ตำนาน “รากษส” (Rakshas) อมนุษย์ประเภทหนึ่งในศาสนาพุทธ

หัวข้อในบทความผี

ตำนาน รากษส (Rakshas)

“รากษส” ที่มีคำอ่านว่า ราก-สด พวกมันเป็นอสูร อมนุษย์ประเภทหนึ่ง จัดอยู่ในฝั่งของ ความชั่วร้าย ฝ่ายอธรรม เนื่องด้วยรากษสนั้นมีหลากหลายตำนานที่ได้ทำการกล่าวอ้างถึงรากษส แต่ถ้าจะให้นิยามคำว่ารากษสตามหลักของคนทั่วไปรู้จักนั้นจะหมายถึง ยักษ์ หรือ จะเป็นผีเสื้อน้ำ พวกมันถูกสาปอยู่ตามหนองบึง สระบึง พวกมันจะคอยจับมนุษย์ที่หลงมากินน้ำที่สระบึงสถานที่มันอยู่แห่งนี้

ความเชื่อ : รากษส อมนุษย์ประเภทหนึ่ง

“รากษส” เป็นอสุรกาย อมนุษย์ประเภทหนึ่งที่มีชื่อปรากฏอยุ่ในทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาเชน อมนุษย์นี้เพศผู้เรียกว่า “รากษส” เพศเมียเรียกว่า “รากษสี”ที่หมายถึง รักษะ แปลว่ารักษา รากษสมีลักษณะเป้นอสรูกายที่มีเขี้ยวงอกออกจากฟันบนทั้งสองข้าง และมีอิทธิฤทธิ์สามารถจำแลงแปลงกายหลอกล่อเหยื่อมากินเป็นอาหาร ราษสจะมีทั้งดีและชั่ว แต่ในศาสนาเชนนั้นรากษสเป็นมังสวิรัติ

ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2540 ได้บันทึกคำว่า “รากษส” เป็นยักษ์ อสูรชั้นต่ำ ปรากฏอยู่ในน้ำจะเป็น “ผีเสื้อน้ำ” อยู่ในเมืองจะเป็น “พระเสื้อเมือง” มีถิ่นอาศัยอยุ่ตามป่าช้า รากษสมักจะชอบสร้างปัญหาก่อกวนพราหมณ์ คือ ถ้าพราหมณ์กำลังทำพิธีต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากแต่กลับถูกก่อกวนโดยรากษสไม่ให้ประกอบพิธีสำเร็จเป็นอันขาด

ตำนาน "รากษส" (Rakshas) 1

ตำนานเรื่องเล่า : รากษส ผู้เฝ้าแหล่งน้ำ

ตำนานพื้นบ้านที่หนึ่งมีหนองน้ำที่มีปริศนาเรื่องลี้ลับ แหล่งน้ำที่น่ากลัวไม่ควรเข้าไป ปู่ย่าตายายได้สั่งห้ามลูกหลานห้ามไปโดยเด็ดขาด ไม่ใช่เพียงแค่สั่งห้ามเท่านั้น บรรพบุรุษของพวกเขาที่อยู่ใกล้หนองน้ำแห่งนี้ต้องช่วยกันปลูกต้นไม้ ทั้งไม้เรื้อยและไม้ที่มีหนามปิดกั้นไม่ให้คนภายนอกที่ไม่รู้จักประวัติความน่ากลัวมาพบเจอกับหนองน้ำแห่งนี้ไว้ด้วย หนองน้ำแห่งนี้มีพื้นที่ติดชายฝั่งเขมรประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้นเอง 

ซึ่งสถานที่นี้ในปัจจุบันพื้นที่นี้เป็นหนึ่งในอาณาเขตจังหวัดบุรีรัมย์ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาบอกถึงความน่ากลัวและสิ่งอันตรายที่อยุ่ในสถานที่นี้ ตำนานนั้นมีอยู่ว่า หนองน้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่ของอสูรกาย อมนุษย์ตนหนึ่งซึ่งถูกสาปโดยพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมีคาถาอาคมแก่กล้า เพราะอมนุษย์ตนนี้เมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่ได้บวชเรียนอยุ่ใต้บริวรพระพุทธศาสนา 

ตำนาน "รากษส" (Rakshas) 2

พระรูปนี้ได้ปฏิบัติฝึกฝนตนเองบรรลุได้ไปถึงขั้นโสดาบันสูงสุด จนได้อภิญญาพร้อมทั้งอิทธิฤทธิ์เหนือมนุษย์ แต่ด้วยความหลงผิดในอำนาจที่ตนเองได้มาจนจิตใจตกต่ำเข้าสู่ด้านมืดจนพระรูปออกมาสร้างปัญหาความเดือดร้อน ไล่ฆ่าชาวบ้านมากมายอย่างไร้เหตุผล วิกฤตนี้เหมือนไฟลุกทั้งแผ่นดิน ความนี้รู้ถึงพระเถระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่งจึงได้มาปราบใช้อำนาจทำการสะกดให้พระหลงผิดรูปนี้

เป็นการจองจำลงโทษให้เขากลายเป็นอมนุษย์ใช้กรรมอยู่ในหนองน้ำแห่งนี้อสูรตนนี้จะสามารถจับมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตกินได้ก็ต่อเมื่อมีใครมาสัมผัสโดนหนองน้ำแห่งนี้ พระเถระยังได้นำคัมภีร์ที่สำคัญใส่ในหีบที่น้ำเข้าไม่ได้ให้อมนุษย์ตนนี้เฝ้าเอาไว้ด้วย อมนุษย์ตนนี้จะหลุดจากคำสาปได้ก็ต่อเมื่อเขาต้องสำนึกกับความผิดที่ตนเองได้ทำลงไปอย่างแท้จริงเพียงเท่านั้น 

ตำนาน "รากษส" (Rakshas) 3

พระเถระได้ให้ชื่อเรียกขานกับอมนุษย์ตนนี้ว่า “รากษส” นั้นหมายถึง อสูรอมนุษย์ผู้ซึ่งเฝ้าหนองน้ำแห่งนี้ พระเถระได้เตือนกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้หนองน้ำแห่งนี้ไม่ให้เข้ามา แต่ก็ไม่สามารถห้ามได้เพราะ รากษสตนนี้มีอำนาจอิทธิฤทธิ์สร้างภาพมายาหลอกล่อให้มีผุ้คนมาที่หนองน้ำจนได้ ผุ้คนที่อยู่บริเวณนี้มักจะได้ยินเสียงคนเล่นน้ำ ชาวบ้านที่เดินไปดูจะพบเจอกับหญิงสาวที่ไม่มีเสื้อผ้าบนร่างกายเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน 

และชวนคนที่มาพบเจอเล่นน้ำด้วยกัน ถ้าใครที่หลงกลมายาของรากษส ก็จะถูกดึงลงน้ำในทันทีมันจะฉีกร่างมนุษย์ออกเป็นชิ้นๆ ไม่มีผู้ใดกล้าลงไปเก็บซากศพมาทำพิธี หนองน้ำแห่งนี้จึงมีแต่ซากศพมากมาย ต่อมาชิ้นส่วนของศพจะถูกเหวี้ยงขึ้นมาให้เล่าบรรดา แร้ง กาให้กินซาก ทำให้รู้ว่ารากษสตนนี้ไม่กินมนุษย์แต่ฆ่าเพื่อสนองความสนุกของตัวเองเพียงเท่านั้น

ตำนาน "รากษส" (Rakshas) 4

บทสรุป : รากษส อสูรชั้นต่ำ

“รากษส” เป็นรูปคำอ่านที่ว่า ราก-สด ภาษาบาลี “รกฺขส” คำอ่านว่า รัก-ขะ-สะ มีความหมายว่า ผีเสื้อน้ำ มีชาติกำเนิดแบบสังเสทชะ (ปฏิสนธิจากเหงื่อไคล)เป็นบริวารของท้าวเวสสุวรรณ ตามคัมภีร์โบกทีปกสารเป็นบริวารพญายมทำหน้าที่ในนรกภูมิคอยลงโทษสัตว์นรก ตามคัมภีร์โลกเป็นบริวารพระวรุณ มีนิสัยที่ดุร้าย ลักษณะภายนอกน่ากลัวตัวโตมีเขี้ยวสองข้างที่ใหญ่ มีใบหน้าและเท้าสีแดงส่วนท้องจะเขียว 

มีลักษณะคล้ายยักษ์แต่ไม่ใช่ พวกรากษสนี้ไม่ชอบฟังธรรมก็ตามแต่กลับมีจิตใจที่นับถือพระพุทธศาสนาซึ่งมีหลักฐานในเห็นในคัมภีร์พุทธศาสนาธรรมบทตอนหนึ่ง แต่บางความเชื่อว่ารากษสนั้นเป็นยักษ์ระดับล่างที่ไม่นับถือศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่พวกมันมีหน้าที่เป็นอสูรผู้เฝ้าแหล่งน้ำ พร้อมเฝ้ารักษาสมบัติ และยังมีหน้าที่ในเมื่องนรกภูมิผู้ลงทัณฑ์สัตว์นรกเรื่อยมา

ที่มาข้อมูล

Wikipedia.org

Tag ผี
Annabelle (1) ข่าวผี (13) ควายธนู (1) คำสาปบนดอยสูง (1) คืนพุธมุดผ้าห่ม (1) ตำนาน (197) ตำนานสยองขวัญทั่วโลก (1) ตำนานสยองทั่วโลก (2) ตึกร้างสยอง (1) ตุ๊กตาผี (1) น้ำตกไพรสวรรค์ (1) บูกี้แมน (1) บ้านร้างในประเทศไทย (1) ปราสาทผีสิง (1) ป่าผีเฮี้ยนของประเทศอังกฤษ (1) ผีกระสือ (1) ผีกระหัง (1) ผีญี่ปุ่น (2) ผีต่างประเทศ (67) ผีที่คนเจอบ่อยที่สุด (1) ผีอาเซียน (1) ผีฮานา (1) ภาพติดวิญญาณ (3) ภาพถ่ายติดวิญญาณ (4) มหาลัยสยองขวัญ (4) วิญญาณเฮี้ยนในจังหวัดตาก (1) วิธีการเห็นผี (1) ศุกร์ที่ 13 (1) สถานที่หลอน (64) สยองขวัญจากพันทิป (1) สไตล์การปรากฏตัวของผี (1) หนังผีไทย (1) ฮาจิซาคุ (1) เก้าอี้ผีสิง (1) เทเค เทเค (Take Take) (1) เรื่องผี (16) เรื่องเล่าผี (263) แฟรงเกนสไตน์ (1) โรงเรียนผี สุดหลอนของไทย (1) โรงเรียนหลอน (3) โรงแรมหลอน (2)