ตำนาน “อาฬวกยักษ์” หนึ่งในยักษ์ผู้อหังการที่รู้จักดีเมื่อพุทธกาล

หัวข้อในบทความผี

ตำนาน อาฬวกยักษ์

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “ยักษ์” ตามหลักคำสอนทางพระพุททธศาสนาแล้วนั้น ยักษ์พวกมันเป็นอมนุษย์ประเภทหนึ่ง ชื่อของพวกมันถูกจดบันทึกเรื่องราวลงไปในพระไตรปิฎกพร้อมอรรถกถา ยักษ์ถูกแบ่งเอาไว้มีอยู่หลายประเภทที่ชอบกระทำแต่กุศลคือทำความดีกับยักษ์ที่ไร้ศีลธรรมกระทำแต่ความชั่วคืออกุศลกรรม วันนี้เราจะมารู้จักประวัติความเป็นมาของ “อาฬวกยักษ์” หนึ่งในยักษ์ผู้อหังการทางพระพุทธศาสนา

ตำนาน “อาฬวกยักษ์” หนึ่งในยักษ์ผู้อหังการที่รู้จักดีเมื่อพุทธกาล 1

ความเชื่อ : ตำนาน อาฬวกยักษ์

อาฬวกยักษ์ คืออสูรตนหนึ่งที่เป็นยักษ์หนึ่งในสี่ของมหาอำมาตท้าวเวสสุวรรณ ในทางตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่า ตอนที่ท้าวเวสสุวรรณยังไม่ได้บรรลุโสดาบัน ท่านได้ให้พรกับอาฬวกยักษ์เอาไว้ว่า เขาสามารถจับมนุษย์และสัตว์ที่หลงมายังใต้ต้นไทรที่ตนนั้นอยู่กินเป็นอาหารได้ ณ ขณะนั้นที่นครอาฬวี มีกษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนแห่งนั้นมีนามว่า “พระเจ้าอาฬวกะ” พระองค์เป็นพระราชาที่ทรงโปรดปรานในการออกล่าสัตว์เนื้อเป็นอย่างมาก

พระองค์มักจะออกล่าสัตว์เนื้ออยู่เป็นประจำ วันหนึ่งพระราชาได้ทรงเข้าป่าออกล่าสัตว์ที่ทรงโปรดปราน ในการออกล่าครั้งนี้พระองค์ได้ตั้งกติกาเอาไว้ว่า การออกล่าในครั้งนี้ถ้าสัตว์วิ่งหนีออกไปทางคนใด ผุ้นั้นต้องรับผิดชอบตามสัตว์กลัยมาให้เราจงได้ สิ่งที่พระองค์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในขณะที่กำลังล่านี้มีสัตว์ตัวหนึ่งวิ่งหนีมาทางพระองค์เอง พระราชาจึงต้องตามสัตว์นี้ด้วยตัวของท่านเอง

ตำนาน “อาฬวกยักษ์” หนึ่งในยักษ์ผู้อหังการที่รู้จักดีเมื่อพุทธกาล 2

ในขณะที่พระราชาได้ติดตามสัตว์ตัวนั้นไป พระองค์ได้ทรงเห็นต้นไทรที่ดูสูงใหญ่ร่มเย็นพระองค์จึงได้แวะประทับใต้ต้นไทรแห่งนั้น โดยที่พระองค์ไม่ทรงรู้ได้เลยว่ากำลังจะเกิดเหตุร้ายตามมาเพราะต้นไทรแห่งนี้มีเจ้าถิ่นเป็นอาฬวกยักษ์ เวลาต่อมาไม่นานเจ้าถิ่นก็ได้ปรากฏกายขึ้นให้พระราชาได้พบเห็น อาฬวกยักษ์ได้จับตัวของพระราชาขึ้นเพื่อจะกินเป็นอาหาร พระองค์ทรงตกพระทัยเป็นอย่างมากจึงได้ร้องขอชีวิตกับอสูรตนนี้

โดยมีขอแลกเปลี่ยนว่าถ้าเจ้าปล่อยเราไป ท่านไม่ต้องรออาหารอีกต่อไป เพราะเรขอสัญญาว่าจะส่งอาหารมาให้ท่านเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าวันใดที่พระองค์ผิดคำสัญญา ขอให้ท่านอาฬวกยักษ์มาจับเรากินเป็นอาหารได้เลย อสูรตนนี้ได้คิดทบทวนแล้วมีแต่ผลประโยชน์จึงได้ตัดสินใจปล่อยตัวพระราชากลับไป ต่อมาพระองค์ก็ได้ปฏิบัติตามขอตกลงเอาไว้โดยการจับนักโทษของพระองค์มาเป็นเครื่องสังเวยกับอาฬวกยักษ์

ข่าวที่พระองค์นำนักโทษผู้กระทำความผิดไปเป็นอาหารให้กับยักษ์นี้รู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ทำให้ชาวเมืองไม่มีคนไหนที่กล้ากระทำความผิดด้วยความหวาดกลัวว่าจะกลายเป็นอาหารของยักษ์ สุดท้ายพระองค์ไม่มีคนที่จะส่งไปเป็นอาหารให้กับยักษ์ ด้วยความหวาดกลัวตายของพระองค์และความไม่มีศีลธรรม พระองค์จึงตัดสินใจให้นำเด็กไปเป็นอาหารยักษ์ จนสุดท้ายไม่มีเหลือเด็กส่งให้ยักษ์ได้จับกิน เมืองนี้ก็เหลือเด็กคนสุดท้ายคือ

โอรสของพระองค์เอง พระราชาตัดสินใจส่งพระโอรสไปเป็นเครื่องสังเวย ขณะนั้นพระพุทธเจ้าได้ทรงทราบด้วยญาน ท่านได้เสด็จไปยังที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ในทันที ขณะนั้นพระองค์ตรวจพบความดีของอาฬวกยักษ์ว่ายังคงโปรดให้กลับตัวได้ พอพระพุทธเจ้าทรงไปถึงได้เข้าไปนั่งยังที่ประทันในวิมานของอาฬวกยักษ์ พออาฬวกยักษ์ทราบถึงเรื่องราวที่พระพุทธเจ้ามาประทับที่ของตนเองจึงได้โกรธเป็นอย่างมาก

เมื่อมาถึงได้กล่าวกับพระพุทธเจ้าว่า “ท่านจงออกมา… สมณะ” พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ดีแล้ว ผู้มีอายุ” พระองค์ได้เสด็จออก  อาฬวกยักษ์กล่าว “ท่านจงเข้าไป…สมณะ” พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ดีแล้ว ผู้มีอายุ” พระองค์เสด็จเข้าไป อาฬวกยักษ์กล่าวเช่นนี้อยู่ 3 รอบ พระองค์ก็ทำตามที่ยักษ์ตนนี้บอก แต่ครั้งที่ 4 ท่านได้บอกว่า “ผู้มีอายุ เราจะไม่ไปไหน ท่านจะทำอะไรก็จงไปทำเถิด” 

ตำนาน “อาฬวกยักษ์” หนึ่งในยักษ์ผู้อหังการที่รู้จักดีเมื่อพุทธกาล 3

หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าได้ปราบความอหังการของอาฬวกยักษ์โดยการตอบปุจฉาวิสัชชนากับอาฬวกยักษ์ จนอาฬวกยักษ์พอใจและตนขอนอบน้อมพระพุทธเจ้าและจะประพฤติตนเสียใหม่ จากนั้นอาฬวกยักษ์ได้กลายเป็นเทพารักษ์รักษาบ้านเมืองสืบต่อไป หลังจากนั้นประชาชนก็ดำรงชีวิตอยุ่ภายในบ้านเมืองนี้อย่างมีความสุขร่มเย็น บุคคลใดที่มีจิตใจร้ายเหมือนมารก็หันมาถือศีลปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าต่อไป

บทสรุป: อาฬวกยักษ์ 

อาฬวกยักษ์ คืออสูรที่มีลักษณะของมือสองข้างเอาจับไว้ที่ศีรษะบนนั้นมีผ้าโพกสีแดงพันอยู่ เหตุที่อาฬวกยักษ์ต้องจับเอาไว้นี้เพราะผ้าผื่นนี้เป็นอาวุธวิเศษคือ “ทุสสาวุธ” ของวิเศษในตำนาน ถ้าผ้าถูกปลดออกจะเกิดภัยฝนฟ้าไม่ตกเป็นระยะเวลานาน 12 ปี พฤกษชาติจะล้มตายไม่งอกงาม จะเกิดภัยวิบัติน้ำแห้งเหือด ระเบิดแตก อาฬวกยักษ์อดีตเคยเกิดเป็นมนุษย์ที่ดำรงชีวิตบนความโกรธ

แต่ก็ชอบทำกุศลอยู่ประจำจนชีพวายกลายมาเกิดเป็นอาฬวกยักษ์ผุ้มีฤทธิ์มหาศาล จนสุดท้ายได้รับคำสั่งสอนจากพระพุทธเจ้าจนมีดวงตาเห็นธรรม ต่อมาได้กลายมาสำเร็จขั้นแรกคือโสดาบัน ด้วยธรรมคำสั่งสอน ความมีเมตตาของพระพุทธเข้าอาฬวกยักษ์จึงได้กลับตัวกลายมทำแต่ความดีสืบต่อไปนั้นเอง

ที่มาข้อมูล

Wikipedia.org

Tag ผี
Annabelle (1) ข่าวผี (13) ควายธนู (1) คำสาปบนดอยสูง (1) คืนพุธมุดผ้าห่ม (1) ตำนาน (197) ตำนานสยองขวัญทั่วโลก (1) ตำนานสยองทั่วโลก (2) ตึกร้างสยอง (1) ตุ๊กตาผี (1) น้ำตกไพรสวรรค์ (1) บูกี้แมน (1) บ้านร้างในประเทศไทย (1) ปราสาทผีสิง (1) ป่าผีเฮี้ยนของประเทศอังกฤษ (1) ผีกระสือ (1) ผีกระหัง (1) ผีญี่ปุ่น (2) ผีต่างประเทศ (67) ผีที่คนเจอบ่อยที่สุด (1) ผีอาเซียน (1) ผีฮานา (1) ภาพติดวิญญาณ (3) ภาพถ่ายติดวิญญาณ (4) มหาลัยสยองขวัญ (4) วิญญาณเฮี้ยนในจังหวัดตาก (1) วิธีการเห็นผี (1) ศุกร์ที่ 13 (1) สถานที่หลอน (64) สยองขวัญจากพันทิป (1) สไตล์การปรากฏตัวของผี (1) หนังผีไทย (1) ฮาจิซาคุ (1) เก้าอี้ผีสิง (1) เทเค เทเค (Take Take) (1) เรื่องผี (16) เรื่องเล่าผี (263) แฟรงเกนสไตน์ (1) โรงเรียนผี สุดหลอนของไทย (1) โรงเรียนหลอน (3) โรงแรมหลอน (2)