ความเชื่อ “เครื่องรางของขลัง” อานุภาพอยู่ยงคงกระพัน กำเนิดที่มาของทหารผี

หัวข้อในบทความผี

เครื่องรางของขลัง

ในทางด้านไสยศาสตร์ เครื่องรางของขลัง จำพวกนี้ไม่มีใครที่จะสามารถบอกได้เลยว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ถ้ามองกันให้ดีจะเห็นได้ว่าศาสตร์ทางนี้มีอิทธิพลต่อสังคมไทยที่ดำเนินไปไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนก็ตาม เป็นค่านิยมที่มีการปฏิบัติต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ถึงในปัจจุบันนี้ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาในชีวิต มนุษย์มีสติปัญญาการศึกษาไม่ว่าจะสูงแค่ไหนก็ตามแต่จะมีความเชื่อด้านไสยศาสตร์ก็จะมาในรูปแบบอื่นไปอีกไม่จางหายไป

ความเชื่อ : เครื่องรางของขลัง

ตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบันที่คนไทยมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง ที่จะคอยช่วยคุ้มครองป้องกันภัย รวมไปถึงโชคลาภ จึงเป็นค่านิยมตลอดมา “เครื่องราง” นั้นจะหมายถึง สิ่งที่มนุษย์ได้ทำการประดิษฐ์หรืออาจเป็นสิ่งของชนิดหนึ่ง ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาบนความเชื่อของทางไสยศาสตร์ เครื่องรางนี้ของขลังนี้ถ้าใครมีไว้ครอบครองจะช่วยให้ผู้นำได้รับความดูแลมีความปลอดภัย มีคนรักคนชอบและจะร่ำรวมอีกด้วย

เครื่องรางของขลังจากการสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานตามตำราได้แบ่งไว้เป็นเครื่องรางที่มาจากธรรมชาติเกิดขึ้นเองซึ่งมีดีอยู่ในตัวของมันโดยที่ไม่ต้องผ่านพิธีกรรมใดๆและยังมีเทวดาคอยรักษาด้วยตัวอย่างเช่น เหล็กไหล เขียวหมูตัน กลวงเถาวัลย์ เขี้ยวเสือ ซากจิ้งจอกสองหาง เป็นต้น และเครื่องรางที่นำส่วนของดีจัดสร้างขึ้นมา ตัวอย่างเช่น เบี้ยแก้ ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ เป็นต้น 

ผู้ที่จะจัดสร้างเครื่องรางของขลังนี้ต้องเป็นพระสงฆ์หรืออาจเป็นเกจิอาจารย์ท่านเหล่านี้จะเป็นผู้ที่มีพลังจิตขั้นสูง คอยมาปลุกเสกลงอาคมเป็นกระบวนการสร้างความศักดิ์สิทธิ์ตามคติทางไสยเวทย์ของทั้งทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ถึงประเทศไทยของเราจะมีประชากรที่นับถือศาสนาพุทธเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอยู่แล้วแต่ยังมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังก็เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจควบคู่ไปด้วย 

เป็นการปฏิบัติกันมาตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบันแยกกันไม่ออกแล้ว จนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติไทยไปเสียแล้ว เครื่องรางของขลังในอดีตที่เคยมีหลักฐานให้ได้พบเห็นคือ “ผ้ายันต์” พอเวลาดำเนินมาจนมีการพัฒนามาเป็น “เสื้อยันต์”จะปรากฏในเหตุการณ์ใหญ่ๆของประเทศไทยที่ขณะนั้นบ้านเมืองอยู่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 จนมีการจัดสร้าง “เสื้อยันต์”

จากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั้งหมด 4 รูปได้แก่ หลวงงพ่อจาด (พระครูสิทธิสารคุณ) ท่านประจำอยุ่ที่วัดบางกระเบา จังหวัดปราจีนบุรี ต่อมาหลวงพ่อจง พุทธสโร  ประจำอยู่ที่วัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาหลวงพ่อคง ธัมมโชโต ประจำที่วัดบางกระพ้อม จังหวัดสมุทรสงคราม สุดท้ายหลวงพ่อ อี๋ พุทธสโร หรือ มีอีกชื่อว่าพระครูวรเวทมุนี ประจำอยู่ที่วัดสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 

หลวงพ่อเกจิอาจารย์ผู้ที่สร้างตำนาน “ทหารผี” ในปี พ.ศ. 2483-2484 ยุคนั้นมีสงครามอินโดจีน สิ่งที่หลวงพ่อจะช่วยประเทศชาติได้คือสร้างขวัญกำลังใจ ทั้งทหารไทยเครื่องรางของขลังที่ท่านได้จัดสร้างไม่ได้มีแต่เสื้อยันต์เพียงเท่านั้น พระเกจิทั้ง 4 ยังจัดสร้าง ผ้าประเจียด ขึ้นมาให้อีกด้วย พิธีในการปลุกเสกเครื่องรางของขลังระดับประเทศนี้ทำที่วัดบวรนิเวศน์วิหาร 

ภายในพิธีจะไม่อนุญาตให้ผุ้ใดได้เข้าไปรบกวนการทำสมาธิของหลวงพ่อพระเกจิทั้ง 4 เลย เวลาจัดสร้างนั้นคือ 12 ชั่วโมง ในพิธีนั้นหลวงพ่อทั้งสี่รูปจะนั่งบนแท่นที่อยู่ภายในโบสถ์ มีสายสิญจน์โยงใยไปถึงยังเสื้อยันต์และผ้าประเจียดที่วางอยู่บนพานทองคอยเพ่งจิตบริกรรมคาถาโดยที่หลวงพ่อทั้งสี่รูปไม่มีการขยับตัวเลยแม้แต่นิดเดียว ภายนอกโบสถ์จะมีทหารไทยคอยป้องกันอยู่ไม่ให้ใครเข้าไปในโบสถ์ได้ 

ระหว่างพิธีได้เริ่มบรรยากาศในยามตะวันตกดินสิ้นแสงอาทิตย์เป็นอะไรที่ดูวังเวงมากทำให้ทหารอยู่ภายนอกนั้นต้องขนลุกและตื่นกลัวกับบรรยากาศนี้อยากจะร้องก็ทำไม่ได้ต้องระงับความกลัวเก็บเสียงของตัวเองไว้ จนมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นต้องพบเห็นวิญญาณที่ปรากฏให้เห็นในรูปแบบของเงาดำจำนวนเป็นร้อยเป็นพัน เดินไปเดินมาภายในวัดพร้อมทั้งเสียงกรีดร้องของเหล่าวิญญาณ 

บรรยากาศต้องวังเวงเพิ่มขึ้นด้วยหมอกควันที่พุ่งออกมาจากรอบนอกโบสถ์ จนทำให้ทหารที่เฝ้าคุ้มครองอยู่ด้านนอกต้องกัดฟันภายในวูบวาบอยากวิ่งหนีก็ทำไมได้กับสิ่งที่พวกเขาได้พบเห็น เมื่อครบเวลา 12 ชั่วโมงเสร็จสิ้นพิธี หลวงพ่อทั้งสี่ได้มอบผ้าประเจียดและเสื้อยันต์นี้กับทหารไทย หลวงพ่อทั้งสี่ท่านได้บอกว่าให้นำไปทดลองดูว่าจะยิงเข้าหรือไม่ถ้าไม่ได้ผลแล้วหลวงพ่อทั้งสี่จะจัดทำพิธีให้ใหม่ 

เครื่องรางของขลัง 2

บทสรุป : เครื่องรางของขลัง

เครื่องรางของขลังที่พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่ท่านได้ปลุกเสกเพื่อให้ทหารไทยนำไปคุ้มครองตัวเองจากการต้องไปรบกับข้าศึกให้ได้ชัยชนะรอดชีวิตกลับมานั้น เป็นความกรุณา เมตตาของท่านจริงๆ แต่ผลปรากฏว่าเครื่องรางของขลังที่ถูกปลุกเสกในครั้งนี้ได้ผลเกินร้อยจริงๆ อนุภาพในเครื่องรางที่ท่านได้ปลุกเสกนี้คืออยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า หนังเหนียว ไม่ว่าจะเป็นกระสุนปืนที่ยิงมาเท่าไหร่ก็ตาม ทหารไทยไม่เคยได้รับบาดเจ็บจากสิ่งเหล่านี้เลย ฆ่าไม่ตาย จึงได้สมญานามว่า “ทหารผี” นั้นเอง

ที่มาข้อมูล

Wikipedia.org

เรื่องเล่าผีล่าสุด
Tag ผี
Annabelle (1) ข่าวผี (13) ควายธนู (1) คำสาปบนดอยสูง (1) คืนพุธมุดผ้าห่ม (1) ตำนาน (174) ตำนานสยองขวัญทั่วโลก (1) ตำนานสยองทั่วโลก (2) ตึกร้างสยอง (1) ตุ๊กตาผี (1) น้ำตกไพรสวรรค์ (1) บูกี้แมน (1) บ้านร้างในประเทศไทย (1) ปราสาทผีสิง (1) ป่าผีเฮี้ยนของประเทศอังกฤษ (1) ผีกระสือ (1) ผีกระหัง (1) ผีญี่ปุ่น (2) ผีต่างประเทศ (66) ผีที่คนเจอบ่อยที่สุด (1) ผีอาเซียน (1) ผีฮานา (1) ภาพติดวิญญาณ (3) ภาพถ่ายติดวิญญาณ (4) มหาลัยสยองขวัญ (4) วิญญาณเฮี้ยนในจังหวัดตาก (1) วิธีการเห็นผี (1) ศุกร์ที่ 13 (1) สถานที่หลอน (64) สยองขวัญจากพันทิป (1) สไตล์การปรากฏตัวของผี (1) หนังผีไทย (1) ฮาจิซาคุ (1) เก้าอี้ผีสิง (1) เทเค เทเค (Take Take) (1) เรื่องผี (15) เรื่องเล่าผี (249) แฟรงเกนสไตน์ (1) โรงเรียนผี สุดหลอนของไทย (1) โรงเรียนหลอน (3) โรงแรมหลอน (2)