ตำนาน “พระลักษณ์หน้าทอง” ศาสตร์โบราณ เมตตามหานิยม

หัวข้อในบทความผี

ตำนาน พระลักษณ์หน้าทอง

มีเรื่องเล่า ตำนานพื้นถิ่น ที่ค่อนข้างเยอะมาก มีอะไรอีกหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือวิชาการผู้คนมักจะไม่รู้ ยิ่งเฉพาะวิชาทางไสยศาสตร์ มันจะมีจริงหรือไม่มีจริง เป็นศาสตร์ที่อยู่เหนือวิชาการไม่มีบันทึกไปอีกคือ “วิชาพระลักษณ์หน้าทอง” เป็นวิชาที่มีมาอย่างยาวนานสืบทอดต่อกันมารุ่นสู่รุ่น วิชานี้เป็นศาสตร์พิธีนี้จะใช้หน้ากากพระลักษณ์สีทองเข้าทำในพิธีนี้

ทำความรู้จัก “พระลักษณ์หน้าทอง”

วิชา “พระลักษณ์หน้าทอง” เป็นศาสตร์วิชาสายขาว มีอนุภาพในสายเมตตามหานิยม ซึ่งนักแสดงโขนในอดีตนั้นจะนับถือสิ่งนี้เป็นอย่างมาก มีความเชื่อว่ามีฤทธิ์เดชส่งผลที่ดีให้กับตัวเรา ไม่ว่าจะไปอยู่สถานที่ใด จะไปอยู่ที่ไหนก็ตามจะเป็นที่รักใคร มีคนชม มีคนชอบ และยังช่วยในด้านวาสนา พร้อมทั้งมี่ผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน จะส่งผลให้เกิดแต่ความเจริญรุ่งโรจน์แก่ชีวิตของตนเองอีกด้วย

วิชาพระลักษณ์หน้าทอง เป็นวิชาทางคติพราหมณ์ไทยของไสยศาสตร์ ที่ไม่มีพื้นฐานนั้นมาจากทางพุทธเลย วิชานี้จะอ้างอิงมาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ที่จะเลือกใช้สเสน่ห์ของพระลักษณ์ ซึ่งมีรูปร่างลักษณ์ภายนอกคือวรกายเป็นสีทอง มีหน้าตาที่หล่อเป็นที่รักของทั้งมนุษย์และเหล่าเทวดา พระลักษณ์เป็นพี่เป็นน้องกับพระรามซึ่งมีความสนิทเป็นที่สุด

 ซึ่งในอดีตชาติพระลักษณ์เคยเกิดเป็นอนันตนาคราชพอชาตินี้มาเกิดพร้อมกับหน้าที่ช่วยพี่ชายพระรามปราบอสูรคือทศกัณฐ์ ดั้งเดิมในชาติที่แล้วอนันตนาคราชมีเกล็ดเป็นสีทองชาตินี้จึงมีร่างกายเป็นสีทอง ลักษณะนิสัยของพระลักษณ์นั้นพระองค์ทรงรักพระรามซึ่งเป็นผู้พี่เป็นอย่างมาก พระองค์พร้อมที่จะเสียสละได้แม้กระทั่งชีวิตของท่านเสมอ ท่านมีจิตใจที่ดีและมีเมตตากรุณาด้านความรู้ท่านเก่งทั้งศาสตร์และศิลป์อีกด้วย

ตำนาน “พระลักษณ์หน้าทอง” ศาสตร์โบราณ เมตตามหานิยม 1

เรื่องราวของพระลักษณ์ที่เด่นด้านสเสน่ห์มหานิยมคือ ตอนที่สำมนักขาซึ่งกำลังจีบพระรามเธอเห็นพระลักษณ์ด้วยซึ่งมีรูปร่างที่หล่อเหลาเธอจึงหลงรักพระลักษณ์ไปด้วย นางจึงจีบทั้งสองพี่น้องเลย และตอนนางยักษ์อัศมุขี นางหลงรักพระลักษณ์จึงได้ร่ายมนต์ให้สองพี่น้องพระลักษณ์และพระรามหลับเสร็จแล้วได้ลักพาตัวพระลักษณ์ไปที่คล้ายกับเรื่องขชองพระอภัยมณี ขณะนั้นพระลักษณ์ได้ตื่นขึ้นจากการหมดสติ

พระลักษณ์จึงได้ตัดมือนางอัศมุขีออกทั้งสองข้าง นางได้ร้องขอชีวิตกับพระลักษณ์ ท่านมีความเมตตาจึงได้ปล่อยนางกลับเข้าป่าไป พระลักษณ์เป็นหนุ่มเนื้อหอมมากขนาดนี้ในวิชาพระลักษณ์หน้าทองจึงได้อ้างอิงจากการมีเสน่ห์ของพระลักษณ์ ซึ่งเป็นวิชาเมตตามหานิยม สายวิชาไทยเอาพุทธคุณของครอบพราหมณ์เอาไว้ จึงเป็นวิชาสายขาว วิชานี้จึงไม่ใช่มนต์ดำแต่อย่างใด

ในไสยศาสตร์ไทยวิชาพระลักษณ์หน้าทองมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งจะอยู่ในวงการแสดงของโขน ละคร นาฏศิลป์ โนรา ลิเก ศิลปะการแสดงของผู้รำที่ต้องการสายตาที่ดึงดูดจากผู้ชม จึงได้จัดเสกทำแป้งผลัดหน้า ทำสีผึ้งเพื่อไว้ทาปาก ทั้งนี้จะร่วมไปถึงการเสริมมหานิยมด้วยการลง นะ หน้าทอง ขั้นตอนในการแสดงไม่ว่าจะเป็นการสวมชฎาและสวมสังวาลจะมีการเชิญพระคาถาในทุกขั้นตอนเพื่อเป็นเสน่ห์แก่นักแสดง

วิชา “พระลักษณ์หน้าทอง” เป็นวิชาที่หวงแหนของครูบาอาจารย์เป็นอย่างมาก การลง นะ หน้าทองนี้ เมื่อได้ทำการลงคาถานี้แล้วจะทำให้ผู้ดูหลงใหลและเป็นสเสน่ห์แก่นักแสดง ทั้งนี้ทั้งนั้นวิชานี้จะมีข้อปฏิบัติกำหนดข้อห้ามกำหนดของครูบาอาจารย์แต่ละท่านด้วย ถ้าผุ้ใช้ผิดกฎไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดจะเกิดอาถรรพ์กับผู้ลงวิชานี้อย่างรุนแรงเป็นอย่างมาก การใช้วิชาพระลักษณ์หน้าทอง 

ตำนาน “พระลักษณ์หน้าทอง” ศาสตร์โบราณ เมตตามหานิยม 2

จะใช้ทองคำเปลวที่บริสุทธิ์ซึ่งจัดได้ว่าเป็นของสูงนั้นมาลงที่หน้า ความหมายของการใช้ทองคำนั้นเปรียบได้กับ ธาตุทองนั้นจะมีความเกี่ยวข้องกับสิริมงคล แสง คอยซึบซับความมงคลกับพระอาทิตย์และพระจันทร์ ทองไม่มีการเสือมคุณค่าจุดที่จะลง พระลักษณ์หน้าทอง คือ ลงที่หน้าผา จะเป็นเสน่ห์แก่ใบหน้า ลงที่บนเปือกตาทำให้คนหลงเสน่ห์ ลงทีแก้มคือให้คนเมตตาจากวิชาพราหณ์สี่หน้า 

ลงที่กามเด่นด้านความเชื่อถือเด่นเจรจา ลงติ่งหูให้เทวดารักษา ลงท้ายทอยให้ผู้มองหลง ลงที่กระหม่อมซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของมนุษย์ใช้ติดต่อกับเทวดา ลงที่คางให้ผุ้เกิดความเกรงใจ ใช้น้ำมันจันทน์หอมปลุกเสกและต้องอาบน้ำจันทร์มาแล้วสามวัน การลงนั้นจึงต้องขึ้นอยู่อาจารย์แต่ละท่านด้วยว่าจะลงแบบเต็มสูบหรือบางจุดเท่านั้น วิชานี้นั้นหาผุ้ที่ทำได้ยาก เพราะผู้ทำต้องมีอภิญญาที่สูงเท่านั้น 

ตำนาน “พระลักษณ์หน้าทอง” ศาสตร์โบราณ เมตตามหานิยม 3

วิชาพระลักษณ์หน้าทองจะคล้ายกับการลง นะ หน้าทอง ที่ใช้ทองคำเปลวลง แต่วิชานี้ใช้หน้ากากทองพระลักษณ์ครอบที่ใบหน้าในทั้งผู้หญิงและผู้ชายให้เกิดความเมตตามหาเสน่ห์ พระรามกับพระลักษณ์เปรียบเป็นเหมือนพลังของคู่เหยินและหยาง พระอาทิตย์เป็นอำนาจของพระรามในยามกลางวัน ส่วนกลางคืนเป็นพระลักษณ์ที่เป็นพระจันทร์ทรงเต็มดวง ทั้งหมดนี้คือที่มาของวิชาพระลักษณ์หน้าทองที่ถูกถ่ายทอดสืบต่อกันมาตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงในยุคปัจจุบันนี้นั้นเอง

ที่มาข้อมูล

Sanook.com

เรื่องเล่าผีล่าสุด
Tag ผี
Annabelle (1) ข่าวผี (13) ควายธนู (1) คำสาปบนดอยสูง (1) คืนพุธมุดผ้าห่ม (1) ตำนาน (174) ตำนานสยองขวัญทั่วโลก (1) ตำนานสยองทั่วโลก (2) ตึกร้างสยอง (1) ตุ๊กตาผี (1) น้ำตกไพรสวรรค์ (1) บูกี้แมน (1) บ้านร้างในประเทศไทย (1) ปราสาทผีสิง (1) ป่าผีเฮี้ยนของประเทศอังกฤษ (1) ผีกระสือ (1) ผีกระหัง (1) ผีญี่ปุ่น (2) ผีต่างประเทศ (66) ผีที่คนเจอบ่อยที่สุด (1) ผีอาเซียน (1) ผีฮานา (1) ภาพติดวิญญาณ (3) ภาพถ่ายติดวิญญาณ (4) มหาลัยสยองขวัญ (4) วิญญาณเฮี้ยนในจังหวัดตาก (1) วิธีการเห็นผี (1) ศุกร์ที่ 13 (1) สถานที่หลอน (64) สยองขวัญจากพันทิป (1) สไตล์การปรากฏตัวของผี (1) หนังผีไทย (1) ฮาจิซาคุ (1) เก้าอี้ผีสิง (1) เทเค เทเค (Take Take) (1) เรื่องผี (15) เรื่องเล่าผี (249) แฟรงเกนสไตน์ (1) โรงเรียนผี สุดหลอนของไทย (1) โรงเรียนหลอน (3) โรงแรมหลอน (2)