นไฟก็ดับ ทุกคนในห้องต่างตกใจ แล้วก็มีเสียงร้องครวญครางออกมา หนึ่งในห้าคนจึงเปิดไฟจากโทรศัพท์ส่งดูก็พบว่า ชายนักตลกคนนั้นกำลังบีบคอตัวเอง ทั้งหมดจึงได้พาเขาไปส่งโรงพยาบาล เมื่อหมอมาตรวจก็พบว่า ที่คอของเขามีเครื่องลางติดอยู่ข้างใน

และทั้งหมดนี้คือ รวม top 10 เรื่องสยองจากคืนพุธมุดผ้าห่ม ที่เรานำมา เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีเรื่องเล่าหลอนอีกมากมาย ติดตามได้ที่ คืนพุธ มุดผ้าห่ม [ Official ]